Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 
TH

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
TH
การบริหารจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
PTTPLC Internet Site | หน้าหลัก | ความยั่งยืน | มิติด้านสิ่งแวดล้อม | การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
กลยุทธ์การเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
ตามที่ประเทศไทยได้ให้ถ้อยแถลงเจตจำนงในการประชุม Conference of the Parties: COP 21 ณ กรุงปารีส ในการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมุ่งมั่นของประเทศ (Intended Nationally Determined Contributions: INDCs) ในทุกภาคส่วนร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 และการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศไทย (Thailand Nationally Appropriate Mitigation Action: Thailand NAMAs) ในภาคพลังงานและการขนส่งให้ได้ร้อยละ 7-20 เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานตามปกติในปี 2563 ปตท. มีความตระหนักและได้ตอบสนองต่อเป้าหมายของประเทศดังกล่าว โดยผลักดันการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. ด้วยการบริหารจัดการที่เป็นเลิศทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย
      1.การมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์สีเขียว ผ่านการวิจัยและพัฒนาพลังงานทางเลือก และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น น้ำมันแก๊สโซฮอล น้ำมันไบโอดีเซล ถังก๊าซธรรมชาติเหลว พีทีที คอมโพสิต พลัส การใช้แก้วพลาสติกชีวภาพในผลิตภัณฑ์กาแฟสดคาเฟ่อเมซอน เป็นต้น
      2.การบริหารจัดการกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มุ่งเน้นการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
      3.การสร้างความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในกลุ่ม ปตท. ไปจนถึง คู่ค้า ลูกค้า และสาธารณชนทั่วไป โดยการสร้างความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นการสร้างภาคสังคมที่ยั่งยืนผ่านโครงการลดก๊าซเรือนกระจกต่างๆ เช่น การปลูกป่า หรือโครงการเพื่อชุมชนต่างๆ เป็นต้น
 
นอกจากนั้น สำหรับการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในระดับพื้นที่ปฏิบัติการยังมีการกำกับดูแลโดยคณะกรรมการนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท. เพื่อให้ ปตท. สามารถกำกับดูแลการดำเนินงานในแต่ละบริษัทในกลุ่มให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน 
นอกจากนี้ ปตท. ยังมีการวิจัยและพัฒนาการกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การชดเชยคาร์บอนผ่านกลไกต่างๆ และดำเนินการร่วมกับภาครัฐและเอกชน ในการส่งเสริมกิจกรรมและนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
 
การบริหารจัดการการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ปตท. มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นไปในแนวทางและมาตรฐานสากล โดยมีกระบวนการดังต่อไปนี้
      1. Account for and Understanding Impact: การดำเนินการจัดเก็บข้อมูล และคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ กลุ่ม ปตท. โดยมีความสอดคล้องตาม PTT Group GHG Accounting and Reporting Standard เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และเผยแพร่สู่ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
      2. Assessing the Global and Local Climate Change Situation: การติดตามสถานการณ์ Climate Change ในระดับโลกและในระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืน เช่น กฎหมายกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ กลไกควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (เช่น Carbon Tax, Cap and Trade, Carbon Tax เป็นต้น) แนวทางและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change ในระดับสากล (เช่น WBCSD, CDP, DJSI, GRI เป็นต้น) ครอบคลุมถึงการเข้าร่วมการประชุม รวมทั้งร่วมรับฟังความเห็นและการดำเนินการในเรื่อง Climate Change ของหน่วยงานภาครัฐ องค์การมหาชน และอื่นๆ
      3. Identifying Climate Changes Risks and Opportunities: การชี้บ่งความเสี่ยงและโอกาส ระดับองค์กร ในเรื่อง Climate Change ครอบคลุมความเสี่ยง และ โอกาส ต่อไปนี้
            • ความเสี่ยงและโอกาส จากกฎมายและข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลง
            • ความเสี่ยงและโอกาส จากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของภูมิอากาศ
            • ความเสี่ยงและโอกาส อื่นๆ
      4. Determining Actions and Setting Targets: การจัดทำร่างกลยุทธ์ โดยอาศัยข้อมูลจากขั้นตอนการติดตามสถานการณ์ Climate change ในระดับโลกและในระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนองค์กร และการชี้บ่งความเสี่ยงและโอกาส โดยครอบคลุมการดำเนินงานใน 2 ด้าน คือ
            • Mitigation Action: การดำเนินการเพื่อควบคุม ลด หรือดูดซับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ เพื่อลดผลกระทบในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
            • Adaptation Action: การดำเนินการเพื่อปรับตัวรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
      5. Monitoring and communicating performance: การติดตาม ทบทวนผลการดำเนินงานตามร่างกลยุทธ์และแผนงาน ตลอดจนถึงการรายงานผลการดำเนินงานไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอก
 
 
ความเสี่ยงเเละโอกาสจากการเปลี่ยนเเปลงสภาพภูมิอากาศ
ปตท. ประยุกต์ใช้การบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กรในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรณีต่างๆ โดยพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงด้านกฎหมาย  การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค  และแนวโน้มของตลาด ความเสี่ยงทางการเงิน เช่น ภาษีคาร์บอน และความเสี่ยงทางกายภาพ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ นอกจากนี้ ปตท. ยังพิจารณาถึงความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์องค์กร และติดตามความเสี่ยงรวมถึงมาตรการแก้ไขเป็นประจำทุกเดือน ส่งผลให้ผลกระทบทางการเงินจากความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ขององค์กรจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ปตท. มีการรายงานผลการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับคณะกรรมการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี อีกทั้ง ปตท. ได้จัดทำการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมีการติดตามความเปลี่ยนแปลงของตัวแปรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปีโดยเล็งเห็นถึงความเสี่ยงและโอกาสอันเกิดจากการกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกภายใต้ INDCs ของประเทศไทย ซึ่ง ปตท. ได้ดำเนินการจัดทำเป้าหมายปี 2573 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศแล้วเสร็จ 
 
เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Pride and Treasure of Thailand ปตท. ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมให้ปรากฏเป็นรูปธรรมทั้งพลังงานทางเลือก เช่น น้ำมันแก๊สโซฮอล E20, น้ำมันแก๊สโซฮอล E85, วัสดุสังเคราะห์จากชีวภาพที่นำไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทันสมัย มีน้ำหนักเบา ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถังก๊าซธรรมชาติเหลว พีทีที คอมโพสิต พลัส, แก้วกาแฟ และถังป๊อปคอร์นจากวัสดุชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ รวมไปถึงการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น
 
สำหรับการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ปฏิบัติการ ปตท. พิจารณาถึงความเสี่ยงจากการเกิดภัยธรรมชาติ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ และดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว โดยการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์ ทั้งนี้ แต่ละกลุ่มธุรกิจจะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำทุกไตรมาส
 
เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ในปี 2560 ปตท. ได้ดำเนินการจัดทำเป้าหมายปี 2573 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ ทั้งการในปี 2560 ปตท. ได้ดำเนินการจัดทำเป้าหมายปี 2573 ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ ทั้งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขตที่ 1 (Scope 1: Direct GHG emission) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง ขอบเขตที่ 1 (Scope 1: Direct GHG emission) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน ขอบเขตที่ 2 (Scope 2: Direct GHG emission) ดังนี้
 
​ ​           ​ การลดก๊าซเรือนกระจก​ ​          การปรับปรุงความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กลุ่ม ปตท.​ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง ร้อยละ 15 ภายในปี 2563 และร้อยละ 25 ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2555 ปรับปรุงความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดลงร้อยละ 5 ภายในปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2555 และร้อยละ 12 ภายในปี 2563
 
 
 
 
บัญชีการบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
 
ปตท. จัดทำบัญชีและรายงานข้อมูลการปตท. จัดทำบัญชีและรายงานข้อมูลการปล่อย การดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งครอบคลุมการปล่อย การดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) อีกทั้งมีการทวนสอบโดยหน่วยงานภายนอกเป็นประจำทุกปี
 
นอกจากนี้ ปตท. ยังจัดทำมาตรฐานการจัดทำและรายงานโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน ISO 14064-2 และบูรณาการมาตรฐานดังกล่าวเข้ากับระบบเครื่องมือจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นมาตรฐานให้กลุ่ม ปตท. ในการประเมินปริมาณและวิเคราะห์แนวทางการลดการนอกจากนี้ ปตท. ยังจัดทำมาตรฐานการจัดทำและรายงานโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน ISO 14064-2 และบูรณาการมาตรฐานดังกล่าวเข้ากับระบบเครื่องมือจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นมาตรฐานให้กลุ่ม ปตท. ในการประเมินปริมาณและวิเคราะห์แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล
 
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2)
 
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) จากพื้นที่ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการเผาไหม้ การแยกคาร์บอนไดออกไซด์ การปล่อยไฮโดรฟลูออโรคาร์บอนและซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ การรั่วซึมของก๊าซ การรั่วไหลของก๊าซ การเผาก๊าซ และก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการต่างๆ
 
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการซื้อไฟฟ้า ความร้อนและไอน้ำมาใช้ในองค์กร ปตท. มีแนวทางการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจ ทั้งจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม และการใช้ประโยชน์จากความร้อนเหลือทิ้ง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
 
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3)
 
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) ของ ปตท. ครอบคลุมการขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ การเดินทางของพนักงานโดยเครื่องบิน ไปจนถึงการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์ที่ ปตท. จำหน่าย โดย ปตท. อยู่ระหว่างการขยายการจัดทำบัญชีฯ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) ให้คลอบคลุมประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการลดปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่ต้องถูกส่งไปฝังกลบลดลงให้เป็นศูนย์ภายในปี 2563
 
ปตท. มีแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) โดยมุ่งเน้นการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ผ่านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการของตลาดที่สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ Pride and Treasure of Thailand และแผนการพัฒนาพลังงานทางเลือก อีกทั้งมีแผนการขยายการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในระยะยาวเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการปริมาณเชื้อเพลิงชีวภาพที่สูงขึ้นของประเทศ