Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 
TH

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
TH
ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
PTTPLC Internet Site | หน้าหลัก | ความยั่งยืน | มิติด้านสิ่งแวดล้อม | ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

OPERATIONAL ECO-EFFICIENCY
เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท.

กลุ่ม ปตท. กำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ด้าน SSHE ของปี 2563 เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้สอดคล้องกับนโยบายการจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมขององค์กร และตอบสนองต่อกลยุทธ์ขององค์กร โดยเน้นการดำเนินงาน 2 ด้าน ได้แก่ 1.) การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงนิเวศเศรษฐกิจ เพื่อลดรอยเท้านิเวศตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ และกระบวนการผลิต และ 2.) การพัฒนาประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรมีมาตรฐานเทียบเท่าบริษัทชั้นนำระดับโลก 

 
​ตัวชี้วัด ​เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ ปี 2563

• ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur Dioxide: SO2)

• ออกไซด์ของไนโตรเจน ซึ่งคำนวณในรูปของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ (Oxides of Nitrogen: NOx)

• ปริมาณการระบายสารอินทรีย์ระเหย (Volatile Organic Compounds: VOCs) ​

​อัตราการเพิ่มการระบายมลพิษทางอากาศเป็นศูนย์
​ปริมาณของเสียอันตรายที่กำจัดโดยวิธีการฝังกลบ ​ปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่กำจัดโดยวิธีการฝังกลบเป็นศูนย์*
​การปล่อยก๊าซเรือนกระจก

​ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. ลง 20% เมื่อเทียบกับการดำเนินงานโดยปกติ ภายในปี 2573 **

​การใช้น้ำ

​ลดปริมาณการใช้น้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และควบคุมปริมาณน้ำใช้ไม่ให้เพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่มีปริมาณการใช้น้ำสูง
โดย กลุ่ม ปตท. กำหนดเป้าหมายประสิทธิภาพการใช้น้ำในพื้นที่ปฏิบัติการ และในอาคารสำนักงาน ดังนี้
• เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในพื้นที่ปฏิบัติการ ร้อยละ 12 ในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2556 (ไม่เกิน 0.344 ล้าน ลบ.ม. ต่อ MMBOE)
• เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในอาคารสำนักงาน ร้อยละ 10 ในปี 2573 เมื่อเทียบกับปี 2559 (ไม่เกิน 100 ลิตรต่อคนต่อวัน)

 
หมายเหตุ: *ไม่รวมของเสียอุตสาหกรรมจากการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้
1. กรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ หน่วยงานราชการไม่อนุญาตให้ส่งของเสียอุตสาหกรรมกำจัดด้วยวิธีอื่น
2. กรณีไม่สามารถนำของเสียอุตสาหกรรมกลับมาใช้ประโยชน์ได้เนื่องจากไม่มีเทคโนโลยีในประเทศรองรับ
ทั้งนี้สอดคล้องกับเกณฑ์รางวัลการใช้ประโยชน์ของเสียได้ทั้งหมด (Zero Waste to Landfill Achievement Award) โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม
**ในปี 2561กลุ่ม ปตท. มีการทบกวนเป้าหมายการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (PTT Group Greenhouse Gas & Climate Target) เพื่อให้สอดคล้องตาม กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Clean & Green Strategy)
 
 
 
 
นอกจากนี้ ปตท. ยังได้พัฒนาระบบการติดตาม และจัดการกฎหมายด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมขึ้น  เพื่อเป็นระบบฐานข้อมูลกฎหมาย และข้อปฏิบัติด้าน QSHE สำหรับกลุ่ม ปตท. ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงและรับทราบข้อกฎหมายและข้อปฏิบัติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวก อีกทั้งผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนการปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่และที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้อย่างทันท่วงที
 
 
พลังงาน
กลุ่ม ปตท. มีการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในพื้นที่ปฏิบัติการตามทิศทางกลยุทธ์สีเขียว  ภายใต้แผนแม่บทด้านประสิทธิภาพพลังงาน กลุ่ม ปตท. โดย ปตท. มุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงาน ให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันทั้งกลุ่ม เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ฐานข้อมูลที่ถูกต้อง กำหนดเป้าหมายและประยุกต์ใช้แผนการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถือเป็นหนึ่งใน Strategic Direction ของกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Clean & Green Strategy) อีกด้วย 
 
การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน นอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตได้เช่นกัน ปตท. กำหนดเป้าหมายการลดความเข้มข้นของการใช้พลังงานร้อยละ 1.9 ต่อปี จนถึงปี 2563 เมื่อเทียบกับการดำเนินงานตามปกติในปี 2558 โดยเป้าหมายดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง

 

ทรัพยากรน้ำ

กลุ่ม ปตท. กำหนดกรอบการบริหารจัดการน้ำเชิงรุกตามแนวทางสากลในการบริหารจัดการน้ำสำหรับภาคเอกชน (Corporate Water Stewardship)  โดยอาศัยกลไกการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง หน่วยธุรกิจ พื้นที่ปฏิบัติการ และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ครอบคลุมทั้งการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ การบริหารจัดการการใช้น้ำและประสิทธิภาพการใช้น้ำ และการบริหารจัดการน้ำเสีย โดยเริ่มจากการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำของพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมดของ ปตท. และกลุ่ม ปตท. เพื่อกำหนดกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการในภาพรวมของกลุ่ม ปตท. ที่ชัดเจน

ประสิทธิภาพการใช้น้ำ
ปตท.  กำหนดเป้าหมายปี 2563 เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง และควบคุมปริมาณน้ำใช้ไม่ให้เพิ่มขึ้นในพื้นที่ที่มีปริมาณการใช้น้ำสูง โดยได้จัดทำแผนกลยุทธ์บริหารจัดการทรัพยากรน้ำด้วยหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) และหลัก 2Rs (Reserve, Re-visualize) พัฒนาแผนการบริหารจัดการน้ำทิ้งอย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันให้เกิดความร่วมมือและแบ่งปันแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่เป็นเลิศภายในกลุ่ม รวมทั้งติดตามและผลักดันโครงการการบริหารจัดการน้ำของภาครัฐและเอกชนในจังหวัดระยองและชลบุรี ตลอดจนมีกระบวนการในการติดตาม ประเมิน และทบทวนผลการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ตามเป้าหมายอย่างเป็นระบบ
 
 
การบริหารจัดการความเสี่ยงน้ำ
กลุ่ม ปตท. ประเมินความเสี่ยงด้านน้ำในทุกพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านน้ำต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการประยุกต์ใช้เครื่องมือในการประเมินความเสี่ยงด้านน้ำที่เป็นสากล เช่น AQUEDUCT และ  World Resource Institute โดย บริหารจัดการความเสี่ยงผ่านคณะทำงานบริหารจัดการน้ำกลุ่ม ปตท.  ซึ่งทำหน้าที่ประเมินและติดตามความเสี่ยงด้านน้ำ และคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำในพื้นที่อุตสาหกรรมภาคตะวันออกในอีก 20 ปี ข้างหน้า โดยพิจารณาความเสี่ยงทางกายภาพ ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์คุณภาพน้ำ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย จากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างราคาน้ำ และความเสี่ยงทางการเงิน ตลอดจนวิเคราะห์ความอ่อนไหว รวมถึงจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยงกรณีหากเกิดภัยแล้ง โดยจัดทำแผนดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจและชุมชนใกล้เคียง
 
ปตท.  จัดทำแผนที่น้ำ โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems: GIS) เพื่อเป็นเครื่องมือในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ขาดแคลน ลดความเสี่ยงของการขาดน้ำสำหรับกระบวนการผลิตและลดผลกระทบต่อชุมชน โดยใช้ระบบฐานข้อมูลผลการดำเนินงานด้าน SSHE  รวมทั้งประยุกต์ใช้เครื่องมือ Global Water Tool (GWT) ของ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) และ AQUADUCT ของ World Resources Institute  เพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลการใช้น้ำของพื้นที่ปฏิบัติการภายใต้การควบคุมของ ปตท.
 
นอกจากนี้ คณะทำงานบริหารจัดการน้ำบริษัทในกลุ่ม ปตท. ยังมีการติดตามรายงานสถานการณ์น้ำภาคตะวันออกต่อคณะกรรมการจัดการกลุ่ม ปตท. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน ผู้บริหาร ปตท. และบริษัทในกลุ่ม รายไตรมาส หรือเมื่อสถานการณ์น้ำอยู่ในภาวะวิกฤต

 

การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก
เนื่องจากพื้นที่ปฏิบัติการหลักของกลุ่ม ปตท. ตั้งอยู่ในภาคตะวันออก (จังหวัดชลบุรีและระยอง) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำสูง จากเหตุการณ์การขาดแคลนน้ำในปี 2548 ปตท. จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำในภาคตะวันออกอย่างจริงจัง โดยจัดตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำบริษัทในกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำและระบบสาธารณูปการของกลุ่ม ปตท. และมีหน้าที่ติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำภาคตะวันออกรวมถึงผลการดำเนินงานโครงการที่เกี่ยวข้องต่อผู้บริหารระดับสูงในกลุ่ม ปตท. และคณะกรรมการการบริหารจัดการน้ำและพลังงานเพื่อความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. รวมถึงแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท.

คณะทำงานบริหารจัดการน้ำกลุ่ม ปตท. มีส่วนร่วมในคณะทำงานการบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันออกของจังหวัดระยอง ซึ่งประกอบด้วย หน่วยงานราชการ บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (East Water) และผู้แทนจากภาคเอกชน เพื่อติดตาม ประเมิน วิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กำหนดมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบได้อย่างทันท่วงที โดยมีการติดตามเฝ้าระวังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการในการบริหารจัดการน้ำก่อนและระหว่างเกิดภัยแล้ง และมาตรการบริหารจัดการน้ำเพื่อความยั่งยืน ตลอดจนการพิจารณาแหล่งน้ำทดแทน เพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำเพื่อการผลิต เช่น การสร้างบ่อน้ำสำรอง การติดตั้งหน่วยผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล เป็นต้น ซึ่งเสริมสร้างความมั่นคงในสายการผลิตของกลุ่ม ปตท. ลดผลกระทบหากเกิดภาวะภัยแล้งหรือกรณีเกิดการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ รวมถึงการสร้างความสมบูรณ์ด้านทรัพยากรน้ำแก่ชุมชนใกล้เคียง

นอกจากการบริหารจัดการน้ำบริษัทในกลุ่ม ปตท. แล้ว ปตท. ยังได้บูรณาการความร่วมมือเพื่อให้เกิดการพัฒนาและการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน โดยจัดตั้งคณะทำงานและศูนย์ประสานงานความร่วมมือเพื่อการจัดการน้ำระหว่างภาครัฐและเอกชน  ประกอบด้วย กรมชลประทาน และผู้แทนจากภาคเอกชนของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประกอบการในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ซึ่งรวมถึงบริษัทในกลุ่ม ปตท. ด้วย โดยคณะทำงานมีบทบาทหน้าที่บริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรีให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คำนึงถึงความต้องการใช้น้ำให้ครบทุกภาคส่วน เช่น ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรมและชุมชน การจัดหาแหล่งน้ำที่มีศักยภาพทั้งจากภายในและภายนอกพื้นที่เพิ่มเติม และเสริมสร้างความมั่นคงในการจัดหาน้ำรองรับต่อความต้องการที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่