Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
    • ปี :
    • จังหวัด :
PTTPLC Internet Site | หน้าหลัก | Media Center | ความเคลื่อนไหว
16 มี.ค. 2560 สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน จัดพิธีประสาทปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2558
มีบัณฑิตจบการศึกษาต่อเนื่องกว่า 5,000 คน ไม่จำกัดอายุหรืออาชีพ ตอกย้ำหลักการอุดมศึกษาทางเลือก เน้นกระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนระเบิดความรู้จากภายใน เชื่อมโยงความรู้ท้องถิ่นกับสากล และพึ่งพาตนเองบนฐานทรัพยากรท้องถิ่น เรียนรู้เพื่ออยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีกินในท้องถิ่นของตน ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ พร้อมมีความสุขตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
 
        วันนี้ (16 มี.ค. 2560) ศาสตราจารย์ นพ.เกษม วัฒนชัย ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาบัตรแก่บัณฑิตของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ที่สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2558 ณ อุทยานพระบรม-ราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร.๒) อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม โดยมีบัณฑิต เข้ารับปริญญาบัตรรวมทั้งสิ้น 845 คน แบ่งเป็น ระดับปริญญาตรี หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต 3 สาขาวิชา ได้แก่ สหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น จำนวน 689 คน การจัดการสุขภาพชุมชน จำนวน 70 คน การจัดการการเกษตรยั่งยืน จำนวน 57 คน และระดับปริญญาโท หลักสูตรศิลปศาสตร มหาบัณฑิต 2 สาขาวิชา ได้แก่ การพัฒนาท้องถิ่นแบบบูรณาการ จำนวน 26 คน  การจัดการระบบสุขภาพชุมชน จำนวน 3 คน รวมบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากสถาบันฯจนถึงปีนี้ แล้วกว่า 5,000 คน
 
        นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 5 คน ได้แก่ นางรตยา จันทรเทียร นายเดชา ศิริภัทร นายคมสัน  หุตะแพทย์ นายแพทย์วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ และนางสุวรรณา หลั่ง-น้ำสังข์ อีกทั้งมีผู้ได้รับประกาศเกียรติคุณเป็น “เมธาจารย์มหาวิทยาลัยชีวิต” เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้มีคุณธรรมเป็นแบบอย่าง มีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ชีวิตและงานที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์ พร้อมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของตนแก่บุคคลอื่นอย่างเต็มใจและต่อเนื่อง รวม 7 คน ได้แก่ นายอัมพร ด้วงปาน นายเคล้า แก้วเพชร นายชัยพร พรหมพันธุ์ นายเกริก มีมุ่งกิจ นายโชคชัย ลิ้มประดิษฐ์ นายประเสริฐ นพคุณขจร และ พระราชโพธิวรคุณ
 
        นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานกรรมการมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน กล่าวว่า พิธีประสาทปริญญาบัตรในครั้งนี้ ถือเป็นบัณฑิตรุ่นที่ 3 ของสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ซึ่งสถาบันนี้จัดตั้งขึ้นโดยมูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน เพื่อดำเนินการให้การศึกษา เรียนรู้ ประสิทธิ์ประสาทวิชา ในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก โดยใช้เรื่องของชุมชน ชีวิตคนในชุมชน และใช้ปัญหาของชุมชนที่เกี่ยวข้องเป็นตัวตั้งหรือเป็นเป้าหมายแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาการพึ่งตนเองได้อย่างเข้มแข็ง ทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม วัตถุประสงค์สำคัญในการจัดการศึกษา เน้นการผลิตบัณฑิตที่มีจิตสำนึกรับใช้สังคม มีความสามารถเป็นนักประชาพิจัย และเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความรู้ความเข้าใจสภาพชุมชนท้องถิ่นของตนเอง พึ่งตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้
 
        รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี พงศ์พิศ อธิการบดีสถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน ได้กล่าวถึงหลักสูตรและการเรียนการสอนของสถาบันว่า หลักสูตรของสถาบันแห่งนี้ต่างกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั้งแง่เนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้ ด้วยมองว่าเป็นการศึกษาที่จะตอบโจทย์ของชีวิตและชุมชนได้ โดยเน้นการเรียนรู้จากชีวิตและชุมชน จากปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้รู้ในท้องถิ่นนั้นๆ
 
        “ความคาดหวังของสถาบัน อยากให้บัณฑิตที่จบไป เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีชีวิตที่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ได้ช่วยเหลือสังคม มีแนวคิดที่อยากสร้างความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาของชีวิตและชุมชน ซึ่งผู้เรียนนั้นจะต้องมีความมุ่งมั่นเป็นสำคัญ โดยเราไม่ได้จำกัดอายุหรืออาชีพ เพียงขอให้มีความตั้งใจ ถือว่าเป็นสถาบันที่เปิดโอกาสให้กับคนที่ตั้งใจจริง” รองศาสตราจารย์ ดร.เสรี กล่าว
 
        “สถาบันการเรียนรู้เพื่อปวงชน” เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 เป็นต้นมา จัดตั้งโดย มูลนิธิสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ด้วยความร่วมมือของภาคี 4 องค์กร คือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และมูลนิธิหมู่บ้าน นับเป็นหน้าประวัติศาสตร์ของระบบการศึกษาแนวใหม่ของประเทศ ด้วยเล็งเห็นความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาให้เข้าถึงองค์ความรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น สอดคล้องและตอบสนองต่อสภาพชีวิตและชุมชนของผู้เรียน โดยมีศูนย์การศึกษาครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อเป็นสถาบันอุดมศึกษาทางเลือก ซึ่งเรียนรู้ด้วยการเอาชีวิตและชุมชนเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง เพื่อเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนในชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ใช้กระบวนการเรียนรู้ให้ผู้เรียนระเบิดความรู้จากภายในเชื่อมโยงความรู้ของท้องถิ่นกับสากล จัดการศึกษากับการพัฒนาเป็นเนื้อเดียวกัน ช่วยตนเองได้ ช่วยคนอื่นได้ และมีความสุขตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง