Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 
TH

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
TH


รูปแบบการติดตั้งอุปกรณ์ NGV กับรถยนต์ประเภทต่างๆ

1. การติดตั้ง NGV ในรถยนต์ขนาดเล็ก (Light Duty Vehicle)
2. การติดตั้ง NGV ในรถยนต์ขนาดใหญ่ (Heavy Duty Veicle)


1. รูปแบบการติดตั้ง NGV ในรถยนต์ขนาดเล็ก (Light Duty Vehicle)

รถยนต์ขนาดเล็ก ที่มีใช้งานอยู่ในขณะนี้ประกอบด้วย รถยนต์ประเภทหลักๆ คือ รถเก๋ง รถกระบะ และรถตู้ ซึ่งการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในรถประเภทดังกล่าว มีรายละเอียดดังนี้

 


1. การใช้ก๊าซธรรมชาติกับรถยนต์ประเภทรถเก๋ง (เครื่องยนต์เบนซิน)​

การใช้ก๊าซธรรมชาติกับรถเก๋ง สามารถแบ่งตามรูปแบบการใช้ NGV ได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้


1.1 รถเก๋งที่ใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียว (Dedicated NGV)

ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานโดยตรง (Original Equipment Manufactured, OEM) ซึ่งเครื่องยนต์จะถูกออกแบบให้ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงโดยเฉพาะ และจะมีการออกแบบให้ถังบรรจุก๊าซถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อย


1.2 รถเก๋งที่ใช้ NGV ระบบเชื้อเพลิงทวิ (Bi-Fuel System)

เป็นระบบที่สามารถเลือกใช้น้ำมันเบนซินหรือใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิง โดยปรับสวิตช์เลือกใช้เชื้อเพลิง ระบบนี้มีทั้งผลิตจากโรงงาน/บริษัทรถยนต์รับรองการผลิตและติดตั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือครบ 100,000 กิโลเมตร หรือนำรถยนต์เบนซินเดิมมาติดตั้งอุปกรณ์ NGV เพิ่มเติม โดยแบ่งได้ 2 ระบบ คือ


1.2.1 ระบบดูดก๊าซ (Fumigation System)

ซึ่งจะมีอุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) ทำหน้าที่ผสมอากาศที่เครื่องยนต์ดูดเข้าไปกับก๊าซ NGV ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการเผาไหม้ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ ระบบนี้เหมาะกับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันด้วยคาร์บูเรเตอร์ มีระบบควบคุมการจ่ายก๊าซ 2 แบบ คือ

  • แบบวงจรเปิด (Open Loop) เป็นระบบคล้าย LPG ที่แท็กซี่ใช้ส่วนใหญ่ ซึ่งไม่มีชุดควบคุมการจ่ายก๊าซอิเลคทรอนิคส์ (ECU)
  • แบบวงจรปิด (Close Loop) จะมีชุดควบคุมการจ่ายก๊าซอิเล็คทรอนิคส์ (ECU) เพื่อควบคุมการจ่ายก๊าซให้เหมาะสม

1.2.2 ระบบฉีดก๊าซ (Multi point injection System หรือ MPI)

มีชุดควบคุมอิเล็คทรอนิคส์ ทำการประมวลผลควบคุมการจ่ายก๊าซเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ซึ่งจะทำให้สมรรถนะในการขับขี่ใกล้เคียงกับน้ำมันเบนซินมากที่สุด ระบบนี้เหมาะกับเครื่องยนต์ที่จ่ายน้ำมันเบนซินด้วยหัวฉีด (EFI) ปัจจุบันในประเทศไทย มีบริษัทรถยนต์ที่ผลิตรถยนต์ระบบนี้ออกมาจำหน่าย ได้แก่ บริษัทเมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

nvgsetup5.jpg 


2. การใช้ก๊าซธรรมชาติกับรถเก๋ง สามารถแบ่งตามรูปแบบการใช้ NGV ได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้


2.1 รถกระบะ /รถตู้ใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว (Dedicated NGV)

ส่วนใหญ่ผลิตจากโรงงานโดยตรง หรือปรับเปลี่ยนจากเครื่องยนต์ดีเซลเดิม ให้เป็นเครื่องยนต์ NGV

nvgsetup6.jpg 


2.2 รถกระบะ /รถตู้ใช้ NGV ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Diesel Dual Fuel System, DDF)​

เป็นระบบที่ใช้ก๊าซธรรมชาติร่วมกับน้ำมันดีเซล หรือใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียว อัตราส่วนก๊าซธรรมชาติต่อน้ำมันดีเซลจะขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์นั้นๆ และประสิทธิภาพของอุปกรณ์ก๊าซ ระบบนี้สามารถเลือกใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียวหรือใช้เชื้อเพลิงร่วมก็ได้ โดยการปรับสวิตช์เลือกใช้เชื้อเพลิง มีระบบควบคุมการจ่ายก๊าซฯ แบ่งเป็น 2 แบบ คือ

2.2.1 ระบบดูดก๊าซแบบวงจรเปิด (Fumigation Open Loop) เป็นระบบที่มีการควบคุมแบบธรรมดาหรือ Mechanic Control จากผลการทดสอบในภาคสนามของรถกระบะที่ติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้ ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉลี่ยสามารถใช้ก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันดีเซล ได้ประมาณร้อยละ 25 – 50 สามารถจะหยัดค่าใช้จ่ายประมาณร้อยละ 15-35 และช่วยลดปริมาณควันดำในอากาศลงด้วย

2.2.2 เป็นระบบที่มีการควบคุมโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่ายก๊าซและน้ำมันดีเซล ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าแบบดูดก๊าซระบบควบคุม แบบวงจรเปิดแต่มีราคาสูงกว่า

2.3 รถกระบะ /รถตู้ เปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลเดิมเป็นเครื่องยนต์เบนซินและติดตั้งอุปกรณ์ NGV ระบบเชื้อเพลิงทวิ (Bi-Fuel System)

โดยหลักการคือ รถกระบะ/รถตู้ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเดิมจะต้องทำการถอดเครื่องยนต์เดิมออก และทำการวางเครื่องใหม่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน หลังจากนั้นจึงนำมาทำการติดตั้งอุปกรณ์ NGV ซึ่งมีรายละเอียดการติดตั้ง เหมือนข้อ 1.2

nvgsetup7.jpg 


 


2. รูปแบบการติดตั้ง N​GV ในรถยนต์ขนาดใหญ่ (Heavy Duty Veicle)

รถยนต์ NGV ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถหัวลาก รถโดยสารสามารถแบ่งตามรูปแบบ ได้เป็น 4 ประเภท ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้


1. รูปแบบการติดตั้ง N​GV ในรถยนต์ขนาดใหญ่ (Heavy Duty Veicle)

รถยนต์ NGV ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก รถหัวลาก รถโดยสารสามารถแบ่งตามรูปแบบ ได้เป็น 4 ประเภท ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้

1.1. รถยนต์ใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว (Dedicated NGV)

เป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นสำหรับใช้ NGV โดยเฉพาะหรือเรียกว่าเครื่องยนต์ก๊าซ (Gas Engine) ซึ่งนิยมใช้วิธีการจุดระเบิด ด้วยประกายไฟจากหัวเทียน มีข้อดีที่ปล่อยปริมาณฝุ่นละออง (Particulate) ในปริมาณต่ำ แต่จะมีราคาเพิ่มขึ้นจากรถยนต์ดีเซลประมาณร้อยละ 20-30 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทรถและบริษัทผู้ผลิต ปัจจุบันยังไม่มีการผลิตในประเทศไทย ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น ประเทศอเมริกา (ยี่ห้อ Cummins, Detroit) ประเทศเกาหลี (ยี่ห้อ Daewoo, Hyundai) เป็นต้น

nvgsetup8.jpg 


1.2 รถยนต์ใช้ NGV ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Diesel Dual Fuel, DDF)

เป็นเครื่องยนต์ที่ออกแบบให้ใช้ NGV ร่วมกับน้ำมันดีเซล โดยใช้น้ำมันดีเซลจุดระเบิด (Ignites) และลุกลามการเผาไหม้ของ NGV ต่อไป ปัจจุบันเครื่องยนต์ยี่ห้อ Caterpillar ประเทศอเมริกา โฆษณาว่า สามารถใช้ NGV ทดแทนน้ำมันดีเซลได้สูงถึงร้อยละ 9

nvgsetup9.jpg 


2. เครื่องยนต์ดีเซลเดิมสามารถปรับใช้ NGV ได้ ดังนี้


2.1 ติดตั้งอุปกรณ์ NGV ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Diesel Dual Fuel System, DDF)

วิธีนี้ไม่ต้องดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลเดิมเพียงแต่ติดตั้งอุปกรณ์NGV เพิ่มเติมเท่านั้น กล่าวคือเครื่องยนต์ยังใช้น้ำมันดีเซล ในการจุดระเบิด เมื่อการเผาไหม้เกิดขึ้นแล้วจะใช้NGV เป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้ทดแทนน้ำมันดีเซลต่อไป สำหรับ

  • ประสิทธิภาพเครื่องยนต์เมื่อใช้เชื้อเพลิงร่วม (NGVและดีเซล) ขึ้นอยู่กับ
  • สภาพเครื่องยนต์เดิมนั้นๆ
  • เทคโนโลยีและประสิทธิภาพของอุปกรณ์ NGV
  • ความชำนาญของผู้ติดตั้ง
  • ลักษณะการใช้งานของรถ ฯลฯ

ดังนั้น เทคโนโลยีสามารถปรับจูนให้ระบบสามารถนำ NGV เข้าไปเผาไหม้ทดแทนน้ำมันดีเซลได้มากเท่าไร ก็จะทำให้ผู้ใช้ระบบสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้มากเท่านั้น ระบบนี้สามารถเลือกใช้น้ำมันดีเซลอย่างเดียวหรือใช้เชื้อเพลิงร่วม (NGV และดีเซล) ก็ได้ โดยการปรับสวิตช์เลือกใช้เชื้อเพลิง ซึ่งสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 300-500 กิโลเมตร สำหรับการติดตั้งถัง NGV ขนาดถังบรรจุ 140 ลิตรน้ำ 3-5 ถัง ต่อการเติม NGV 1 ครั้ง ซึ่งมีระบบควบคุมการจ่าย NGV แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

2.1.1​ ระบบดูดก๊าซ(FumigationSystem)

ที่มีระบบควบคุมแบบธรรมดา (Mechanic Control) หรือแบบวงจรเปิด โดย NGV จากถังบรรจุจะถูกปรับความดัน (Pressure Regulator) จาก 200 บาร์ ให้ลดต่ำลง เพื่อถูกดูดไปผสมกับอากาศ (Gas Mixer) บริเวณท่อร่วมไอดีในอัตราส่วนที่เหมาะสม กับการเผาไหม้ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ บางยี่ห้ออาจมีชุดควบคุมการจ่ายก๊าซอิเล็คทรอนิคส์ (Electronic Control Unit : ECU) ควบคุมการจ่าย NGV เข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์โดยแปรผันตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์

จากผลการทดสอบการใช้งานจริงของรถบรรทุก และรถหัวลาก ที่ติดตั้งอุปกรณ์ NGV ชนิดนี้ ซึ่งใช้ NGV ในประเทศไทย โดยเฉลี่ยสามารถใช้ NGV เป็นเชื้อเพลิงทดแทน น้ำมันดีเซลได้ประมาณร้อยละ 25 – 50 และทดแทนน้ำมันดีเซลได้สูงสุดถึงร้อยละ 60 สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายประมาณร้อยละ 15-40 และยังช่วยลดปริมาณควันดำ จากการเผาไหม้ลงด้วย

2.1.2 ระบบฉีดก๊าซ (Injection System)

โดย NGV จากถังบรรจุ เมื่อถูกปรับลดความดัน (Pressure Regulator)จาก 200 บาร์ ให้ลดต่ำลง จะถูกฉีดเข้าผสมกับอากาศบริเวณท่อร่วมไอดีจ่าย NGV จุดเดียว (Single Point Injection) และท่อไอดีของแต่ละกระบอกสูบ (Multi Point Injection : MPI) ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับการเผาไหม้ ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ รูปแบบที่มีใช้ในปัจจุบันมีอยู่ 3 แบบ ดังนี้

1. แบบฉีดก๊าซ ชนิด Single Point Injection Open Loop

ที่มีระบบควบคุมแบบวงจรเปิด ซึ่งจะฉีด NGV เข้าผสมกับอากาศบริเวณท่อร่วมไอดี โดยใช้ ECU ควบคุมการจ่าย NGV โดยแปรผันตามความเร็วรอบของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงร่วมจะขึ้นอยู่กับการออกแบบโปรแกรม การควบคุมการจ่าย NGV นั่นเอง

2. แบบฉีดก๊าซ ชนิด Single Point Injection Close Loop

ที่มีระบบควบคุมแบบวงจรปิด ซึ่งจะฉีด NGV เข้าผสมกับอากาศบริเวณท่อร่วมไอดี เช่นเดียวกับ ข้อ 1. แต่จะมีใช้อุปกรณ์ควบคุมอิเลคทรอนิคส์ (ECU) และใช้โปรแกรม คอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่าย NGV ให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้ และปรับการจ่ายน้ำมันดีเซลที่ปั๊มเพื่อให้อัตราส่วน NGV ต่อน้ำมันดีเซลเหมาะสมสำหรับ การเผาไหม้ที่สภาวะการทำงานต่างๆ ของเครื่องยนต์ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของ เชื้อเพลิงร่วมจะขึ้นอยู่กับการออกแบบหัวฉีดก๊าซ อุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณการทำงาน ของเครื่องยนต์ เช่น ตัวตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen Sensor) ตัวตรวจวัดตำแหน่งปีกผีเสื้อ (Throttle Position Sensor) ฯลฯโปรแกรมควบคุมการจ่ายเชื้อเพลิง และการปรับตั้งอัตราส่วนผสม NGV กับน้ำมันดีเซล

3. แบบฉีดก๊าซ ชนิด Multi Point Injection

ที่มีระบบควบคุมแบบวงจรปิด มีหลักทำงานคล้ายๆ กับข้อ 2. แต่จะฉีดก๊าซเข้าผสมกับอากาศบริเวณท่อไอดีของแต่ละกระบอกสูบ ซึ่งจะมีประสิทธิภาพการเผาไหม้ อัตราการใช้เชื้อเพลิง และไอเสียดีกว่าระบบ DDF แบบอื่นๆ แต่มีราคาสูงกว่ามาก

 


2.2 ดัดแปลงเครื่องยนต์ดีเซลเดิมมาใช้ NGV อย่างเดียว (Dedicated Retrofit)

นำเครื่องยนต์ดีเซลเดิมมาดัดแปลง เพื่อลดอัตราส่วนการอัด (Compression Ratio) จากประมาณ 17 : 1 เป็น 11 : 1 โดยการดัดแปลงลูกสูบ ฝาสูบ ติดตั้งหัวเทียนเพื่อช่วยจุดระเบิด เปลี่ยนชิ้นส่วนอื่นๆ ตามความเหมาะสมของเครื่องยนต์แต่ละรุ่น ฯลฯ และติดตั้งอุปกรณ์ NGV ให้สามารถใช้ NGV ได้ ระบบนี้เมื่อดัดแปลงแล้วเสร็จจะไม่สามารถใช้น้ำมันดีเซลได้อีก สามารถใช้ NGV ได้เพียงอย่างเดียว โดยมีการติดตั้งถัง NGV 5-7 ถัง (ขนาดถังบรรจุ 140 ลิตรน้ำ) ซึ่งสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 280-400 กิโลเมตร ต่อการเติม NGV 1 ครั้ง ระบบนี้มีการควบคุมการจ่าย NGV แบ่งได้เป็น 2 แบบ ดังนี้

2.2.1 แบบดูดก๊าซ (Fumigation System)

ที่มีระบบควบคุมแบบวงจรปิด โดยติดตั้งอุปกรณ์ผสมก๊าซกับอากาศ (Gas Mixer) บริเวณท่อร่วมไอดี เพื่อนำ NGV ผสมกับอากาศในอัตราส่วนที่เหมาะสม กับการเผาไหม้ก่อนที่จะจ่ายเข้าเครื่องยนต์ และใช้อุปกรณ์ควบคุมอิเลคทรอนิคส์ (ECU) ป้อนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมการจ่าย NGV ให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้ ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการเผาไหม้ของ NGV จะขึ้นอยู่กับเทคนิคการดัดแปลงลูกสูบและเครื่องยนต์ การออกแบบชุดอุปกรณ์ผสม NGV กับอากาศ อุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณการทำงานของเครื่องยนต์ เช่น ตัวตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen Sensor) ตัวตรวจวัดตำแหน่งปีกผีเสื้อ (Throttle Position Sensor) โปรแกรมควบคุมการจ่าย NGV ชุดควบคุมการจ่าย NGV ฯลฯ

2.2.2 แบบฉีดก๊าซ (Multi Point Injection System, MPI)

ที่มีระบบควบคุมแบบวงจรปิด ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์หลักๆ คือ ชุดควบคุมอิเลคทรอนิคส์ (ECU) อุปกรณ์ปรับความดันก๊าซ (Pressure Regulator) ชุดจ่ายก๊าซ (Gas Distributor) อุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณการทำงานของเครื่องยนต์ เช่น ตัวตรวจวัดออกซิเจน (Oxygen Sensor) ตัวตรวจวัดตำแหน่งปีกผีเสื้อ (Throttle Position Sensor) ระบบนี้มีการจ่าย CNG ด้วยหัวฉีดบริเวณท่อไอดีของแต่ละสูบโดยเฉพาะ และควบคุมอัตราส่วนผสมแบบใช้อากาศพอดีสำหรับการเผาไหม้ (Lambda =1) ซึ่งจะจ่าย NGV ให้พอดีกับอากาศโดยใช้ชุดควบคุมอิเลคทรอนิกส์รับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณการทำงานของเครื่องยนต์ ทำการประมวลผลควบคุมการจ่าย NGV ของหัวฉีดไปที่ท่อไอดีแต่ละสูบให้เหมาะสมกับปริมาณอากาศทุกสภาวะการทำงานของเครื่องยนต์ และเกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ทั้งนี้ประสิทธิภาพการเผาไหม้ สมรรถนะของเครื่องยนต์ อัตราการใช้เชื้อเพลิง และไอเสียดีกว่าแบบ 2.2.1 แต่มีราคาสูง

nvgsetup12.jpg 


2.3 เปลี่ยนเครื่องยนต์ดีเซลเดิมเป็นเครื่องยนต์ NGV (Re-powering)

ถอดเครื่องยนต์ดีเซลเดิมออกและเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น NGV (Dedicated NGV) โดยใช้ตัวถัง(Chassis) รถยนต์คันเดิม ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงประมาณ 1.0 – 2.0 ล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อเครื่องยนต์ รุ่นเครื่องยนต์ กำลังของเครื่องยนต์ ฯลฯ เช่น ในประเทศอเมริกา ยี่ห้อ Cummins, Detroit, NGV Omnitek, Caterpillar ในประเทศเกาหลี ยี่ห้อ Daewoo, Hyundai ในประเทศจีน ยี่ห้อ Cummins ในประเทศอิตาลี ยี่ห้อ IVECO และต้องติดตั้งอุปกรณ์จ่าย NGV รวมทั้งติดตั้งถัง NGV เพิ่มเติม ซึ่งถ้าติดตั้งถัง ขนาด 140 ลิตร ประมาณ 5-7 ถัง จะสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 280-400 กิโลเมตร

nvgsetup14.jpg