Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 
TH

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
TH
การอนุรักษ์ททรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
PTTPLC Internet Site | หน้าหลัก | ความยั่งยืน | มิติด้านสังคม | องค์กรที่ดีของสังคม | การอนุรักษ์ททรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปตท. ส่งเสริมการพัฒนาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ข้อที่ 13, 14 และ 15

การสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติส่งผลต่อการเพิ่มพื้นที่สีเขียว รักษาระบบนิเวศบนบกและชายฝั่ง และการดูดซับก๊าซเรือนกระจก โดยมีโครงการที่สำคัญ ดังนี้

สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท.
กลุ่ม ปตท. ยังคงสานต่อภารกิจในการดูแลรักษาป่าในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 จำนวน 1 ล้านไร่อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับชุมชนและภาคีเครือข่ายทั่วประเทศในการดูแลรักษาพื้นที่ป่า
นอกจากนี้ ปตท. โดยสถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. ยังคงดำเนินการปลูกป่าเชิงกลยุทธ์มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สังคม และชุมชน ตามเป้าหมาย SDGs โดยกำหนดแผนการปลูกป่า แบ่งเป็นแนวทางหลัก 4 รูปแบบใน
4 พื้นที่สำคัญ ประกอบด้วย
• การฟื้นฟูป่าต้นน้ำภาคเหนือ  • การปลูกป่าในเมืองภาคกลาง
• การปลูกป่าชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ • การปลูกป่าชายเลน พื้นที่ภาคตะวันออก
โดยมีเป้าหมายการปลูกป่ารวมจำนวน 4,620 ไร่ ในปี 2561
ทั้งนี้จากผลวิจัยผลสัมฤทธิ์การปลูกป่าโดยทีมวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พบว่า พื้นที่ป่าของ ปตท. ที่ได้ดำเนินการปลูกและดูแลรักษาตั้งแต่ปี 2537-2559 (คิดจากพื้นที่ป่า 1,115,185 ไร่)  ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ย 2.18 ล้านตัน ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และคิดเป็นมูลค่าผลประโยชน์จากป่ากว่า 280 ล้านบาท/ปีในอนาคตจะขยายเครือข่ายการพัฒนาป่าครัวเรือนและป่าสร้างรายได้ เชื่อมโยงพัฒนาสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชนต่อไป นอกจากนี้ยังดูแลและบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ 3 แห่ง อย่างต่อเนื่อง ดังนี้

• ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง
เป็นแหล่งเผยแพร่องค์ความรู้การปลูกและอนุรักษ์ป่าของ ปตท. และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และทำกิจกรรมปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อมที่ใกล้ชิดคนเมือง ตั้งอยู่ ณ ถนนสุขาภิบาล 2 บนเนื้อที่ 12 ไร่  มีผู้ให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชม เฉลี่ย 24,000 คนต่อปี

 ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์
ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง มีเนื้อที่รวม 351.35 ไร่  ปตท. มุ่งเน้นพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้การปลูกป่าในลักษณะหลากหลาย  การรักษาพันธุ์ไม้ท้องถิ่น โดยมีการบริหารจัดการน้ำเพื่อรักษาความสมบูรณ์และความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่   และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจแก่ประชาชนทั่วไป มีผู้ให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชม เฉลี่ย 45,000 คนต่อปี นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ปลูกป่าโครงการนำร่องที่เข้าร่วมโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand-Voluntary Emission and Reduction: T-VER) สาขาป่าไม้ โดยในปี 2561 ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การก๊าซเรือนกระจกแล้ว 763 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Award of Excellence  ประเภท "การพัฒนาหรือสร้างสรรค์แหล่งที่อยู่ ความหลากหลายทางชีวภาพและสัตว์ป่า" (Wildlife, Biodiversity, Habitat Enhancement or Creation) โดยสมาพันธ์ภูมิสถาปนิกนานาชาติ หรือ IFLA (International Federation of Landscape Architects) จากแนวคิดการวางผังพื้นที่ที่คำนึงถึงระบบนิเวศและการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ซึ่งกระทบต่อธรรมชาติน้อยที่สุด

• ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี
ปตท. พลิกฟื้นพื้นที่นากุ้งร้าง 387 ไร่ ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนระดับประเทศและภูมิภาค เป็นต้นแบบองค์ความรู้ในการฟื้นฟูพื้นที่นากุ้งสู่ป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์รวมถึงเป็นพื้นที่ต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืนร่วมกับชุนชนและหน่วยงานภาครัฐ  โดยในปี 2561 มีผู้เข้าเยี่ยมชม ประมาณ 50,000 คน นอกจากนี้ยังได้เข้าร่วมเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสม.) ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ได้แก่ กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านคลองเก่า และกลุ่มเกษตรกรทำประมงปากน้ำปราณ เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ได้แก่ การดำเนินโครงการรักษ์แม่น้ำปราณฯ โดยมีส่วนร่วมในการร่วมกันตรวจสอบคุณภาพน้ำและเก็บขยะในแม่น้ำปราณบุรีตั้งแต่เขื่อนแก่งกระจานจนถึงปากแม่น้ำทุกเดือน จัดทำแผนแม่บทในการดูแลและบริหารจัดการแม่น้ำปราณบุรี  และจัดกิจกรรมเก็บขยะริมชายหาดปากน้ำปราณบุรีทุกวันศุกร์ โดยกลุ่มได้รับการคัดเลือกเป็นเครือข่ายดีเด่นระดับจังหวัด ดีเด่นระดับภาค และลำดับที่สามของประเทศ จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการต่าง ๆ ของสถาบันปลูกป่า ปตท. ได้ที่นี่

การดำเนินงานส่งเสริมเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ปตท. ส่งเสริมการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างกว้างขวางในหลายกลุ่ม เน้นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเครือข่ายในชุมชน ที่มีความใกล้ชิดกับทรัพยากรทางธรรมชาติ เพื่อให้ชุมชนเห็นความสำคัญและอนุรักษ์ทรัพยากรในพื้นที่ตนเองอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในทุกเพศ ทุกวัย โดยดำเนินงานผ่านโครงสร้างการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

• สถาบันลูกโลกสีเขียว 
มีคณะกรรมการลูกโลกสีเขียวพิจารณาทิศทางการดำเนินงาน  พัฒนาองค์ความรู้ และพิจารณามอบรางวัลยกย่องเชิดชูผู้ที่รักษาทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นรูปธรรม  โดย ปตท. เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงาน โดยจากการดำเนินงานกว่า 20 ปีของสถาบันฯ มีเครือข่ายทั่วประเทศทั้งในระดับชุมชน บุคคล และเยาวชน ใน 6 ภาค ที่ดูแลรักษาพื้นที่ป่ากว่า 2.13 ล้านไร่ ทั่วประเทศ
สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถาบันลูกโลกสีเขียวได้ที่นี่

 เครือข่ายคนรักษ์แฝก  
จากการเริ่มการปลูกแฝกเพื่อป้องกันดินถล่มของ ปตท. ในปี 2539 ทำให้เกิดการพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2549 ได้เข้าร่วมโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กับ 3 หน่วยงานภาคี ได้แก่ มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และกรมพัฒนาที่ดิน ที่ร่วมกันส่งเสริมการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์หญ้าแฝกให้แก่ประชาชนที่สนใจทั่วประเทศ ต่อยอดเป็นเครือข่ายคนรักษ์แฝก ที่สามารถบริหารจัดการตนเอง มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้การอนุรักษ์ดินและน้ำ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากใบหญ้าแฝก ทั้งในระดับภาค และระดับประเทศ โดย ปตท. ทำหน้าที่ประสานงาน สนับสนุนการดำเนินงาน ส่งเสริมการจัดการองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายคนรักษ์แฝกให้บริหารจัดการและพึ่งพาตนเองได้ ปัจจุบันมีสมาชิกราว 10,000 คน สร้างรายได้ลดรายจ่ายจากการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกได้กว่า 3.3 ล้านบาท/ปี

 

โครงการรักษ์น้ำ รักษ์ป่า รักษ์คุ้งบางกะเจ้า
คุ้งบางกะเจ้าเป็นพื้นที่สีเขียวที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลากหลายกลุ่ม กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือจากหลายภาคส่วน  ปตท. เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการทำงานในรูปแบบสานพลังความร่วมมือ (Social Collaboration) โดยปี 2561 มีการตั้งโครงสร้างการดำเนินงานภายใต้ชื่อโครงการ OUR Khung Bang Kachao ที่เกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน จาก 34 องค์กร ภายใต้เป้าหมายร่วม (Shared Goal) ระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี เพื่อสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพิ่มขึ้นร้อยละ 20  โดยใช้องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ รวมไปถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากแต่ละองค์กรมาบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด   ซึ่งมีคณะทำงาน ร่วม ภายใต้การดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา ประกอบด้วย 1) คณะกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน 2) คณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน 3) คณะอนุกรรมการกำกับการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน (ด้านกฎหมาย) และ 4) คณะทำงานพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าสู่ความยั่งยืน ที่มีคณะทำงานย่อย จำนวน 7 คณะ ได้แก่ คณะทำงานพื้นที่สีเขียว คณะทำงานการจัดการน้ำ คณะทำงานการจัดการขยะ คณะทำงานส่งเสริมอาชีพ คณะทำงานการท่องเที่ยว คณะทำงานพัฒนา เยาวชน การศึกษา และวัฒนธรรม และคณะทำงานอำนวยการและสื่อสาร  โดย ปตท. รับผิดชอบเป็นหัวหน้าคณะทำงานพื้นที่สีเขียวและคณะทำงานอำนวยการและสื่อสาร  ในส่วนของ ปตท. ได้กำหนดเป้าหมาย ในการรักษาและพัฒนาพื้นที่สีเขียวในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าให้ได้ 6,000 ไร่ ภายใน 5 ปี  และสร้างอัตลักษณ์ของพื้นที่สีเขียวต้นแบบในแต่ละตำบลเพื่อเพิ่มคุณค่าในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ตลอดจนเพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ตำบลให้ได้ร้อยละ 50 ของพื้นที่เกษตร ซึ่งในระยะแรก กำหนดไว้ที่ 400 ไร่ ในพื้นที่ราชพัสดุของกรมป่าไม้ โดยดำเนินการร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์พื้นที่สีเขียวทั้ง 6 ตำบลในคุ้งบางกะเจ้า ปี 2561 มีองค์กรภาคีเข้าร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวแล้ว 15 องค์กร  รวมพื้นที่ 309.50 ไร่

 

 

ผลการดำเนินงาน
สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

 
แผนงาน​ เป้าหมายปี 2561​ ​ผลการดำเนินงานปี 2561 ​เป้าหมายปี 2562
การสนับสนุนงบประมาณและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม​ ​สนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมผ่าน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ People (การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาสังคมและชุมชน) และ Planet (การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง) ​1,558.51 ล้านบาท ​ไม่เกิน 2% ของ Net Operating Profit
การสร้างวัฒนธรรม จิตอาสาภายในองค์กร​ ​ส่งเสริมและสร้างจิตสำนึกให้พนักงานในการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม รวมถึงปลูกฝังการมีจิตอาสาในการดำเนินชีวิตประจำวัน

​พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา

15,055 ชั่วโมง

​NA

​การบริจาคในรูปแบบของสิ่งของและบริการ

(In-kind Giving)

​NA ​26.64 ล้านบาท ​NA
ค่าบริหารจัดการสำหรับกิจกรรมเพื่อสังคม​ ​NA ​101.77 ล้านบาท ​NA