Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
    • ปี :
    • จังหวัด :
PTTPLC Internet Site | หน้าหลัก | ร่วมงานกับเรา | ทิศทางการบริหารคนอย่างยั่งยืน
ทิศทางการบริหารคนอย่างยั่งยืน
ทิศทางการบริหารคนอย่างยั่งยืน
ปตท. ตระหนักและให้ความสำคัญในการสร้างทุนมนุษย์ให้มีความรู้และศักยภาพสูง เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักแห่งความสำเร็จที่ช่วยผลักดันการดำเนินธุรกิจ ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ตั้งเป้าหมายไว้ ปตท. จึงให้ความสำคัญในการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (Knowledge Based Society) ส่งเสริมโอกาสการสร้างภาวะผู้นำ การพัฒนาพนักงานทุกระดับให้เป็นคนดี คนเก่ง มีพฤติกรรมในการทำงานอย่างมืออาชีพ และมีความพร้อมในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการ 3 ประการ คือ ห่วงใย แบ่งปัน และใส่ใจต่อพนักงานเพื่อส่งเสริมให้พนักงานพร้อมช่วย ปตท. ดูแลสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน
 
Sustainable_Photo.jpgSustainable_Photo.jpgSustainable_Photo.jpgSustainable_Photo.jpg
 
การบริหารทรัพยากรบุคคล

พนักงานเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ ปตท. ให้ประสบความสำเร็จ จึงมีการกำหนดเป้าหมาย
เชิงกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
 
 
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์
แนวทางการดำเนินงาน
จำนวนผู้บริหารกลุ่มศักยภาพที่เพียงพอในการดำเนินการของธุรกิจ
วิเคราะห์คุณลักษณะของตำแหน่งที่ธุรกิจต้องการ เสริมสร้างทักษะของผู้บริหาร ให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานในตำแหน่งปัจจุบันและอนาคต มีการติดตามอย่างสม่ำเสมอ และมีการจัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่งในตำแหน่งสำคัญเชิงกลยุทธ์ (Strategic Position) ทุกตำแหน่ง
จำนวนพนักงานกลุ่มศักยภาพที่เพียงพอในการตอบสนองทิศทางธุรกิจ
คัดเลือกพนักงานกลุ่มศักยภาพและเสริมสร้างทักษะของกลุ่มพนักงานให้เหมาะสมกับการพัฒนาเป็นผู้บริหารในอนาคต ผ่านกลไกของ Career Management และมีการติดตามผลการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ
เสริมสร้างพนักงานให้มีศักยภาพ
พัฒนาพนักงานเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในหน่วยงานที่สำคัญ ได้แก่ Capable Project Management, Operation Excellence, Business Development, Marketing and Sales, Stakeholder Management, Corporate Finance, HR/OE, R&D/Technology และ Corporate Strategy
เสริมสร้างความผูกพันของพนักงานในองค์กร
มุ่งเน้นการเสริมสร้างความผูกพันของพนักงาน ด้วยการวิเคราะห์ผลและกำหนดเป็นแผนงาน 3-5 ปี อาทิ การส่งเสริมการบริหารทรัพยากรบุคคลของผู้บริหาร และการปรับปรุงกระบวนการและระบบงานทรัพยากรบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานและช่วงอายุของพนักงานที่หลากหลาย
เสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานทรัพยากรบุคคลในการตอบสนองการบริการที่มีประสิทธิภาพ
เสริมสร้างศักยภาพ ความสามารถของผู้บริหารและพนักงาน HR  ในการตอบสนองความต้องการของธุรกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
 
 
นอกจากนี้ ปตท. ยังได้กำหนดค่านิยม SPIRIT เพื่อสร้างพฤติกรรมและวิถีการทำงานร่วมกันของกลุ่ม ปตท. โดยค่านิยม SPIRIT ประกอบไปด้วย S: Synergy, P: Performance Excellence, I: Innovation, R: Responsibility for Society, I: Integrity & Ethics, T: Trust & Respect ซึ่งค่านิยม SPIRIT ทั้ง 6 ตัว คือรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมให้ผู้บริหารและพนักงานกลุ่ม ปตท. เป็นคนเก่ง คนดี และมีความรับผิดชอบต่อองค์กรและสังคมภายนอก
 
โครงสร้างและระบบบริหาร
โครงสร้างการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของ ปตท. ประกอบด้วย กลุ่มคณะกรรมการที่ปรึกษาสายอาชีพวางแผนและกำหนดแนวทางการพัฒนาพนักงานในสายอาชีพ
  • คณะกรรมการทรัพยากรบุคคลหน่วยธุรกิจ พิจารณากลั่นกรองการบริหารทรัพยากรบุคคล
  • คณะกรรมการจัดการทรัพยากรบุคคลเสนอแนะนโยบายและพิจารณากลั่นกรองให้คำปรึกษาการจัดการทรัพยากรบุคคล
  • คณะกรรมการจัดการ ของ ปตท. กำหนดนโยบายการตัดสินใจด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
  • คณะกรรมการบริหารความร่วมมือของกลุ่มทรัพยากรบุคคล บริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ
  • คณะกรรมการจัดการกลุ่ม ปตท.
  • คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
  • คณะกรรมการทุนการศึกษา และพัฒนาพนักงานกลุ่มศักยภาพ ดูแลการให้ทุนการศึกษาและการอบรมต่างประเทศของพนักงาน พัฒนาพนักงานกลุ่มศักยภาพระดับ 9 ลงมา เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้บริหารในอนาคต
ปตท. ผสมผสานแนวคิดของการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในการออกแบบระบบบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาองค์กรต่างๆ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการทำงาน เช่น ระบบ SAP (Systems Applications and Products) ที่ใช้เก็บฐานข้อมูลพนักงาน ต่อยอดด้วยระบบ COACH ที่ใช้เก็บฐานข้อมูลการทำงานของพนักงานและรายละเอียดสมรรถนะที่ได้มาจากการวิเคราะห์งานและแผนความคาดหวังของตำแหน่งงาน (Success Profile) ทั้งยังใช้เก็บข้อมูล KPI สำหรับประมวลผลข้อมูลการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานทั่วทั้งองค์กร
การสรรหาพนักงาน
ปตท. พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีศักยภาพและต้องการความก้าวหน้ามาร่วมเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์และพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคง ยั่งยืน โดยเล็งเห็นความสำคัญของความก้าวหน้าในสายอาชีพ การบริหารจัดการมุ่งส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของพนักงานให้เติบโตเคียงคู่องค์กรอย่างยั่งยืน มีความสมดุลระหว่างการดำเนินชีวิตและการทำงาน  รวมทั้งคำนึงถึงการให้โอกาสที่เท่าเทียมกันในการทำงาน

ปตท. มีกระบวนการสรรหาและคัดเลือกอย่างเป็นระบบ โดยประชาสัมพันธ์รับสมัครงานผ่านช่องทางต่างๆ ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ได้ผู้สมัครที่หลากหลาย มีหน่วยงานทรัพยากรบุคคลระดับธุรกิจ ร่วมกับหน่วยธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการ อัตรากำลัง กำหนดขีดความสามารถที่ต้องการ และจัดทำแผนการสรรหาบุคลากร  เพื่อสรรหาและคัดเลือกผู้สมัครที่มีศักยภาพให้ทันต่อความต้องการของธุรกิจ
นอกจากนี้ ปตท. ยังใช้ระบบ e-Recruit เพื่อเพิ่มประสิทธิิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลผู้สมัคร และเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลที่ครอบคลุมทุกขั้นตอนของกระบวนการสรรหาและคัดเลือกพนักงาน โดยผู้สมัครสามารถติดตามสถานะได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดกระบวนการ
ปตท. ใช้หลักการประเมินแบบ STAR (Situation, Task, Action, Result) ในกระบวนการสอบสัมภาษณ์ ด้วยการใช้คำถามที่ให้ผู้สมัครอธิบายพฤติกรรมตนเองและศักยภาพของผู้สมัคร ทำให้สามารถเปรียบเทียบและวิเคราะห์คำตอบที่สะท้อนพฤติกรรมของผู้สมัครในสถานการณ์ต่างๆ แตกต่างจากการสัมภาษณ์แบบเดิมที่ไม่สามารถสะท้อนพฤติกรรมผู้สมัครได้
 
การสร้างแรงจูงใจ
ปตท. มีกลยุทธ์และนโยบายในการสร้างแรงจูงใจแก่บุคลากร ทั้งในรูปแบบของตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน มีการบริหารค่าตอบแทนที่เชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานรายบุคคล สามารถสะท้อนความแตกต่างของผลการปฏิบัติงานของพนักงาน โดยไม่เลือกปฏิบัติ มีการศึกษาเปรียบเทียบและปรับปรุงการบริหารค่าจ้างและผลตอบแทนกับบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นประจำทุกปี ซึ่งค่าจ้างและผลตอบแทนจัดอยู่ในระดับชั้นนำของประเทศ การประเมินค่าตอบแทนสะท้อนความโปร่งใสและเป็นธรรม โดยมีระบบบริหารจัดการผลการดำเนินงาน ซึ่งกำหนดให้พนักงานทุกระดับต้องตั้งเป้าหมายและดัชนีชี้วัดระดับบุคคลที่มีความสอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ทางธุรกิจ นอกจากนี้ ปตท. ยังให้ความสำคัญต่อบุคลากร ด้วยการให้รางวัล ยกย่องชมเชย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดผลงานที่เป็นเลิศ ทำให้ผลการดำเนินงานขององค์กรในภาพรวมได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น การติดอันดับ Fortune 100 และ การเป็นสมาชิกของ DJSIซึ่งสะท้อนการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพ

ปตท. จัดให้มีสวัสดิการและสิทธิประโยชน์หลากหลายรูปแบบมากกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยออกแบบให้เหมาะสม ครอบคลุมทุกช่วงอายุของพนักงาน และพนักงานสามารถเลือกรับสิทธิประโยชน์ได้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล
ช่วงอายุ
สวัสดิการและสิทธิประโยชน์
 พนักงานพนักงาน
  • การจัดทำผลประโยชน์เลือกได้ (Flexible Benefits) เพื่อสอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของพนักงานที่แตกต่างกันตามช่วงอายุ สวัสดิการและสิทธิประโยชน์สำหรับบุคคลในครอบครัวพนักงาน เช่น การรักษาพยาบาล ทุนการศึกษา เป็นต้น
 พนักงานใกล้เกษียณอายุ
  •  โครงการเตรียมความพร้อมก่อนวัยเกษียณอายุ เช่น อบรมเรื่องกฎหมายผู้สูงอายุ กฎหมายมรดก การดูแลสุขภาพ
     สำหรับผู้สูงวัยสำหรับผู้สูงวัย
 พนักงานเกษียณอายุ
  • โครงการปัจฉิมนิเทศพนักงานเกษียณอายุ เพื่อให้ความรู้ต่างๆ เช่น การรักษาสุขภาพร่างกาย 
    การวางแผนและบริหารการ เงิน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ การเสียภาษีเงินได้ประเภทต่างๆ เป็นต้น
  • โครงการร่วมใจจากองค์กร เพื่อเป็นทางเลือกให้พนักงานที่มีเหตุจำเป็น เช่น มีปัญหาสุขภาพ เป็นต้น
การประเมินผลการปฏิบัติงาน
ปตท. กำหนดให้มีการประเมินการปฎิบัติงานทั้งในระดับบุคคลและธุรกิจ ผ่านระบบ COACH Application จำนวน 2 ครั้งต่อปี โดยทุกไตรมาสที่ 2 มีการติดตามผลการดำเนินงานครึ่งปี และในไตรมาสที่ 4 ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี ครอบคลุมการวางแผน การติดตามความคืบหน้า การพัฒนา เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนด สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ และกลยุทธ์ขององค์กร รวมทั้งกำหนดให้มีการวางแผนการพัฒนารายบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับความคาดหวังของตำแหน่งงานและแผนการเติบโตทางธุรกิจ ซึ่งพนักงานจะได้รับการถ่ายทอดทักษะและความรู้ในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาศักยภาพที่จำเป็นในการก้าวหน้าในสายอาชีพ  ดังนั้นระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของ ปตท. ถือเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ สามารถใช้วัดและติดตามผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดความสอดคล้องระหว่างพนักงานกับผู้บังคับบัญชาในแต่ละระดับ
นอกจากนี้ ยังมีการประเมินผ่านดัชนีชี้วัดความคุ้มทุนต่อพนักงานเพื่อสะท้อนถึงมูลค่าการลงทุนด้านการพัฒนาศักยภาพพนักงานผ่านผลการดำเนินงานขององค์กร 
การพัฒนาศักยภาพพนักงาน
 ปตท. มุ่งพัฒนาให้พนักงานมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามทิศทางของธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่องค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคต จึงบริหารสายอาชีพและส่งเสริมความรู้ควบคู่กันไป โดยการบริหารสายอาชีพนับเป็นกลไกในการพัฒนาความก้าวหน้าของตำแหน่งงาน ได้แก่ สมรรถนะ องค์ความรู้ ประสบการณ์ และคุณลักษณะ ทำให้พนักงานมีทิศทางที่ชัดเจนและเกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต 

ปตท. ส่งเสริมการใช้ความรู้และทักษะใหม่ภายหลังการอบรม โดยมีแนวทางพัฒนาบนหลักการ 10/20/70 ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบการบริหารสายอาชีพกล่าวคือ ได้รับความรู้และทักษะจากการอบรมร้อยละ 10 จากนั้นผู้บังคับบัญชาหรือพี่เลี้ยงเป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำ/สอนงานอีกร้อยละ 20 และสุดท้ายร้อยละ 70 ต้องนำความรู้และทักษะที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในงานที่รับผิดชอบด้วยตนเอง หรือแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะใหม่ให้ผู้อื่น

ระบบการบริหารสายอาชีพ (Career Management) เป็นระบบที่วางแผนพัฒนาพนักงานให้มีศักยภาพ ความสามารถ และความก้าวหน้าในสายอาชีพ (15 สายอาชีพ) โดยระดับพนักงานจะได้รับการดูแลโดยกลุ่มที่ปรึกษาประจำสายอาชีพ คณะกรรมการจัดการทรัพยากรบุคคล และคณะกรรมการจัดการทรัพยากรบุคคลของ บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ระดับผู้บริหารจะได้รับการดูแลโดยคณะกรรมการบริหารความร่วมมือของกลุ่มทรัพยากรบุคคล และคณะกรรมการจัดการกลุ่ม ปตท. โดยผู้บังคับบัญชาและพนักงานร่วมกันจัดทำแผนการพัฒนารายบุคคล เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของพนักงานให้ก้าวหน้าในสายอาชีพต่อไป
ปตท. มีกระบวนการวางแผนสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารและผู้นำ โดยจัดเตรียมผู้บริหารกลุ่มศักยภาพ (Leadership Pool) เป็น 3 กลุ่ม โดยมีคณะกรรมการดูแล
ดังนี้ 

    1.  กลุ่มรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยคณะกรรมการจัดการกลุ่ม ปตท.
    2.  กลุ่มผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โดยคณะกรรมการบริหารความร่วมมือของกลุ่มทรัพยากรบุคคล
    3.  กลุ่มผู้จัดการฝ่าย โดยคณะกรรมการจัดการทรัพยากรบุคคล

เริ่มจากวิเคราะห์ความต้องการขององค์กรระยะเวลา 5 ปี และคัดเลือกพนักงานที่มีศักยภาพสูง โดยจัดทำแผนพัฒนารายบุคคล และกำหนดตำแหน่งเป้าหมาย เพื่อสร้างความพร้อมก่อนขึ้นดำรงตำแหน่งที่สำคัญ

ทั้งนี้มีการมอบทุนการศึกษาแก่พนักงานที่มีความสนใจศึกษาต่อในสาขาวิชาที่ตรงตามทิศทางขององค์กรโดย สถาบันพัฒนาผู้นำและการเรียนรู้กลุ่ม ปตท. (PTT Leadership and Learning Institute: PLLI) ได้ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาผู้นำและบุคลากรผ่านหลักสูตรหลัก ประกอบด้วย Leadership Development Program และ Business and People Management Program รวมทั้งอบรมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะในสายอาชีพ ผ่านหลักสูตรพัฒนาสายอาชีพ (Functional Academy) เพื่อรองรับธุรกิจขององค์กรทั้งในปัจจุบันและอนาคต
 
 
ความผูกพันต่อองค์กร
 
ปตท. ให้ความสำคัญต่อความคาดหวังของพนักงาน จึงกำหนดให้มีการสำรวจความผูกพันและความพึงพอใจของพนักงานเป็นประจำทุกปี ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ มีกระบวนการเชิงคุณภาพ เช่น การเก็บข้อมูลภาคสนาม การสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้บริหาร การประชุมย่อยกับพนักงาน ควบคู่ไปกับการพิจารณาปัจจัยด้านบุคลากร เช่น อัตราการลาออก ข้อร้องเรียน เป็นต้น โดยนำผลที่ได้จากการสำรวจมาปรับปรุงกระบวนการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของ ปตท. ในแต่ละปี
สิทธิพนักงาน
ปตท. มีนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างยั่งยืนที่เคารพสิทธิมนุษยชนและสิทธิของพนักงาน และการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามกรอบสากล เช่น หลักสากลของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติว่าด้วย “การปกป้อง การเคารพ และ การเยียวยา” (UN “Protect, Respect and Remedy” Framework for Business and Human Rights) องค์กรแรงงานระหว่างประเทศ และแนวปฏิบัติสำหรับบรรษัทข้ามชาติ  (OECD Guidelines for Multinational Enterprises) เป็นต้น รวมทั้งให้ความสำคัญต่อความสมดุลระหว่างการทำงานและการดำเนินชีวิต ด้วยการส่งเสริมให้พนักงานมีคุณภาพชีวิตในการทำงาน มีความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ดี
นอกจากนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร ปตท. จัดให้มีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น การแจ้งโดยผู้บังคับบัญชาและหัวหน้างาน การประกาศข่าวภายใน อินเทอร์เน็ต เป็นต้น
ความหลากหลาย
ปตท. เปิดโอกาสและให้ความเท่าเทียมกันของบุคคลทุกเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ ชนชั้น ภูมิลำเนา การศึกษา สาขาวิชา ไม่จำกัดบุคคลพิการ เพื่อให้ได้บุคลากรที่หลากหลายตามความจำเป็นของลักษณะงานและสามารถตอบสนองความต้องการและความแตกต่างของลูกค้า และความหลากหลายของธุรกิจในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาปฏิบัติงานร่วมกับ ปตท. ส่งผลให้ได้รับประโยชน์จากมุมมองทางวัฒนธรรมและศักยภาพของพนักงานที่มีความหลากหลาย เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และมุมมองระหว่างพนักงานในทีมงานต่างๆ ทำให้ได้ความคิดสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับองค์กรและสังคมส่วนรวม
การร้องเรียนและร้องทุกข์
ปตท. มีกลไกการจัดการข้อร้องเรียนของพนักงานอย่างเป็นระบบ โปร่งใสและเป็นธรรม มีการรักษาความลับ และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งเน้นการทำความเข้าใจที่ถูกต้องระหว่างพนักงานกับพนักงาน และพนักงานกับองค์กร มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและวินิจฉัยเป็นรายกรณี โดยมีผู้แทนจากทรัพยากรบุคคลร่วมเป็นกรรมการด้วย ทั้งนี้ พนักงานสามารถร้องเรียนอย่างเป็นทางการมายังฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลแต่ละหน่วยธุรกิจ หรือร้องเรียนมายังส่วนแรงงานสัมพันธ์ ฝ่ายบริการทรัพยากรบุคคล ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ผ่านตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ ปตท. ประกอบด้วย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ทำหน้าที่ติดตามและรายงานเรื่องร้องเรียนของพนักงานกับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พิจารณาประเด็นที่เกี่ยวกับสภาพการจ้าง สิทธิประโยชน์ เรื่องร้องเรียน โดยตัวแทนฝ่ายลูกจ้างนำข้อร้องเรียนของพนักงานเสนอต่อคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ที่มีการประชุมเป็นประจำทุกเดือน และติดตามข้อร้องเรียนดังกล่าวจนกว่าจะแก้ไขแล้วเสร็จ

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (สร.ปตท.) เป็นหน่วยงานอิสระ มีบทบาทสำคัญในกระบวนการตรวจสอบและวินิจฉัยการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน โดยมีคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ ร่วมพิจารณาให้ความเห็นในภาพรวมของการปรับปรุงระเบียบข้อบังคับให้ทันสมัย และเป็นประโยชน์แก่พนักงานมากที่สุด สร.ปตท. มีเป้าหมายในการดูแลมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจตามบัญญัติและข้อบังคับทางกฎหมาย ทั้งนี้ ปตท. เปิดโอกาสอีกทั้งอำนวยความสะดวกเพื่อสนับสนุนให้พนักงานร่วมเป็นสมาชิก สร.ปตท.