Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
    • ปี :
    • จังหวัด :
PTTPLC Internet Site | หน้าหลัก | ความยั่งยืน | มิติด้านเศรษฐกิจ | การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน
 

ปตท. มุ่งจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลผู้ค้า ที่อาจส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการดำเนินธุรกิจได้ การจัดการห่วงโซ่อุปทานของ ปตท. แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับส่วนกลางและระดับธุรกิจ โดยระดับส่วนกลาง รับผิดชอบดูแลการจัดหาสินค้าและการจัดจ้างการบริการทั่วไป รวมทั้งกำกับดูแลและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มของบริษัทในกลุ่ม สำหรับระดับธุรกิจ รับผิดชอบการจัดหาสินค้าโดยแบ่งตามความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ การจัดหาสินค้าประเภทปิโตรเลียม หรือสินค้าที่ใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง ได้แก่ วัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการกลั่น การค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประเภทอื่นๆ โดยมีการจัดทำโครงการการจัดการห่วงโซ่อุปทาน ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลของกลุ่ม ปตท. เป็นแนวทางเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า

ปตท. กำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า โดยมีเนื้อหาและขอบเขตของแนวทางการปฏิบัติสอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้จัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีผลบังคับใช้กับผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ในวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และ/หรือ งานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ค้าที่ต้องการขึ้นทะเบียนผู้ค้า ปตท. นอกจากนี้ ปตท. กำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมและการบริหารจัดการผู้ค้า เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงาน แนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม และความรู้ด้านนโยบายการจัดหาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น งานสัมมนาผู้ค้า เว็บไซต์ เป็นต้น

แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.

 

การประเมินความเสี่ยงของผู้ค้า  

ปตท. จัดโครงสร้างทะเบียนผู้ค้าและผู้รับเหมาให้เอื้อต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงของผู้ค้าอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ ปตท. โดยประเมินความเสี่ยงของผู้ค้าในระดับผู้ค้ากลุ่มหลัก ตามโครงสร้างทะเบียนผู้ค้า ปตท. พิจารณาความเสี่ยงใน 2 มิติ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลของผู้ค้า และความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของ ปตท. เช่น อัตราการซื้อของ ปตท. ผู้ค้าจำหน่ายส่วนประกอบที่สำคัญ หรือสินค้าหรือบริการที่ไม่สามารถทดแทนได้ เป็นต้น

 
การประเมินความเสี่ยงของกลุ่มงานสินค้าและบริการของ ปตท.          
        
 

ทั้งนี้ ระดับความเสี่ยงของผู้ค้าเป็นปัจจัยที่ใช้กำหนดถึงระดับความสำคัญของผู้ค้าตลอดจนแนวทางที่เหมาะสมสำหรับการบริการจัดการผู้ค้า ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ระดับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

      
​ระดับการบริหารกลุ่มงานผู้ค้า ความหมาย​ กลยุทธ์ในการบริหารจัดการ​ เครื่องมือในการบริหารจัดการ​
​1.Critical /Strategic ​กลุ่มผู้ค้าที่จัดอยู่ในกลุ่ม Critical / Strategic คือกลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรม
การดำเนินงานมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลกระทบในระดับรุนแรงต่อผู้ค้าเองและสามารถส่งผลกระทบต่อชุมชน
โดยรอบ ทำให้ส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ซื้อทั้งทางด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร
​พัฒนาความสัมพันธ์และพลังร่วมทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกันและสร้างมูลค่าเพิ่ม ​• แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า
   ปตท.
• ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับ
   ผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งผิด
   ชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่ง
   แวดล้อม  สำหรับกลุ่มงาน Strategic
• แบบประเมินศักยภาพด้านความยั่งยืน
• การทวนสอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืน
   ของผู้ค้า
• การบริหารจัดการความสัมพันธ์ผู้ค้าและการ
   เสริมสร้างศักยภาพผู้ค้า
​2. Key ​กลุ่มผู้ค้าที่จัดอยู่ในประเภท Key
คือกลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่ผลิตภัณฑ์กระจายไปสู่ผู้บริโภค
ซึ่งมีผลกระทบสูงต่อผู้ซื้อทั้งในเชิงธุรกิจและภาพลักษณ์
​พัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย/ความเสี่ยง และรักษาระดับการแข่งขัน ​• แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า
  ปตท.
• ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับ
  ผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และ
  สิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไปการบริหาร
  จัดการความสัมพันธ์ผู้ค้าแวดล้อมสำหรับ
  กลุ่มงานทั่วไปการบริหารจัดการความ
  สัมพันธ์ผู้ค้า
​3. Manage ​กลุ่มผู้ค้าที่จัดอยู่ในประเภท
Manageคือกลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานส่วนใหญ่ในเชิงปฏิบัติการ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียงซึ่งมีความเสี่ย'ปานกลางต่อผู้ซื้อ
​รักษาความสัมพันธ์ตามผลการดำเนินงาน และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตามความต้องการของลูกค้า • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า 
  ปตท.

• ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับ
  ผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่ง 
  แวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไปผิดชอบต่อ
  สังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
  สำหรับกลุ่มงานทั่วไป
   

 

การบริหารจัดการผู้ค้า
 

ปตท. กำหนดมาตรการบริหารจัดการผู้ค้าเพื่อให้การดำเนินงานของผู้ค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถตอบสนองความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น บรรลุเป้าหมาย สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและ ปตท. รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความตระหนักถึงจุดยืนขององค์กรด้านความยั่งยืนแก่ผู้ค้า

ระดับส่วนกลาง

ปตท. กำหนดมาตรฐานการคัดเลือก ประเมิน และตรวจสอบผู้ค้าอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ยึดหลักความมั่นคงทางธุรกิจและความเชื่อถือได้ของผู้ค้า รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการของ ปตท. ได้เป็นอย่างดี โดยการบริหารจัดการผู้ค้าประกอบด้วย การจัดทำทะเบียนผู้ค้า เพื่อคัดเลือกผู้ค้าที่มีศักยภาพร่วมธุรกิจโดยใช้แบบสอบถาม สำหรับประเมินศักยภาพของผู้ค้า ทั้งทางด้านความพร้อมของการบริการ กำลังการผลิต การขนส่ง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานอุตสาหกรรม และผู้ค้าต้องสามารถดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. ได้ โดยการบริหารจัดการทะเบียนผู้ค้าอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการทะเบียนผู้ค้าและคณะทำงานทะเบียนผู้ค้า นอกจากนี้ ปตท. ได้เพิ่มเติมเงื่อนไขต่างๆ ในข้อกำหนด สำหรับงานจัดหาพัสดุทุกงานเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้าดำเนินงานตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืน

เพื่อเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงในการส่งมอบสินค้า ปตท. กำหนดเงื่อนไขในข้อกำหนด ให้การดำเนินการของผู้ค้าต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีการควบคุมดูแลให้ผู้ค้าปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงในด้านต่างๆ เช่น ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยมีการจัดทำโครงการประเมินความเสี่ยงของงานที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมา เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีศักยภาพ ในกรณีที่ผู้ค้าได้คะแนนไม่ผ่านตามที่กำหนดจะไม่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก

ระดับธุรกิจ

ปตท. กำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเน้นคุณภาพและปริมาณส่งมอบที่ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งในส่วนของ ปตท. และผู้ค้า รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในภาพรวมของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และเชื้อเพลิงชีวภาพ

นอกจากนี้ ในการจัดทำสัญญาซื้อขายระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานที่ระบุปริมาณการซื้อขายและช่วงเวลาส่งมอบล่วงหน้ากับผู้ค้ากลุ่มโรงกลั่นและผู้ค้าเชื้อเพลิงชีวภาพ จะมีข้อกำหนดการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนการดำเนินงานที่เป็นเลิศรวมอยู่ในสัญญาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า รวมทั้งกำหนดปัจจัยด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (ESG) เป็นหนึ่งในเกณฑ์ขั้นต่ำในการคัดเลือกเชิงปริมาณหรือคุณภาพของผู้ค้าทั้งในสัญญาที่มีอยู่เดิมและสัญญาใหม่ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วย ด้านคุณภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และชุมชน

 

การตรวจสอบและประเมินผู้ค้า

ปตท. มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้า เพื่อประเมินความเสี่ยง กำหนดแผนการแก้ไข ประเมินผลภายหลังดำเนินการแก้ไขตามแผนร่วมกัน โดยคำนึงถึงคุณภาพ/ปริมาณ/ความปลอดภัยในการผลิตและส่งมอบ ข้อกำหนดเบื้องต้นของ ปตท. รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการจัดการต่างๆ เช่น มาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, OHSAS 18001 เป็นต้น

สำหรับผู้ค้าโรงกลั่น จะมีการประชุมร่วมกับผู้ค้าสำคัญเป็นประจำทุกเดือนผ่านการประชุมคณะกรรมการประสานงานจัดหา และเข้าพื้นที่เพื่อสอบถามความพึงพอใจกับลูกค้า และนำข้อคิดเห็นไปพัฒนาการรับส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันให้ดีขึ้น หากเกิดความเสี่ยงที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปตท. จะดำเนินการตรวจสอบกับผู้ค้าเพื่อหาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไข รวมทั้งประเมินหลังการแก้ไขร่วมกัน

นอกจากนี้ ปตท. ยังประเมินผู้ค้า กลุ่มโรงกลั่น และโรงงานเอทานอล/ B100 ในด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ  กระบวนการทำงานและจัดส่ง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน การปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.  การจัดส่งสินค้าและบริการ  ผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการทำงาน  รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขป้องกัน  ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นพื้นที่โรงงานผลิต คลังเก็บ จุดจ่ายสินค้าของผู้ค้า โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ปตท. เช่น แผนจัดหา ปฏิบัติการ ควบคุมคุณภาพ และงานคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSHE) จะตรวจสอบพื้นที่โรงกลั่นและโรงงานเอทานอล/ B100 ตามแผนการตรวจประเมินซึ่งกำหนดไว้ในแต่ละปี  การตรวจประเมินจะจัดหมุนเวียนสลับกันไปในแต่ละโรงงานเพื่อให้สามารถตรวจประเมินได้ทั่วถึง และกำหนดระยะเวลาให้โรงกลั่น และโรงงานเอทานอล/ B100 ปรับปรุงการดำเนินงาน และแจ้งผลกลับมาที่ ปตท. เพื่อเป็นการพัฒนาและเพิ่มความสามารถให้คู่ค้า ทั้งนี้ ผลการตรวจประเมินคู่ค้าที่ได้จะสรุป นำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ปตท.

สำหรับการค้าระหว่างประเทศ ปตท. ใช้กระบวนการขึ้นทะเบียนคู่ค้า เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะมาร่วมดำเนินงาน และจัดทำรายชื่อคู่ค้าของ ปตท. โดยผู้ค้าต้องปฏิบัติตามระบบการตรวจประเมินเรือของ ปตท. ที่ประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG ผ่านระบบการตรวจประเมินคุณภาพของเรือขนส่งปิโตรเลียมให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย เป็นการบริหารความเสี่ยงของการเกิดน้ำมันหกรั่วไหลซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล และกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ปตท. ยังเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของ Oil Spill Response Limited (OSRL) เพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลทางทะเลและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

 

ระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคงความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา

ปตท. พัฒนาระบบจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) สำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารการดำเนินงาน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่

           •  การผนวกเกณฑ์การคัดเลือกด้าน SSHE เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
           •  การระบุและประเมินความเสี่ยงด้าน SSHE ของผู้รับเหมา การกำหนดภาระความรับผิดชอบด้าน SSHE ที่อาจจะเกิดขึ้น แนวทางการควบคุมและดำเนิน
               งาน การรายงานประสิทธิผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมาตามที่กำหนด
           •  การพัฒนาโครงการผลักดันให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของการจัดการ SSHE สำหรับผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้น เช่น ระบบการประเมินผลการดำเนินงาน
               ด้าน SSHE ของผู้รับเหมาในช่วงการซ่อมใหญ่ การอบรมให้ความรู้ SSHE กับผู้รับเหมาในงานที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ระบบข้อเสนอแนะด้าน SSHE
               สำหรับผู้รับเหมา เป็นต้น
           •  การสื่อสารความคาดหวังด้าน SSHE ที่ต้องการจากผู้รับเหมาในหลายช่องทาง เพื่อให้ผู้รับเหมาตระหนัก ปรับปรุง เตรียมพร้อมให้สามารถตอบสนอง
               ความต้องการของ ปตท. ได้
           •  การสนับสนุนผู้รับเหมาให้มีการปรับปรุงพัฒนาด้าน SSHE เพื่อให้มีมาตรฐานการดำเนินการตามที่ ปตท. คาดหวัง
  

 

นอกจากนี้ ปตท. ได้จัดทำแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา ได้แก่

      การกำหนดเป้าหมายควบคุมอุบัติเหตุรถยนต์และการขนส่ง โดยมุ่งมั่นลดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรงของรถขนส่งผลิตภัณฑ์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2557 และการจัด
ทำแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. (Road Transportation Management Guideline) ซึ่งประกอบด้วย การสุ่มตรวจสอบรถขนส่งผลิตภัณฑ์ตามแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่ง การรวบรวมข้อมูลสถิติและวิเคราะห์การเกิดอุบัติเหตุรถขนส่ง การสอบสวนอุบัติเหตุรถยนต์และรถขนส่งกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทุกกรณีเพื่อ หาสาเหตุที่แท้จริงและกำหนดแนวทางป้องกันการเกิดซ้ำ การสื่อความและจัดอบรมแนวทางการบริหารจัด
การรถขนส่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและนำไปปฏิบัติ โดยสนับสนุนการอบรมหลักสูตรการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ (Defensive Driving)

       การจัดทำคู่มือการบริหารความปลอดภัยผู้รับเหมา ปตท. เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารความปลอดภัยของผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานภายในพื้นที
 ของ ปตท.ของ ปตท.


ความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน

ปตท. มุ่งมั่นพัฒนาการจัดหาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยเล็งเห็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร ผ่านโครงการ Group Integrated Supply Chain Management and Optimization (GISMO) กับโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างพลังร่วมในห่วงโซ่อุปทานปิโตรเลียม เป็นการลดเงินลงทุน เพิ่มประโยชน์ต่อกลุ่ม ปตท. ทั้งยังเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของ ปตท. และบริษัทในกลุ่มในเวลาเดียวกัน  

GISMO ประกอบด้วยโครงการย่อย 3 โครงการ ได้แก่

     Petrochemicals and Refining Integrated Supply Chain Management (PRISM): การร่วมมือกันระหว่างบริษัทกลั่นน้ำมัน และบริษัทปิโตรเคมีภายในเครือของกลุ่ม ปตท. เพื่อร่วมกันสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล สามารถจุดประกายความคิดต่อยอดด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

     Group Logistics Management (GLM): การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน รองรับการเจริญเติบโตในอนาคต สร้างศักยภาพการบริหารจัดการผ่านความร่วมมือ ภายใต้กลุ่ม ปตท. เพื่อลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศและสากล รองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ในระดับภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันโครงการฯ ได้ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยงานถาวรชื่อ ฝ่ายบริหารระบบโลจิสติกส์ กลุ่ม ปตท.

     Supply Chain Optimization (SCO): การเสริมสร้างผลประโยชน์ให้กับห่วงโซ่อุปทานในสายน้ำมัน โดยมีแนวทางการปฏิบัติที่ครอบคลุมการลดต้นทุน การร่วมมือกันเพื่อทำความเข้าใจถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันโครงการฯ ได้ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยงานถาวรชื่อ ฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งด้านการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ผ่านการแบ่งปันแนวทางการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ ครอบคลุมการปฏิบัติงานต่างๆ รวม 12 ด้าน เช่น การบริการจัดการความเชื่อมั่นในอุปกรณ์การผลิต การปฏิบัติการ และ การบริหารตามห่วงโซ่คุณค่า เป็นต้น อีกทั้งผลักดันให้นำระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศไปประยุกต์ใช้ ส่งผลให้บริษัทในกลุ่ม ปตท. สามารถวิเคราะห์และวางแผนการทำงานที่สอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร เช่น การหารือและแบ่งปันทักษะและองค์ความรู้ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิตที่ไม่เป็นไปตามแผน ให้กับบริษัทในกลุ่ม ซึ่งจะช่วยลดค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร

  

การจัดหาในท้องถิ่น

 ปตท. สนับสนุนการจัดหาสินค้าและบริการจากผู้ค้าในท้องถิ่น (ท้องถิ่น หมายถึง การจัดหาภายในประเทศไทย) ตลอดจนส่งเสริมให้มีการจัดหาสินค้าจากพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่เป็นหลัก เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ สร้างงาน และรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ มีข้อได้เปรียบในแง่ของต้นทุนที่ต่ำกว่า และการขนส่งที่รวดเร็วกว่า ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน ส่งผลให้องค์กรได้รับความไว้วางใจจากชุมชนในการดำเนินการ นอกจากนี้ ปตท. ยังส่งเสริมให้ผู้ค้าดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ตลอดจนจัดหาสินค้าและบริการในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนของสินค้าอีกด้วย