Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
    • ปี :
    • จังหวัด :
  • แจ้งเรื่องสินค้าและบริการ
PTTPLC Internet Site | หน้าหลัก | Media Center | PTT Hot Issue | เมื่อไหร่จะปรับราคาน้ำมัน...ดูได้จากอะไร?
เมื่อไหร่จะปรับราคาน้ำมัน...ดูได้จากอะไร?
         น้ำมันเชื้อเพลิงหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตทั้งของไทยและของโลก ผู้บริโภคจึงต้องคอยจับตาราคาว่าขึ้นลงเมื่อไหร่มากน้อยเพียงไร
จะได้บริหารจัดการค่าใช้จ่ายและเงินในกระเป๋าให้สมดุลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ปตท. ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ภายใต้นโยบายและการกำกับดูแลของรัฐ  โดยเป็นเพียง 1 ในผู้ประกอบการค้าน้ำมัน
ตามมาตรา 7 ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 40 ราย   มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 39
% ในขณะที่ 61% เป็นของผู้ค้ารายอื่น ทั้งนี้ ปตท.
ขอนำเสนอที่มาที่ไปของการปรับราคาน้ำมันสำเร็จรูป ณ สถานีบริการ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในการเลือกซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและเลือกรับข่าวสาร
อย่างมีประสิทธิภาพ
 
1. ประเทศไทยผลิตน้ำมันดิบได้ไม่พอใช้ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลักเพื่อให้เพียงพอต่อการบริโภค ดังนั้น
ราคาซื้อขายภายในประเทศ จึงมีพื้นฐานจากราคาซื้อขายน้ำมันในตลาดโลก
2. น้ำมันดิบไม่สามารถนำมาใช้ได้โดยตรง ต้องผ่านกระบวนในโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อให้ได้น้ำมันสำเร็จรูปพร้อมใช้งาน ดังนั้น
ราคาพื้นฐานของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายปลีกในสถานีบริการ คือ ราคาตลาดของน้ำมันสำเร็จรูป ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบ  
ซึ่งตลาดแหล่งใหญ่ของโลกที่ใกล้กับไทยที่สุดก็คือตลาดสิงคโปร์ ซึ่งไม่ใช่ราคาขาย ณ สถานีบริการในสิงคโปร์


3. ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูป ณ สถานีบริการน้ำมันของไทยทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น เบนซิน ดีเซล แก๊สโซฮอล นั้นประกอบไปด้วย
ราคาต้นทุนเนื้อน้ำมันที่มาจากโรงกลั่น (หรือที่เรียกกันว่าราคาโรงกลั่น) +  ภาษีต่างๆ + กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง + ค่าการตลาด
(ซึ่งยังไม่ใช่กำไรของผู้ขาย เพราะยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายในการให้บริการของสถานี)

 
               - ราคาหน้าโรงกลั่น : กำหนดโดยผู้ผลิต โดยอิงราคาตลาดน้ำมันในสำเร็จรูปของตลาดสิงคโปร์ ซึ่งมีขึ้นลงตามสภาวะเศรษฐกิจ
                  และสภานะการณ์โลก 
                    - ภาษีและกองทุนน้ำมัน ภาษีและกองทุนน้ำมัน
: กำหนดโดยภาครัฐตามนโยบาย และภาครัฐเป็นผู้พิจารณาปรับเปลี่ยนตาม 
                  ความเหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของประเทศ
                - ค่าการตลาด
: บริหารจัดการโดยผู้ขาย ซึ่งเป็นไปตามกลไกการค้าของตลาดเสรี ที่มีผู้ค้าหลายราย ที่มีการแข่งขัน
                  ทางการตลาดและราคาไม่ให้สูงไปกว่ากันเพื่อดึงดูดผู้ซื้อ
ทั้งนี้ การปรับขึ้นลงของราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันของ ปตท.รวมถึงผู้ค้าทุกราย จะเปลี่ยนไปตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่นน้ำมัน  ซึ่งอ้างอิงตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ (ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบ) โดย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จะประเมินค่าการตลาดรายวันตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ เพื่อใช้ในการติดตามและกำกับดูแลการปรับเปลี่ยนขึ้นลงของราคาขายปลีกของผู้ค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมิให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค
 
 
4. การปรับขึ้นลงของราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูป ณ สถานีบริการ คาดการณ์ได้จากการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ของปัจจัยหลัก 3 ประการคือ
1. ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก
          2. อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพราะราคาตลาดประกาศเป็นเหรียญสหรัฐ แต่ราคาไทยใช้เป็นบาท
          3. ค่าการตลาด ว่าอยู่ในระดับสูงหรือต่ำ มาเป็นช่วงระยะเวลานานเท่าใด ซึ่งค่าการตลาดที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 1.50 - 2 บาทต่อลิตร
  
 
5. ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปได้ทุกเวลา เพราะมีการประกาศอย่างเป็นทางการใน  website
ของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กระทรวงพลังงาน :  http://www.eppo.go.th/retail_prices.php

6. จากโครงสร้างราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปของ ปตท. จะเห็นว่า ราคาต้นทุนเนื้อน้ำมันหรือราคาโรงกลั่นจะเป็นไปตามราคา
ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด
   แต่ราคาขายอาจมีเบี่ยงเบนไปบ้าง  เนื่องจากการเก็บภาษีและกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในขณะที่ค่าการตลาดเฉลี่ยรายปี
ก็คงอยู่ในช่วงที่เหมาะสม
โดยปี 58 ปตท. (ณ 24 พ.ย. 2558)  เป็นผู้นำในการปรับลดราคาน้ำมันก่อนผู้ค้าต่างชาติรายอื่น 33 ครั้ง
และขึ้นราคาขายปลีกภายหลังผู้ค้ารายอื่น 8 ครั้ง โดยปรับขึ้นทีหลังอยู่ระหว่าง
  1-10 วัน รวมจำนวนวันที่ราคา ปตท. ต่ำกว่าทั้งสิ้น 23 วัน  
พร้อมได้บริหารจัดการราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศสอดคล้องกับราคาตลาดโลก จนปัจจุบันราคาขายปลีก ณ กลางเดือน ธ.ค.
นับเป็นราคาต่ำสุดในรอบ 6 ปี 8 เดือน
  
7.   ราคาขายปลีกน้ำมันของไทยเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านถือว่าอยู่ในระดับกลาง   ซึ่งการกำหนดโครงสร้างราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปของแต่ละประเทศ  แตกต่างกันตามนโยบายของภาครัฐแต่ประเทศ จึงทำให้ราคาขายปลีกของแต่ละประเทศสูงต่ำต่างกันได้มาก  อาทิ
ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ราคาขายปลีกน้ำมันอยู่ในระดับต่ำมายาวนาน เพราะรัฐบาลอุดหนุนราคา
  
ขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ราคาน้ำมันขายปลีกอยู่ในระดับต่ำ เพราะรัฐบาลเรียกเก็บภาษีน้อย
 จึงทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูป
ของประเทศมาเลเซีย และประเทศอเมริกา อยู่ในระดับต่ำกว่าราคาขายปลีกของไทยมาก 

           
               ในส่วนของราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปที่สหรัฐอเมริกาที่ต่ำกว่าประเทศไทย  เป็นเพราะโครงสร้างราคาน้ำมันที่แตกต่างกัน  โดยสหรัฐฯ ซึ่งสามารถผลิตน้ำมันดิบในประเทศได้เองจำนวนมาก ทำให้ราคาต้นทุนเนื้อน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่นอยู่ในระดับต่ำกว่าไทยเล็กน้อย แต่ที่สำคัญคือรัฐบาลสหรัฐอเมริกามีการเรียกเก็บภาษีจากราคาขายปลีกน้ำมันน้อยมาก ตรงข้ามกับประเทศไทยที่เก็บค่าภาษีและกองทุนต่างๆ ในราคาขายปลีกเพิ่มเติมอีก  จึงทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยสูงกว่าสหรัฐฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 
 
-------------------------------------------------