Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
    • ปี :
    • จังหวัด :
ความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์
ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ จึงกำหนดให้การวิจัย พัฒนา  และจัดหาผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อมเป็นหัวข้อหนึ่งในนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท. โดยให้มีการบริหารจัดการผ่านหน่วยธุรกิจตามกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการ จากแนวทางการบริหารจัดการดังกล่าว ปตท. จึงกำหนดรายการผลิตภัณฑ์และบริการ และประเมินผลกระทบด้านสุขภาพและความปลอดภัย ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ประเมินวัตถุดิบ และประเมินความเสี่ยงของกระบวนการหลักต่างๆ ครอบคลุมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์และบริการ ดังนี้

peoduct safety th.jpg 
 
ข้อมูลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และบริการ
ปตท. มีระบบการจัดการสารเคมีที่ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าทุกผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงรถขนส่งมีความปลอดภัย โดยมีรายการสารเคมีอันตรายห้ามใช้ในการดำเนินธุรกิจ 153 รายการ เช่น สารเคมีภายใต้อนุสัญญารอตเตอร์ดัมเป็นต้น และยังแสดงข้อมูลความปลอดภัยและติดป้ายเตือนอันตราย อย่างเพียงพอ
ถูกต้อง สอดคล้องตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ และมาตรฐานสากลต่างๆ รวมทั้งมุ่งมั่นในการให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการนั้นๆ ที่อาจเป็นประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับการตัดสินใจของผู้บริโภค ผ่านการจัดกิจกรรมด้านการตลาดและการสื่อสารต่างๆ โดยที่ไม่ทำการอันใดที่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้หลงเชื่อในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ภาพและเสียงที่ปรากฏในสื่อโฆษณาทุกชิ้นต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจพิจารณาการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ และส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และบริการของ ปตท. ผ่านการประชุมสัมมนาร่วมกับลูกค้า และการเข้าเยี่ยมลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าและผู้บริโภค
 
product_service_info.jpg 
 
 


ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ปตท. มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ภายใต้ทิศทางกลยุทธ์สีเขียว ว่าด้วยการพัฒนาพลังงานทางเลือกและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  การบริหารจัดการกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสร้างความตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนที่จะผลิตผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เช่น ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ และเชื้อเพลิงชีวภาพ เป็นต้น นอกจากนี้ ปตท. ยังมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจพลังงานทดแทน เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว โดยจัดตั้งสถานีประจุไฟฟ้านำร่องและออกแบบจุดเติมประจุไฟฟ้าจากเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ในสถานีบริการ ปตท. และสร้างความร่วมมือกับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดภาวะโลกร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิง
ปตท. สร้างพื้นฐานการพัฒนานวัตกรรม โดยจัดตั้งสถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ซึ่งดำเนินการศึกษาวิจัยและพัฒนางานด้านผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม/ปิโตรเคมี กระบวนการผลิต พลังงานทดแทน และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. และเพื่อเป็นการกระตุ้นแนวคิดด้านนวัตกรรมของสังคมไทย ทั้งนี้ ปตท. มีกระบวนการวิจัย หรือ PTT I2C Gate ประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
 
 
 
โดยกระบวนการกลั่นกรองงานวิจัยเริ่มจาก การจัดทำแผนงานโครงการและงบประมาณ พิจารณาจาก
ปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการของแต่ละหน่วยธุรกิจ ความคิดเห็นของลูกค้า และการคิดค้นของพนักงานแล้วจึงเสนอแผนวิจัยและพัฒนาประจำปี และแผนระยะยาว 5 ปี ต่อคณะกรรมการแผนวิสาหกิจพิจารณากลั่นกรอง และนำเสนอต่อคณะกรรมการจัดการ ปตท. และคณะกรรมการ ปตท. พิจารณาอนุมัติ ตามลำดับ นอกจากนี้ ปตท. ยังได้ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกอย่างต่อเนื่องในการจัดการแข่งขันการคิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้านพลังงาน เพื่อพัฒนาศักยภาพการคิดค้นด้านนวัตกรรมของประเทศไทย
 
สำหรับในเรื่องของความตระหนักรู้ของสังคม ปตท. รับรองความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง ผ่านกลไกฉลากสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท. ที่ใช้ตราสัญลักษณ์ Green for Life อย่างเหมาะสม ตามแนวทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อีกทั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ มีความถูกต้องแม่นยำ
ทวนสอบได้ ตรงประเด็น และไม่ทำให้ไขว้เขว เพื่อช่วยส่งเสริมให้สังคมได้รับรู้อย่างมีประสิทธิภาพในมุมของการบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
 
 
 
การดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปตท. มุ่งสร้างความตระหนักและจิตสำนึกด้านการดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน จากการดำเนินงานอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ปตท. ได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จ เช่น รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 4 “วัฒนธรรมสีเขียว” (Green Culture) และอยู่ระหว่างการยื่นขอรับรางวัลอุตสาหกรรมสีเขียวระดับที่ 5 “เครือข่ายสีเขียว” (Green Network) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายร่วมกันระหว่างโรงงาน ลูกค้า บริษัทคู่ค้า หน่วยงานราชการและชุมชน นอกจากนี้ ปตท. ยังจัดสัมมนากับบริษัทคู่ค้าเพื่อสื่อความการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ลูกค้า เชิญชวนให้คู่ค้าเข้าร่วมโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว และปลูกฝังให้พนักงานทุกคนพัฒนาองค์ความรู้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม ส่งเสริมให้ ปตท. มุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม

นวัตกรรมการออกแบบระบบผลิตน้ำเชิงพลวัต เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
(ECO-CURE Industrial Water Treatment System)
เป็นนวัตกรรมการออกแบบระบบผลิตน้ำเชิงพลวัต ที่ได้พัฒนาขึ้นจากการควบรวมองค์ความรู้ทางด้านการอนุรักษ์พลังงาน การผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุขั้นสูง และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดต้นทุนในการผลิต อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม และสร้างผลประโยชน์ให้กับผู้นำไปใช้เอง สังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมได้ในเวลาเดียวกัน ตามแนวทางการสร้างคุณค่าร่วม หรือ Creating Shared Value: CSV โครงการนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
1. การออกแบบระบบผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุขั้นสูงที่สามารถควบคุมความบริสุทธิ์ของน้ำให้เหมาะสมต่อความต้องการในการใช้งาน ไม่ให้เกิด
    การสูญเปล่าในการผลิต
2. การพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงเชิงพลวัตของกระบวนการ ทำให้สามารถออกแบบให้ระบบมีการหมุนเวียน
    สามารถนำน้ำทิ้งกลับมาใช้ใหม่ได้
3. การออกแบบโดยใช้หลักการลดปริมาณน้ำเสียด้วยหลักการ 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) ทำให้สามารถลดการปล่อยน้ำทิ้งออกสู่ภายนอกได้
จากการดำเนินโครงการต้นแบบนี้ ณ โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง ปตท. ตั้งแต่ปี 2558 สามารถสรุปผลดำเนินการดังต่อไปนี้
ผลการดำเนินงาน ปี 2558​
​การประมาณการผลประโยชน์จากการขยายผล
ไปยังกลุ่ม ปตท. ในอนาคต
ลดการสูญเสียพลังงานความร้อนจากการผลิตไอน้ำ 17.5 ล้านบาทต่อปี ลดลงถึงร้อยละ 30​ ​ลดค่าใช้จ่ายจากการสูญเสียพลังงานเท่ากับ 1,764 ล้านบาทต่อปี
ลดค่าใช้จ่ายในการผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุขั้นสูง 5.7 ล้านบาทต่อปี ลดลงถึงร้อยละ 50​ ​ลดค่าใช้จ่ายจากการผลิตน้ำปราศจากแร่ธาตุได้เท่ากับ 3,920 ล้านบาทต่อปี
ลดการใช้สารเคมีอันตรายได้ถึง 940 ต้นต่อปี ลดลงถึงร้อยละ 99.5 ​ ​ลดการใช้สารเคมีอันตรายได้ 53,000 ตันต่อปี
ลดการปล่อยน้ำทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม โดยสามารถนำมาใช้ใหม่ได้ 150,672 ลูกบาศก์เมตรต่อปี ลดลงถึงร้อยละ 48​ ​ลดปริมาณน้ำทิ้งได้เท่ากับ 6.48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี
ขณะนี้อยู่ระหว่างการขยายผลไปยังกลุ่ม ปตท. ที่มีศักยภาพและมีระบบการผลิตน้ำ ซึ่งจะใช้เวลาในการศึกษาความเป็นได้ เงินลงทุน และจัดเรียงลำดับความสำคัญในระหว่างปี 2560-2561 แล้วจึงเริ่มนำไปปฏิบัติในปีต่อไป ทั้งนี้โครงการนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำปราศจากแร่ธาตุทั้งในประเทศและระดับสากลอย่างไม่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มโรงงานในอุตสาหกรรมในประเทศไทย หากนำไปปรับใช้จริง จะสามารถสร้างทั้งผลประโยชน์เชิงตัวเงินให้กับผู้นำไปใช้ พร้อมกับลดการทำลายสิ่งแวดล้อมของประเทศอีกด้วย 
  
การบริการลูกค้าสัมพันธ์
ปตท. มีการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์แบบแยกหน่วยธุรกิจ ซึ่งมีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และบริการ ครอบคลุมทั้งในด้านการสำรวจความต้องการและความคาดหวัง การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองและเสริมสร้างความพึงพอใจเพื่อสร้างความผูกพันในการใช้สินค้าและบริการ การบูรณาการกระบวนการมุ่งเน้นลูกค้าร่วมกับกระบวนการอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ มีกรอบเวลาในการปฏิบัติและปรับปรุงระบบการทำงานที่ชัดเจน เช่น การกำหนดและทบทวนช่องทางการเรียนรู้ลูกค้าและตลาด การวิเคราะห์สารสนเทศด้านตลาด และกระบวนการสร้างความผูกพันของลูกค้า เป็นต้น

ทุกหน่วยธุรกิจกำหนดแนวทางการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างเป็นระบบ อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันตามกลุ่มลูกค้า แต่อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการเป็นไปในแนวทางเดียวกัน เช่น มีการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารต่างๆ การรับเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วน 1365 การสำรวจความพึงพอใจประจำปี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และนำไปวิเคราะห์ให้เป็นสารสนเทศที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ มีการเข้าเยี่ยมลูกค้าอย่างมีแบบแผนและต่อเนื่อง การประชุมสัมมนาร่วมกับลูกค้า การจัดทำฐานข้อมูลลูกค้าที่มีประสิทธิภาพโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยและสามารถตอบสนองความต้องการของธุรกิจได้ตลอดเวลา การสร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น
ความพึงพอใจของลูกค้า
ปตท. คำนึงถึงความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งผู้บริโภคซึ่งเป็นผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อให้ได้รับผลิตภัณฑ์และบริการในราคาที่เป็นธรรม มีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าและผู้บริโภค ปตท. จึงกำหนดให้ระดับความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดขององค์กร ตั้งแต่ปี 2544 โดยสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าประจำปี แบ่งกลุ่มลูกค้าตามหน่วยธุรกิจ ได้แก่ ลูกค้าและผู้บริโภคของหน่วยธุรกิจน้ำมัน ลูกค้าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และลูกค้าของหน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้กระบวนการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าดำเนินการโดยหน่วยงานภายนอก ด้วยวิธีการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมกระบวนการเก็บข้อมูลทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและโปร่งใส ซึ่งผลการสำรวจความพึงพอใจโดยรวมของลูกค้าและผู้บริโภคจะนำเสนอต่อคณะกรรมการของแต่ละหน่วยธุรกิจ โดยพิจารณานำข้อเสนอแนะจากการสำรวจความพึงพอใจมาเป็นข้อมูลในการกำหนดแผนการพัฒนาปรับปรุงและแผนการดำเนินงานประจำปี เพื่อให้สามารถปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างถูกต้องและตรงประเด็นต่อไป
กระบวนการรับข้อร้องเรียน
ปตท. โดยฝ่ายศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์ มีหน้าที่เป็นศูนย์กลางการบริการ แนะนำข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนรับข้อเสนอแนะในด้านผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ และเป็นผู้รับผิดชอบพัฒนาระบบงานที่ใช้สนับสนุนระบบงานการรับคำสั่งซื้อ และระบบการรับข้อร้องเรียน โดยคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าเป็นสำคัญ ศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์ จะรับข้อเสนอแนะหรือข้อร้องเรียนจากลูกค้าหน่วยธุรกิจน้ำมัน หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และหน่วยธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยมีระบบศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ เป็นเครื่องมือในการให้บริการลูกค้า เก็บข้อมูล และติดตามการแก้ไขข้อร้องเรียนต่างๆ หากศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์สามารถตอบคำถาม แก้ไขปัญหา ข้อเสนอแนะหรือเรื่องร้องเรียนได้ จะดำเนินการทันที แต่หากพบกรณีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยธุรกิจจะสื่อสารข้อมูลไปยังหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอบสนองข้อร้องเรียน ทั้งนี้จะต้องตอบสนองเบื้องต้นภายใน 1 วัน และจะมีการสอบถามความพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหาข้อร้องเรียน ภายหลังปิดเรื่องแล้ว 3 วัน

ปัจจุบัน ปตท. ยังมีการใช้สื่อทางสังคม เป็นช่องทางในการสื่อสารและรับข้อร้องเรียนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อตอบสนองกับวิถีชีวิตของลูกค้าและผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น Facebook และ PTT News ซึ่งรับผิดชอบโดยฝ่ายสื่อสารองค์กร เพื่อเป็นช่องทางในการแจ้งข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น ราคาน้ำมัน ข่าว โปรโมชั่นต่างๆ รวมทั้งการรับข้อมูลจากลูกค้าและผู้บริโภค เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Link: ศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์และติดตามการเเก้ไขข้อร้องเรียนต่างๆ

ช่องทางการสื่อสารและรับข้อร้องเรียน
​โทรศัพท์  ​โทรศัพท์ Call Center 1365 หรือ 0-2537-2000
เว็บไซต์ ​ www.pttplc.com
​ศูนย์บริหารคำสั่งซื้อและลูกค้าสัมพันธ์ orc@pttplc.com
​ฝ่ายสื่อสารองค์กร  corporate@pttplc.com
​สำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท  corporatesecretary@pttplc.com
​ฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์  ir@pttplc.com
​อินทราเน็ต  Employee Web board อินทราเน็ต  Employee Web board