Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
ผลการดำเนินงานสถาบันปลูกป่า


20 ปี สถาบันปลูกป่า ปตท.
มากกว่าการรับรู้ คือ การลงมือทำ


        เป็นที่ประจักษ์กันอย่างชัดเจนว่า ในปัจจุบันสถานการณ์ด้านทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับนานาชาติและภายในประเทศ มีทิศทางการเปลี่ยนแปลงที่ลดน้อยถอยลงทั้งในเชิงพื้นที่และความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าที่มีอยู่ ดังมีข้อสรุปจากการประชุมป่าไม้โลก (World Forestry Congress) ที่เมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ. 2552 ว่าสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงของทรัพยากรป่าไม้ มาจากปัจจัยภายนอกพื้นที่ป่ามากกว่าภายใน โดยที่สำคัญที่สุดคือการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ เช่น การเพิ่มขึ้นของประชากร การพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานอุตสาหกรรม การอพยพของประชากรเข้าสู่เมืองใหญ่ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การขาดแคลนพลังงาน และ ขาดความมั่นคงด้านอาหาร และแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้มีข้อสรุปว่าต้องเป็นไปในลักษณะของความรับผิดชอบร่วมกันของทุกๆ ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น จึงจะประสบความสำเร็จ

สำหรับประเทศไทย ปัญหาเหล่านี้ได้เป็นที่ประจักษ์กันมาเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว ดังจะเห็นได้จากการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาป่าไม้ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมากมายหลายโครงการ ทั้งที่เป็นโครงการจากภาครัฐบาล เอกชน หรือแม้แต่โครงการที่เกิดขึ้นจากภาคประชาชนในท้องถิ่นที่รวมตัวกันดูแลรักษาป่าขึ้นมาเองนั้น สถานการณ์เช่นนี้บ่งชี้ให้ทราบว่าประเทศไทยยังมีความต้องการพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 19 ล้านไร่ โดยควรต้องเป็นป่าอนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจประมาณ 11 และ 8 ล้านไร่ ตามลำดับ จึงจะเกิดความสมดุลของระบบนิเวศและเอื้ออำนวยประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศได้อย่างเหมาะสม

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งในภาคเอกชนที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จากปณิธานในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด และมีผลงานอันเป็นที่ประจักษ์แก่สังคมโดยเฉพาะการอาสาเข้าร่วม “โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537-2545 จำนวน 1 ล้านกว่าไร่ การปลูกและดูแลรักษาพื้นที่ป่าในพื้นที่การดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. การร่วมโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จังหวัดน่าน และสิ่งสำคัญที่ ปตท. สามารถดูแลรักษาป่าที่ปลูก 1 ล้านไร่เดิมจนถึงปัจจุบัน เนื่องจาก ปตท. มีชุมชนรอบพื้นที่แปลงปลูกป่าเป็นเครือข่ายช่วยปกป้องและดูแลรักษาป่าอย่างเข้มแข็ง ผ่านโครงการอบรมรักษาป่าระยะยาว ได้แก่ การอบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) การอบรมอาสาสมัครป้องกันไฟป่า และการอบรมเยาวชน ปตท. รักษ์ป่า เป็นต้น

ปัจจุบัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินกิจกรรมการปลูกและการจัดการป่าเช่นนี้ต่อไปเพื่อเป็นการแสดงถึงความเอาใจใส่และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยได้จัดตั้ง สถาบันปลูกป่า ปตท. และได้จัดทำโครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ และลดภาวะโลกร้อน ซึ่งประกอบไปด้วยกิจกรรมการดูแลรักษาป่าเดิม 1 ล้านไร่ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และดำเนินการปลูกป่าใหม่ พร้อมทั้งดูแลรักษาป่าให้อยู่อย่างยั่งยืน ร่วมกับภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน และเครือข่ายชุมชน โดยมีเป้าหมายสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ให้ได้ 2.1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี ภายในปี 2567 ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมในท้องถิ่นโดยการสร้างงานในชนบท และเพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี


พื้นที่ปลูกป่าของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี 2558

ข้อมูลแปลงปลูกป่า โครงการปลูกป่าฯ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี 2537 - 2555​ ​

และโครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและลดภาวะโลกร้อน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปี 2556 - 2558​

ภาค​ ​จำนวนพื้นที่ปลูกป่า (ไร่) ​รวม
​ปี 2537 - 2555 ปี 2556 ปี 2557 ปี 2558 ปี 2559
ภาคเหนือ​ 405,987  21,340 8,627​ 11,430 ​100 447,4384
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ​ ​229,842 ​17,000 ​2.356 ​10,600 ​800 260,598
ภาคกลาง 21,581​ 354 14​ -​ 21,949
ภาคตะวันออกภาคตะวันออก ​84,615 5,295 176​ ​- 90,086
​ภาคตะวันตก ​194,735 12,370 3,899 ​5,500 216,504
ภาคใต้​ ​117,963  2,220 -​​ ​1,000 121,183
รวม​ ​1,054,723 58,579 15,072 ​28,530 ​900 1,157,804


       ในปี 2558 กลุ่ม ปตท. ยังติดตามดูแลโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์เป็นปีที่ 50 จำนวน 1 ล้านไร่เดิม และปลูกป่าใหม่รวมทั้งหมด 207,181 ไร่ นอกจากนี้ ปตท. ได้พัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าครบวงจรบนพื้นที่ 351 ไร่ ณ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ภายใต้โครงการป่าวังจันทร์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนศึกษา วิจัย และรวบรวมองค์ความรู้สำหรับถ่ายทอดสู่สาธารณชน และศูนย์การเรียนรู้เรื่องการฟื้นฟูป่าของ ปตท. บนพื้นที่ 12 ไร่ บริเวณถนนสุขาภิบาล 2 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการป่าในกรุง เพื่อสนับสนุนแนวทางการพัฒนาพื้นที่  สีเขียวให้คนกรุงเทพฯ ของกลุ่ม ปตท. และสานต่อการสร้างแหล่งเรียนรู้เรื่องการปลูกป่าตามวิถี ปตท.

ปัจจุบัน “โครงการป่าวังจันทร์” นำข้อมูลจากผลการศึกษาวิจัยข้อมูลฐานด้านทรัพยากรธรรมชาติและชุมชนที่ดำเนินการในปี 2558 มาประยุกต์ใช้สู่การนำเนื้อหาองค์ความรู้วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและองค์ความรู้เกี่ยวกับท้องถิ่น นำมาขยายผลเข้าสู่รูปแบบการเรียนการสอนในลักษณะ “หลักสูตรนิเวศท้องถิ่น” ซึ่งเชื่อมโยงสาระเนื้อหาธรรมชาติวิทยาจากพื้นที่โครงการป่าวังจันทร์และพื้นที่ใกล้เคียงในตำบลป่ายุบใน เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนรู้ในสถานศึกษาในระบบโรงเรียน และกลุ่มการศึกษานอกระบบโรงเรียน โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) โดยมีโครงการป่าวังจันทร์ สถาบันปลูกป่า ปตท. และชุมชนโดยรอบพื้นที่ มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างหลักสูตร เชื่อมโยงการเรียนการสอนในโรงเรียน ในชุมชนท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้โครงการป่าวังจันทร์ด้วยมุ่งหวังให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ ระบบนิเวศป่า การเกษตรและประเพณีวัฒนธรรมในท้องถิ่นบริเวณตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง รวมถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนต่อทรัพยากรธรรมชาติ และหลักการแนวทางเพื่อการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของสถาบันปลูกป่า ปตท. คลิกที่นี่