Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 
TH

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
TH
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

แผนงาน เป้าหมายปี 2559​ ​ผลการดำเนินงานปี 2559​​ เป้าหมายปี 2560​
การตรวจประเมินในพื้นที่​ ตรวจประเมินผู้ค้าประเภทปิโตรเลียม 11 ราย และตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น 5 ราย(ร้อยละ 100 ของแผนงาน) ตรวจประเมินผู้ค้าประเภทปิโตรเลียม 8 ราย และตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่นด้านความยั่งยืน จำนวน 5 ราย (ร้อยละ 100 ของแผนงาน) ​ตรวจประเมินผู้ค้าประเภทปิโตรเลียม 9 รายและตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น ร้อยละ 10 ของผู้ค้ากลุ่ม critical ในปีนั้น
การลดอุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ขั้นร้ายเเรง​ให้
เป็นศูนย์ภายในปี 2563
0.05 ครั้ง ต่อ 1 ล้านกิโลเมตร 0.07 ครั้ง ต่อ 1 ล้านกิโลเมตร ลดลงจากปี 2558 ประมาณร้อยละ 30 (ปี 2558 เท่ากับ 0.10 ครั้ง ต่อ 1 ล้านกิโลเมตร) ​0.05 ครั้ง ต่อ 1 ล้านกิโลเมตร
​การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน้ำมันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มความพึงพอใจลูกค้า เเละลดผลกระทบสิ่งเเวดล้อม คิดเป็นจำนวน 65 ล้านบาท ​บริหารจัดการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ความพึงพอใจลูกค้า และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม คิดเป็น 141 ล้านบาท ​บริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานน้ำมัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ความพึงพอใจลูกค้าเเละลดผลกระทบสิ่งเเวดล้อม คิดเป็นจำนวน 65 ล้านบาท
การดำเนินการจัดหาสินค้าเเละบริการที่มีความต้องการตรงกันใน ปตท. เเละบริษัทในกลุ่ม
​ดำเนินการจัดหาสินค้าเเละบริการร่วมกันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มเเละพลังร่วมในกลุ่ม ปตท. ให้ได้ร้อยละ 10 ของมูลค่าการใช้จ่าย ​ ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 20 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 23 ของมูลค่าการใช้จ่าย


ความพึงพอใจของผู้ค้าต่อการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานจัดหา

ผู้ค้าประเภทปิโตรเลียม
​ความพึงพอใจ ปี 2559 ร้อยละ 90 ร้อยละ 94 ​ร้อยละ 90
ผู้ค้าสินค้าเเละบริการอื่น
ความพึงพอใจ ปี 2559 ร้อยละ 88 ​ร้อยละ 85.2 ​ร้อยละ 85
การจัดหาสินค้าเเละบริการในท้องถิ่น
การจัดหาสินค้าเเละบริการท้องถิ่นมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้ค้าในปี 2560 ​ร้อยละ 98 มากกว่าร้อยละ 95


การประเมินผลการดำเนินงานด้าน เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของผู้ค้า

ในปี 2559 ปตท. ทำการประเมินผู้ค้า เอทานอล/B100 จำนวน 8 ราย ซึ่ง ปตท. ได้จัดส่งผลประเมินและประเด็นที่ควรปรับปรุงแก้ไข เช่น ความปลอดภัยของบุคลากร บริษัทของผู้ค้าได้จัดอบรมความปลอดภัยให้แก่พนักงาน และจัดทำมาตรฐานความปลอดภัยและข้อห้าม ณ โรงจ่ายเอทานอลทางรถ รวมถึงได้จัดหาอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคลให้พนักงานสวมใส่ขณะทำการจ่ายเอทานอลทางรถ และในด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัย บริษัทของผู้ค้าได้ทบทวนและติดตั้งระบบดับเพลิงให้ครอบคลุมพื้นที่ ห้องควบคุม กับถังเก็บผลิตภัณฑ์ รวมถึงได้สุ่มตรวจความพร้อมอุปกรณ์ดับเพลิง และจัดทำป้ายแจ้งรายละเอียดผลการตรวจ วันที่ตรวจ และชื่อผู้ตรวจเพื่อเป็นข้อมูลในการทวนสอบย้อนกลับ และ ปตท. ได้ให้ข้อเสนอแนะกับผู้ค้าในการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อให้มีความปลอดภัยกับชุมชนและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

โครงการ Large Import Cargo Value Enhancement

เพื่อรองรับความต้องการน้ำมันเบนซิน (Motor Gasoline) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ปตท. ได้ดำเนินโครงการ Large Import Cargo Value Enhancement เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบกักเก็บและระบบท่อโดยใช้ระบบนำเข้าแบบใหม่ที่สามารถรองรับปริมาณน้ำมันเบนซินที่นำเข้าได้มากขึ้นจาก 5-7 ล้านลิตรต่อการนำเข้าหนึ่งครั้ง เป็น 50 ล้านลิตรต่อครั้ง ทำให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 400 ล้านบาทต่อปีจากต้นทุนการนำเข้าที่ลดลง นอกจากนี้ การปรับปรุงระบบที่มีอยู่ยังสามารถช่วยลดงบประมาณลงทุนได้ประมาณ 650-700 ล้านบาท และส่งเสริมการทำงานตามบรรทัดฐานค่านิยม SPIRIT จากการร่วมมือกันของหลายหน่วยงานในการเพิ่มพูนทักษะและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปฏิบัติงาน

การจัดหาพัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปตท. แสดงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการจัดหาพัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแผนการส่งเสริมของภาครัฐ โดยจัดทำคู่มือเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยงานจัดซื้อจัดจ้างทั้งสิ้น 16 หมวด เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ นำเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ควบคู่ไปกับการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับคู่ค้าและพนักงาน เช่น งานสัมมนาคู่ค้า การประชาสัมพันธ์ตัวอย่างข้อกำหนดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความรู้เกี่ยวกับฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ สำหรับปี 2559 ปตท. อยู่ระหว่างการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์สำหรับหมวดหมู่ต่างๆ เพิ่มเติม และจะส่งเสริมผู้ค้าที่ปฏิบัติตามแนวทางความยั่งยืน ผ่านการขึ้นทะเบียนผู้ค้า เพื่อเป็นช่องทางในการจัดหาให้สะดวกยิ่งขึ้นในอนาคต

การกำกับดูแลการจัดหาพัสดุของ ปตท.

คณะกรรมการกำกับดูแลตรวจสอบการพัสดุ มีหน้าที่ในการกำกับดูแลตรวจสอบการดำเนินการ (คตพ.) เพื่อให้มีความโปร่งใสและเป็นไปตามเป้าหมาย เจตนารมณ์ และนโยบายของ ปตท. เกี่ยวกับการพัสดุ ตลอดจนเสนอแนะวิธีปฏิบัติให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ คตพ. ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติด้านกระบวนการจัดหาพัสดุ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันภายในองค์กร ส่งผลให้เกิดความร่วมมือเพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดหาพัสดุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นมาตรฐานเดียวกัน อันนำไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความโปร่งใสบน Aspiration ‘PTT Pride & Treasure of Thailand’

การเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานจัดหา

ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินการทบทวนและวางแผนการพัฒนาพนักงานในสายอาชีพจัดหาและบริหารพัสดุเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2559 ปตท. ได้สื่อความนโยบายการจัดหาและบริหารงานผู้ค้าอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. รวมถึงการใช้เครื่องมือในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้กับพนักงานจัดหา หน่วยงานผู้ใช้ และผู้ค้ารับทราบ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร นอกจากนี้ ปตท. ยังมุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างศักยภาพพนักงานให้สามารถประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโยลีสารสนเทศร่วมกับการทำงานจัดหาได้อย่างเชี่ยวชาญ ซึ่ง ปตท. พัฒนาขึ้นเพื่อให้กระบวนการจัดหาพัสดุดำเนินอย่างเป็นระบบ มีความคล่องตัว และลดระยะเวลาการทำงาน ทั้งยังสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานยิ่งขึ้น