Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 
TH

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
TH
การกำกับดูแลด้านความยั่งยืน

การกำกับดูแลด้านความยั่งยืนและกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท.

คณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกุลุ่ม ปตท. (Sustainability Alignment Commitee: SAC)คณะกรรมการการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. มีหน้าที่ในการกำกับดูแลภาพรวมของการพัฒนาอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยในปี 2557 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. มีการเพิ่มบทบาทหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมีรองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารความยั่งยืนและวิศวกรรมโครงการ เป็นประธานกรรมการ และมีกรรมการจากหน่วยธุรกิจต่างๆ รวมถึงกรรมการจากบริษัทแกนนำธุรกิจ (Flagship) ได้แก่

  • บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.)
  • บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (พีทีที โกลบอลเคมิคอล)
  • บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (ไทยออยล์)
  • บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (ไออาร์พีซี) และ
  • บริษัทโกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

ทั้งนี้กำหนดให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 1 ครั้งต่อไตรมาส เพื่อร่วมกันกำหนดกลยุทธ์ แผนงาน และติดตามการดำเนินงานตามแผนงานด้านความยั่งยืนที่กำหนด

 

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. (PTT Group Sustainability Management Framework)

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนนโยบายการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติในระดับสากลที่เกี่ยวข้อง เช่น Vision 2050: World Business Council for Sustainable Development (WBCSD), United Nations Global Compact (UNGC), ISO 26000: 2010, Global Reporting Initiative (GRI), Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) เป็นต้น ประกอบด้วยแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน 10 องค์ประกอบ

กรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วยแนวปฏิบัติและตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน 10 องค์ประกอบ

  1. การกำกับดูแลองค์กร

    การกำกับดูแลองค์กร หมายถึง การบูรณาการหลักการ แนวปฏิบัติ ค่านิยมและวัฒนธรรมการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเข้าไปในกระบวนการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่การกำหนด ควบคุมและตัดสินใจเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์บนพื้นฐานของโครงสร้างและกระบวนการที่มีความชัดเจนเป็นระบบทั้งนี้ การกำกับดูแลการบริหารจัดการความยั่งยืน ครอบคลุม ภาวะการเป็นผู้นำของผู้บริหารและคณะกรรมการในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงต่างๆ การสร้างวัฒนธรรมการบริหารจัดการความยั่งยืนทั่วทั้งองค์กรความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจรวมถึงความร่วมมือระหว่างองค์กร ภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคมและชุมชน เป็นต้น

  2. สิทธิมนุษยชน

    สิทธิมนุษยชน เป็นสิทธิพื้นฐานและเสรีภาพที่บุคคลทุกคนพึงมี องค์กรควรเคารพและตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิมนุษยชนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเข้าใจประเด็นที่มีความเสี่ยงต่อการส่งผลกระทบต่อบุคคลในระดับรุนแรง (Salient Human Rights Issues) ทั้งจากการดำเนินธุรกิจขององค์กรและความสัมพันธ์ทางธุรกิจตลอดสายโซ่อุปทาน ครอบคลุมประเด็นเรื่อง การประเมินความเสี่ยง การบริหารจัดการและการทวนสอบสถานะขององค์กร การสมรู้ร่วมคิดต่อการละเมิดสิทธิ การโยกย้ายถิ่นฐาน และสิทธิแรงงาน

  3. บุคลากรองค์กร

    พนักงานเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้องค์กรประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย วิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ทั้งนี้ การบริหารจัดการบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ครอบคลุมการรักษาพนักงานที่มีความรู้ความสามารถให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว การสร้างแรงจูงใจและความผูกพัน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทุกคน

  4. ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

    กลุ่ม ปตท. มุ่งมั่นที่จะสร้างความปลอดภัยและสุขอนามัยของพนักงานและชุมชน ตลอดจนรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกพื้นที่ที่ดำเนินธุรกิจ โดยมีแนวทางการจัดการเชิงรุกเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ผสมผสานเทคโนโลยีและการบริหารจัดการที่ดีที่สุดเพื่อยกระดับผลการดำเนินงานโดยมุ่งเน้นการป้องกันและเฝ้าระวังต่อประเด็นอุบัติใหม่ที่สำคัญที่อาจเกิดขึ้น

  5. การดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรม

    การกำกับดูแลกิจการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการปฏิบัติงานขององค์กร อีกทั้งยังมีความเชื่อมโยงถึงภาพลักษณ์องค์กร โดยการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรมครอบคลุม การเคารพกฎหมายในทุกพื้นที่ปฏิบัติการ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ การควบคุมภายในอย่างเคร่งครัด การรักษาความลับและการไม่ใช้ข้อมูลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ รวมถึงการแจ้งเบาะแสและการคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูล

  6. การเป็นองค์กรที่ดีของสังคม

    การเป็นองค์กรที่ดีของสังคม หมายถึง การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการมีส่วนร่วมกับสังคมชุมชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน ภายใต้กรอบความเคารพในสิทธิและเสรีภาพของทุกฝ่าย อันนำมาซึ่งความไว้วางใจจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการเติบโตร่วมกัน ทั้งนี้ ขอบข่ายการดำเนินงาน ครอบคลุมการลงทุนในการพัฒนาสังคม การร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ภาครัฐและภาคเอกชน การเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการความยั่งยืน เป็นต้น

  7. การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน

    การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน หมายถึง การบริหารจัดการผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต การบริการ และการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กร ผ่านการบริหารจัดการความเสี่ยง การกำกับดูแลที่ดี การร่วมมือกับคู่ค้า และการพัฒนาศักยภาพของพนักงานและคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยการคำนึงถึงปัจจัยดังกล่าวจะช่วยลดโอกาสของการหยุดชะงักทางธุรกิจ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด สร้างประโยชน์ในระยะยาวสำหรับองค์กรและคู่ค้า อีกทั้งส่งเสริมความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดำเนินงานที่ดีขององค์กร

  8. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ

    การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศ หมายถึง การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์/บริการโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อมตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ในขณะเดียวกัน ตระหนักถึงความต้องการของลูกค้า และมุ่งสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม สิ่งแวดล้อม และองค์กร ทั้งนี้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นเลิศครอบคลุมการเคารพกฎหมาย และมาตรฐานต่างๆ การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้มาซึ่งนวัตกรรมทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม การติดฉลากผลิตภัณฑ์ รวมถึงการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์

  9. การจัดทำรายงานและการส่งเสริมชื่อเสียงองค์กร

    การรายงานผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน แสดงถึง ความมุ่งมั่นขององค์กรในการเปิดเผยผลการปฏิบัติงานในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยนอกจากจะช่วยส่งเสริมความเชื่อมั่นขององค์กรแล้ว การรายงานเป็นกระบวนการทบทวนการดำเนินงานที่สำคัญ ที่จะแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ขอบข่ายการจัดทำรายงานครอบคลุม แนวทางการรายงานความยั่งยืนในระดับประเทศและระดับสากล รวมถึงการรับรองคุณภาพรายงาน

  10. การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมายถึง บุคคลหรือกลุ่มบุคคลทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมตลอดสายโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท. การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้องค์กรตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงลดความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์และโอกาสในการหยุดชะงักทางธุรกิจ โดยขอบข่ายการดำเนินงาน ครอบคลุมการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การสร้างความร่วมมือเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์ร่วมกัน ความโปร่งใส และการรับเรื่องร้องเรียน

 

ขอบข่ายการบังคับใช้

องค์กร​ การบังคับใช้ ​รายละเอียด
ธุรกิจที่ดำเนินงานโดยปตท. และบริษัทที่ ปตท. ถือหุ้นในสัดส่วน 100% บังคับ นำนโยบายเเละกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. ไปปฏิบัติอย่างเป็นระบบโดยสอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามองค์ประกอบที่กำหนด
  • บริษัทที่ ปตท. ถือหุ้นต่ำกว่า 100% และดำเนินงานภายใต้การบริหารจัดการของ ปตท. (Flagship)
  • บริษัทที่ ปตท. ถือหุ้นต่ำกว่า 100% และมีสัดส่วนการถือหุ้นมากกว่าหรือเท่ากับผู้ถือหุ้นรายอื่น (Majority)
ประยุกต์ใช้ ​นำนโยบายเเละกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. ไปประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับการดำเนินงาน
บริษัทที่ ปตท. ถือหุ้นต่ำกว่า 100% และมีสัดส่วนการถือหุ้นน้อยกว่าผู้ถือหุ้นรายอื่น (Minority)​ รับทราบ รับทราบถึงนดยบายและกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. และรายงานผลการดำเนินงานให้ ปตท. ทราบ

การบูรณาการความยั่งยืน

ปตท. กำหนดให้มีการรับรองความสอดคล้องของการบริหารจัดการความยั่งยืนตามกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. ที่กำหนดไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อกำหนดที่องค์กรถือปฏิบัติในระดับสากลได้มีการนำมาพิจารณาและบูรณาการในการจัดทำแผนการดำเนินงาน ช่วยให้สามารถวิเคราะห์โอกาสและความท้าทายในการพัฒนาองค์กร และใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น มีการติดตาม ควบคุม และตรวจสอบการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้บรรลุกลยุทธ์ความยั่งยืน

การรับรองและการตรวจประเมิน

เพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ในการนำกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนไปปฏิบัติ ปตท. จึงกำหนดให้มีการทวนสอบการดำเนินงานตามกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท.2 ระดับ ได้แก่

ระดับที่ 1 การประเมินการดำเนินงานของตนเอง (Self-Assessment) กำหนดให้ดำเนินการเป็นประจำทุกปี โดยโครงการบริหารจัดการสู่ความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. จัดส่งแบบสอบถามให้พื้นที่และบริษัทในกลุ่ม ปตท.ทำการประเมินการดำเนินงานของตนเอง และสรุปรายงานผลต่อคณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท.

ระดับที่ 2 การตรวจรับรองประสิทธิผลการดำเนินงานโดยหน่วยงานภายนอก (External Assessment) กำหนดให้ดำเนินการเป็นประจำทุก 3 ปี โดยหน่วยงานภายนอกเข้าตรวจเยี่ยมพื้นที่ของ ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อทวนสอบประสิทธิภาพของการดำเนินงานตาม 10 องค์ประกอบของกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท.