Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
    • ปี :
    • จังหวัด :
การบริหารความเสี่ยงและการบริหารภาวะวิกฤต
ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงภายใต้ความไม่แน่นอนต่างๆ โดยถือว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจที่มีความเชื่อมโยงกันทุกระดับ จึงได้กำหนดเป็นนโยบายบริหารความเสี่ยงทั่วองค์กร ที่พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตาม และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร  ทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย กรอบการบริหารความเสี่ยง กำกับดูแลและสนับสนุนให้การดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงองค์กรสอดคล้องกับกลยุทธ์และเป้าหมายทางธุรกิจ โดยพิจารณาสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งภายในและภายนอกภายใต้การจัดทำ Environmental Scanning ตลอดเวลา เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง อุปสงค์/อุปทานของปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่มีความผันผวน ความคาดหวังที่หลากหลายของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปลี่ยนแปลงระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการทำธุรกิจ เป็นต้น  รวมถึงให้ข้อเสนอแนะแนวทาง ติดตาม และประเมินผลการบริหารความเสี่ยงต่อคณะกรรมการแผนวิสาหกิจและบริหารความเสี่ยง เพื่อนำไปดำเนินการให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดและสอดคล้องกับหลักการและการผลักดันแนวทางการบริหารจัดการแบบกลุ่ม  รวมทั้งมีการนำเสนอรายงานต่อ คณะกรรมการแผนวิสาหกิจและบริหารความเสี่ยง (Corporate Plan and Risk Management Committee, CPRC ซึ่งเป็นระดับฝ่ายจัดการ) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการ ปตท. ตามกระบวนการที่ ปตท. กำหนดไว้ เพื่อทบทวนและให้ข้อคิดเห็นในการนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงได้อย่างทันท่วงทีและสร้างความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงของธุรกิจในทุกด้าน


ปตท. ได้กำหนดกรอบการดำเนินงานและขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) ERM และมาตรฐานสากล  ISO 31000 Risk Management - Principles and Guidelines เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจหลักการบริหารความเสี่ยงและนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม สำหรับความเสี่ยงในระดับองค์กรจะมีการบริหารจัดการผ่านคณะกรรมการจัดการคณะต่างๆ ตามขอบเขตและหน้าที่รับผิดชอบอย่างเป็นระบบ ความเสี่ยงในระดับหน่วยธุรกิจและระดับสายปฏิบัติการจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหารที่รับผิดชอบ โดยถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบของทุกหน่วยงานในการบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

เอกสารอ้างอิง: นโยบายการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

  

 



ความเสี่ยงระดับองค์กร
กระบวนการบริหารความเสี่ยงของ ปตท. ถูกออกแบบให้มีความเชื่อมโยงกับกระบวนการวางแผนกลยุทธ์ในแต่ละขั้นตอน โดยมีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อจัดทำความเสี่ยงระดับองค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กรและแผนกลยุทธ์เป็นประจำทุกปี รวมทั้งการนำความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์ทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญมาประกอบการจัดทำความเสี่ยงระดับองค์กร โดยจำแนกปัจจัยความเสี่ยงหลักได้ดังนี้ ความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจ ความเสี่ยงในการปฏิบัติการ และความเสี่ยงด้านการเงิน  ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชื่อเสียงองค์กร สาธารณชน และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งพิจารณาความเสี่ยงจากเหตุการณ์ต่างๆ ทั่วไป ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ และเหตุการณ์ที่มีโอกาสเกิดไม่สูงแต่หากเกิดแล้วก่อให้เกิดความเสียหายและผลกระทบที่รุนแรงต่อธุรกิจ  โดยเจ้าของความเสี่ยงจะจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและกำหนดดัชนีชี้วัดความเสี่ยง  ติดตามและรายงานผลต่อคณะคณะกรรมการแผนวิสาหกิจและบริหารความเสี่ยง กรรมการบริหารความเสี่ยงองค์กร และคณะกรรมการตรวจสอบตามกระบวนการที่ ปตท. กำหนดไว้
นอกจากนี้ ปตท. ยังประเมินความเสี่ยงโดยใช้สมมติฐานจากความไม่แน่นอนต่างๆ เช่น สภาวะเศรษฐกิจโลก การเมืองและเศรษฐกิจไทย อัตราแลกเปลี่ยน ความต้องการใช้พลังงาน รวมถึงประเด็นข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงานร่วมด้วย โดยจัดทำในรูปแบบของการทดสอบภาวะวิกฤตทางการเงินของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Stress Testing)  ในกรณีเกิดวิกฤตการณ์จากความไม่แน่นอนดังกล่าว เพื่อเตรียมการและแสวงหาวิธีการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว


 

มาตรการจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk Management) 
ปตท. ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อรับมือประเด็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว ปตท. คาดว่าจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อเป้าหมายองค์กรในระยะยาวหรือมีผลให้เกิดสภาวะวิกฤติหรือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้บริบทในการดำเนินธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงนั้น อาทิเช่น การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และปริมาณของก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศไทยที่ลดลงและสัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติที่กำลังจะหมดอายุ
​เหตุการณ์ความเสี่ยง
(Event Risks)
ปัจจัยเสี่ยง
(Risk Factor)​
แนวทางการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Approach)​

​การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลก (Global Climate Change)ที่ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงส่งผลต่อการดำเนินงานของ กลุ่ม ปตท.  และยังเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านข้อบังคับทางกฎหมาย ทางการเงิน ภัยพิบัติธรรมชาติ สินทรัพย์ขององค์กร และต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ผันผวน เป็นต้น





การเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก













 ปตท. บริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกด้วยวิธีการที่หลากหลาย อาธิเช่น
การมีส่วนร่วมกับผู้กำหนดนโยบายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงสู่สาธารณชน 
การลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายของประเทศผ่านโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER)



​ปริมาณของก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศไทย แนวโน้มที่ต้นทุนในการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ แหล่งปิโตรเคมี รวมถึงราคาของก๊าซธรรมชาติจะเพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับปริมาณการผลิตที่ลดลง​





​​ในอนาคตปตท. อาจส่งก๊าซฯ ให้ลูกค้าได้ลดลง อาจต้องลดกำลังการผลิตทำให้ไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศได้ กระทบต่อการบรรลุพันธกิจเพื่อส่งมอบพลังงานให้แก่ประเทศไทยอย่างยั่งยืน และอาจสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันอันเนื่องมาจากราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย



​วางแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquid Natural Gas: LNG) สร้างคลัง LNG เพิ่มเติม รวมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างโครงการคลัง LNG ลอยน้ำ (Floating Storage Regasification Unit: FSRU) เพื่อรองรับปริมาณการจัดหา LNG ในอนาคต แสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ภายใต้เมกะเทรนด์ มุ่งเน้นด้านนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหรือกระแสของโลกที่เปลี่ยนไป เช่น ลงทุนด้านแบตเตอรี่เพื่อกักเก็บพลังงาน เป็นต้น

 
การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
ปตท. มีความมุ่งมั่นสูงสุดเพื่อสร้างความมั่งคงด้านพลังงานให้กับประเทศไทย คุ้มครองผลประโยชน์ คงไว้ซึ่งความเชื่อใจ ความปลอดภัยและความมั่นคงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ปตท. จึงได้พัฒนาระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ  ตามกรอบ มาตรฐานระบบการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจกลุ่ม ปตท.   โดยอ้างอิงจากมาตรฐานสากล ISO 22301 และมาตรฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมการป้องกัน การตอบสนอง การรองรับ และการฟื้นฟู โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงการป้องกัน/เตรียมความพร้อม  ช่วงการตอบสนอง/การดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง  และช่วงการฟื้นฟู  ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการแผนวิสาหกิจและบริหารความเสี่ยง
 
ด้วยสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งท้าทายสำหรับการดำเนินธุรกิจให้บรรลุเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง หลายครั้งเกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่คาดคิด ภัยธรรมชาติ การก่อการร้าย และภัยคุกคามหลากหลายรูปแบบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และอาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักของกระบวนการที่สำคัญ ซึ่งหาก ปตท. ไม่สามารถฟื้นฟูความสามารถในการดำเนินงานให้กลับสู่สภาพปกติได้จะเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือชีวิตรวมทั้งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อประเทศชาติ สังคม ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ปตท. จึงให้ความสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์บริหารจัดการในระดับองค์กรที่สอดคล้องกัน กำหนดมาตรการป้องกัน การเตรียมความพร้อม การฝึกซ้อม การส่งเสริมความตระหนักรู้และความรับผิดชอบตามกรอบระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเต็มความสามารถ
 
ปตท. จัดทำแผนเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน โดยแบ่งเป็น 4 ระดับตามความรุนแรงของเหตุการณ์ กล่าวคือ ระดับที่ 1 เป็นเหตุการณ์ที่ ปตท. สามารถระงับเหตุได้ด้วยตนเอง โดยกำหนดให้ตั้งศูนย์ควบคุมเหตุฉุกเฉิน  เพื่ออำนวยการแก้ไขสถานการณ์ กรณีเป็นเหตุการณ์ที่ ปตท. จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานภายนอกในระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัด หรือระดับประเทศ จะพิจารณายกระดับเหตุวิกฤตขึ้นสู่ระดับ 2, 3 และ 4 ตามลำดับ พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน  หรือศูนย์บริหารจัดการภาวะวิกฤต  โดยกำหนดผู้รับผิดชอบพร้อมมอบอำนาจในการบริหารจัดการในแต่ละระดับชั้นอย่างเหมาะสม เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนชุมชมรอบข้างได้อย่างทันท่วงที ปตท. เชื่อมั่นว่าการสร้างภูมิคุ้มกันและมีเครื่องมือสนับสนุนการบริหารงานให้เกิดความต่อเนื่องของกระบวนการธุรกิจได้ในภาวะวิกฤตจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้: คลิกที่นี่
 
 
 
วัฒนธรรมความเสี่ยงภายในองค์กร
ด้วยตระหนักดีว่าการบริหารจัดการความเสี่ยงและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนในองค์กร ปตท.จึงได้บรรจุเรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงและการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นส่วนหนึ่งของคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description) สร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังวัฒนธรรมให้กับพนักงานทุกระดับตามบทบาทและหน้าที่ และให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในแผนการบริหารจัดการฯ อีกทั้งยังกำหนดตัววัดของผลการดำเนินงานสำหรับผู้บริหารเพื่อการวัดประสิทธิภาพและประสิทธิผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับการตอบสนองต่อสภาวะฉุกเฉินนั้น  ปตท. แต่งตั้งผู้ประสานงาน BCM ประจำหน่วยงาน (BCM Coordinator) เพื่อทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งผ่านข้อมูลที่สำคัญ เช่นสิ่งที่พนักงานต้องปฏิบัติ หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ สถานที่ปฏิบัติงานสำรอง และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในแต่ละปี นอกจากนี้ ปตท. ยังมี Emergency & Business Continuity Management Web Portal เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารเรื่ององค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการเหตุฉุกเฉิน เกร็ดความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยง การจัดการเหตุฉุกเฉิน/ภาวะวิกฤต และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจตลอดจนความเคลื่อนไหวต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อให้พนักงานในองค์กรสามารถเข้าไปค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางเผยแพร่ความรู้เรื่องการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจแก่บุคคลทั่วไปอีกด้วย