 |
ปตท. ดำเนินการบริหาร ควบคุมดูแลการเก็บสำรอง รับจ่าย บรรจุผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลวหรือก๊าซหุงต้ม (LPG) ของคลัง
ทั่วประเทศ โดยปฏิบัติการเก็บสำรอง-รับ-จ่าย และบรรจุผลิตภัณฑ์ เพื่อการจ่ายโอนระหว่างคลังและจำหน่ายให้ลูกค้าทั้งทางรถยนต์
รถไฟ และทางเรือ |
| |
Click To Enlarge |
ปัจจุบัน ปตท. มี คลังปิโตรเลียม 6 แห่ง คลังน้ำมัน 14 แห่ง และ คลังก๊าซหุงต้ม 2 แห่ง (รวม
22 แห่ง) กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่สำรองผลิตภัณฑ์ ตอบสนองความต้องการใช้และ
อำนวยประโยชน์แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ ลดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง อันเป็นส่วนหนึ่งของต้น
ทุนราคาเชื้อเพลิง ช่วยให้ประชาชนได้ใช้เชื้อเพลิงที่มีคุณภาพในราคายุติธรรม โดย ปตท. ได้
พัฒนา คลังปิโตรเลียมศรีราชา ให้เป็นคลังสรรพสามิตและคลังสินค้าปลอดอากร เพื่อส่งเสริม
ธุรกิจการนำเข้าและส่งออก และเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยให้เช่าคลังเก็บน้ำมันเพื่อ
การค้าแก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ เป็นแหล่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับ
เติมเรือเดินสมุทร เพื่อรองรับการขยายตัวของท่าเรือแหลมฉบัง และผลักดันให้ประเทศไทยเป็น
ศูนย์กลางการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเรือเดินสมุทรอีกแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชีย
นอกจาก คลังทั่วประเทศแล้ว ปตท. ยังให้บริการผ่าน สถานีเติมน้ำมันอากาศยาน จำนวน 13
แห่ง หน่วยเติมน้ำมันอากาศยาน 3 แห่ง ภายในประเทศ และ สถานีเติมน้ำมันอากาศยานในต่าง
ประเทศ อีก 2 แห่ง ณ สนามบินโปเชียนตง ราชอาณาจักรกัมพูชา และ สนามบินฮ่องกง
สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอากาศยานและการขนส่งเชิงพาณิชย์ของ
โลกด้วย
สำนักงานและคลังต่างๆ ของ ปตท. ดำเนินการใต้นโยบาย คุณภาพ ความปลอดภัย อาชีว
อนามัย และสิ่งแวดล้อม และนำระบบมาตรฐานคุณภาพ ISO เข้ามาเป็นหลักในการปฏิบัติงาน
เพื่อเพิ่มคุณภาพ ผลผลิต และความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้ง สร้างความมั่นใจแก่
ประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง อาทิ ISO 9000, ISO 14001, ISO 17025, มอก.18001/ OHSAS
18001 อีกด้วย

|
|
| |