Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 
TH

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
TH
การพัฒนาสังคมและชุมชน
เพื่อให้ชุมชนสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงด้วยตนเอง รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนรอบพื้นที่สถานประกอบการ ปตท. ตอบสนองต่อความต้องการและความคาดหวังของชุมชน  ให้การสนับสนุนการดำรงชีวิตตามวิถีพอเพียง และพัฒนาให้ชุมชนน่าอยู่ ผ่านการยกระดับชีวิตให้คนในชุมชนมีสุขภาพที่แข็งแรงและเสริมสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยให้กับชุมชน โดย ปตท. ดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสังคมและชุมชน  ดังนี้
 
การพัฒนาเเหล่งเรียนรู้วิถีพอเพียงและนวัตกรรมพลังงานชุมชน
ปตท. ส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนตามวิถีพอเพียง โดยการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านพลังงานไปสนับสนุนการดำเนินงานพัฒนาชุมชนให้สามารถบริหารจัดการตนเองด้านพลังงานตามวิถีชีวิตของชุมชน โดยส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อชุมชน ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการจัดอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน สร้างต้นแบบชุมชนเมืองพลังงานพอเพียง และพัฒนาศูนย์เรียนรู้วิถีพอเพียงให้เป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่องค์ความรู้ ตลอดจนส่งเสริมให้ชุมชนพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน ผ่านการร่วมมือกับชุมชนในการพัฒนาพลังงานทดแทนที่ใช้งานได้จริงตามความเหมาะสมของทรัพยากรท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่  โดยในปี 2560 มีโครงการที่สำคัญ ได้แก่
 
โครงการพัฒนาพลังงานชุมชน: ระบบก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกร
นอกจากนี้ ปตทปตท.ได้พัฒนาโครงการระบบก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกร ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนตำบลท่ามะนาวในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การจัดเวทีประชาคมหมู่บ้าน การวิเคราะห์ศักยภาพด้านพลังงานทดแทน การออกแบบและพัฒนาระบบฯ การจัดตั้งคณะทำงานของชุมชน การติดตั้งระบบฯ จนถึงการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารกลุ่มผู้ใช้ก๊าซจากมูลสัตว์ ซึ่งชุมชนไม่เพียงประหยัดค่าใช้จ่ายจากการที่โครงการฯ ส่งก๊าซชีวภาพให้กับชุมชนกว่า 130 ครัวเรือน ทดแทนการใช้ก๊าซ LPG แล้ว  ยังจะสามารถลดความขัดแย้งเรื่องกลิ่นซึ่งเกิดจากการปล่อยน้ำเสียจากฟาร์มสุกรได้อีกด้วย และในปี 2559 ได้รับการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ประเภทการจัดการขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และวัสดุเหลือใช้ โดยมีระยะเวลาการรับรองคาร์บอนเครดิตของโครงการรวมทั้งสิ้น 7 ปี ซึ่งจะสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 786 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี 
นอกจากนี้ ปตท. ยังขยายผลโครงการระบบก๊าซชีวภาพฯ โดยการถอดบทเรียนจากโครงการระบบก๊าซชีวภาพฯ ตำบลท่ามะนาว หรือท่ามะนาวโมเดล ไปยังอีก 2 พื้นที่ ได้แก่ ตำบลคำแคน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น และตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนลดการพึ่งพาพลังงานหลักและแก้ปัญหากลิ่นเหม็นและน้ำเสียจากมูลสุกร ซึ่งในปัจจุบันชุมชนทั้ง 3 แห่ง ได้กลายเป็นชุมชนต้นแบบที่ประชาชนมีส่วนร่วมในระบบการจัดการพลังงานท้องถิ่น รวมค่าใช้จ่ายที่ลดลงและรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อปี 1.12 ล้านบาท ให้แก่ชุมชน 3 ชุมชน (183 ครัวเรือน) ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 1,287 ตัน CO2/ปี อีกด้วย 
 
 
ผลการดำเนินงาน
 
-

ระบบก๊าซชีวภาพฯ ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี (ปี 2558 – ปัจจุบัน)
ในปี 2559 ขึ้นทะเบียน T-VER โดยรับรองคาร์บอนเครดิตของโครงการรวมทั้งสิ้น 7 ปี และสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 737 ตันต่อปี  ในปี 2560 มีจำนวนครัวเรือน ที่ดำเนินการแล้ว รวม 111 ครัวเรือน  สามารถลดรายจ่ายด้านพลังงานให้ แก่ชุมชน 360,998 บาทต่อปี
-


ระบบก๊าซชีวภาพฯ ตำบลคำแคน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น (ปี 2559 – ปัจจุบัน)
ระบบก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรฯ ตำบลคำแคน ขึ้นทะเบียน T-VER โดยรับรองคาร์บอนเครดิตของโครงการรวมทั้งสิ้น 7 ปี และสามารถลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 403 ตันต่อปี  ช่วยลดผลกระทบจากกลิ่นเหม็นและน้ำเสียจากฟาร์มสุกรได้ 1 ฟาร์มและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 210 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี อีกทั้งชุมชนจำนวน 35 ครัวเรือน สามารถลดรายจ่ายด้านพลังงานให้แก่ชุมชน 172,512 บาทต่อปี

-
-

ระบบก๊าซชีวภาพฯ ตำบลสันทราย อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (ปี 2559 – ปัจจุบัน)
ระบบก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรฯ ตำบลสันทราย ช่วยให้วัดและชุมชนจำนวน 37 ครัวเรือน ได้ใช้ก๊าซชีวภาพทดแทน LPG สามารถลดรายจ่ายด้านพลังงานให้แก่ชุมชน 116,168 บาทต่อปี
 
โครงการหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน
ปตท. ดูแลชุมชนรอบสถานประกอบการของ ปตท. อย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันผลกระทบที่เกิดจากการดำเนินงานสู่ชุมชนแล้ว ปตท. ยังให้ความสำคัญในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในมิติต่างๆ ด้วย ทั้งนี้จากการปฏิบัติงานของพนักงาน ปตท. ในการดูแลระบบท่อและชุมชนรอบพื้นที่แนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ทำให้ ปตท. ได้ทราบถึงปัญหาการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของชุมชน โดยเฉพาะน้ำสะอาดเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ปตท. จึงนำความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและพลังงานขององค์กรที่สะสมมากว่า 30 ปี เข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน ผ่านการดำเนินโครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน โดยในปี 2556 ปตท. เริ่มพัฒนาระบบส่งน้ำขึ้นเป็นครั้งแรกที่ หมู่บ้านขนุนคลี่ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนพื้นที่แนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ตะวันตก (ไทย-เมียนมาร์) เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคของชุมชนในพื้นที่สูง โดยได้ร่วมกับชุมชนบ้านขนุนคลี่ สำรวจสภาพภูมิประเทศ พร้อมทั้งศึกษาออกแบบ และพัฒนาระบบส่งน้ำโดยเครื่องตะบันน้ำ (Hydraulic Ram Pump) ซึ่งไม่ใช้พลังงานจากไฟฟ้าหรือน้ำมัน จนสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในชุมชนได้สำเร็จ ซึ่งโครงการฯ สามารถแก้ไขปัญหาการเข้าถึงแหล่งน้ำให้กับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้น ปตท. ได้ถอดบทเรียนและนำองค์ความรู้จากการดำเนินโครงการฯในพื้นที่ดังกล่าว มาขยายผลและพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดลการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ที่มีลักษณะสภาพภูมิประเทศต่างๆ กัน โดยในปี 2560 ปตท. ได้ขยายผลการดำเนินโครงการฯ ไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทยรวมทั้งสิ้น 14 แห่ง ทำให้ชุมชนและหน่วยงานต่างๆ สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากน้ำสะอาดได้ปีละกว่า 190,431 ลูกบาศก์เมตร ทั้งในภาคครัวเรือน การเกษตร และการป้องกันไฟป่า
 
โครงการวิจัยระบบผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งลอยน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำ Floating PV)
ปตท. ตระหนักถึงสถานการณ์การลดลงของพลังงานจากฟอสซิล และเล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ  ปตท. จึงได้ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินการวิจัยการใช้เซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งลอยน้ำ ณ สระเก็บน้ำพระราม 9 อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และได้ขยายผลการใช้เซลล์แสงอาทิตย์ ในระดับชุมชน ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนหันมาพึ่งพาการใช้พลังงานหมุนเวียนซึ่งเป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติ ทดแทนการใช้พลังงานจากฟอลซิล โดยในปี 2560 ปตท. ได้ขยายผลการใช้งานเซลล์แสงอาทิตย์แบบติดตั้งลอยน้ำ สำหรับใช้สูบน้ำในการเกษตร ไปยังชุมชนเครือข่ายที่สำคัญของ ปตท. ได้แก่ ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ตำบลท่ามะนาว อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ตำบลลำสินธุ์ อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง ตำบลคำแคน อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น และตำบลแม่ทา อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ สามารถผลิตไฟฟ้าได้รวม 114,690  หน่วย/ปี ต่อปี ส่งผลให้ชุมชนสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 771,496 บาท และลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 67.64 ตัน CO2/ปี อีกด้วย

โครงการหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน
ปตท. ดำเนินโครงการหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องการจัดการพลังงานระดับชุมชน และการนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเองต่อไป ภายใต้แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยผู้เข้าอบรมจะได้รับการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติผ่านการศึกษาดูงานและการจัดทำโครงงานเชิงปฏิบัติการ โดยจนถึงปัจจุบัน ได้จัดอบรมไปแล้วทั้งสิ้น 4 รุ่น มีผู้นำชุมชนผ่านการอบรมรวมทั้งสิ้น 223 คน โดยผู้เข้าร่วมอบรมได้มีการพัฒนาต่อยอดโครงงานเชิงปฏิบัติการที่ได้จัดทำระหว่างการอบรม เพื่อให้เกิดการจัดการพลังงานในชุมชนอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม โดยอาศัยทรัพยากรในท้องถิ่นเป็นต้นทุนหลัก 
 

สวนสมุนไพรสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โครงการสวนสมุนไพรฯ มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรของชาติให้เกิดประโยชน์แก่อนุชนรุ่นหลัง โดย ปตท. จัดพื้นที่ 60 ไร่ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสมุนไพรไทย เพื่ออนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาด้านสมุนไพรไทย โดยมีพันธุ์ไม้สมุนไพรที่รวบรวมไว้กว่า 260 ชนิด นอกจากนี้ สวนสมุนไพรฯ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนของชาวระยองและจังหวัดใกล้เคียงที่จะสร้างเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ชุมชนสังคมไทยอีกด้วย 

การพัฒนาชุมชนเมืองสู่การเป็นเมืองน่าอยู่
ปตท. ดำเนินโครงการเมืองน่าอยู่ (Livable City) ตามแนวทางปฏิบัติงานชุมชนสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและดูแลสังคมชุมชนในด้านต่างๆ ทั้งด้านวิถีชีวิต สังคม เศรษฐกิจ สุขภาวะ และสิ่งแวดล้อม รอบพื้นที่สถานประกอบการของ ปตท. โดยในแต่ละพื้นที่จะจัดทำยุทธศาสตร์แผนแม่บทและแผนพัฒนาชุมชน ผ่านการหารือร่วมกับชุมชนและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ทั้งในรูปแบบเวทีประชาคม ประชุมคณะทำงานและประชุมกลุ่มย่อย และการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และนำไปสู่การพัฒนาสังคมที่อยู่ได้ร่วมกันอย่างมีความสุขและยั่งยืน โดยในปี 2560 ปตท. ดำเนินกิจกรรมที่สนับสนุนแผนพัฒนาชุมชนในพื้นที่ ได้แก่

-  จัดเวทีการมีส่วนร่วม ระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและดูแลสังคมชุมชนรอบพื้นที่สถานประกอบการของ ปตท. ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่สีเขียว การส่งเสริมความรู้ด้านการท่องเที่ยว การจัดการขยะในชุมชน การสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว การฟื้นฟูทรัพยากรในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และการส่งเสริมด้านสุขภาพแก่ชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย เช่น  คลังก๊าซบ้านโรงโป๊ะ จังหวัดชลบุรี คลังน้ำมันพิษณุโลก คลังปิโตรเลียมนครสวรรค์ คลังปิโตรเลียมสงขลา และศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 4 และ 6 เป็นต้น ตัวอย่าง การส่งเสริมการจัดการขยะในระดับครัวเรือนและระดับชุมชน ผ่านการดำเนินโครงการ Zero Waste  รณรงค์สร้างจิตสำนึกในการลด คัดแยก และนำขยะมา Recycle สร้างต้นแบบการจัดการขยะอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีและส่งเสริมการสร้างจิตสำนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ให้แก่ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท. ตามความต้องการของชุมชน ในชุมชนรอบคลังก๊าซบ้านโรงโป๊ะ พื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 6 และคลังน้ำมันพิษณุโลก

-  ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี เพื่อชุมชนบ้านคำใหญ่และปันน้ำใจ ตำบลม่วงหวาน จังหวัดขอนแก่น ณ พื้นที่ศูนย์ปฏิบัติการระบบท่อเขต 4 ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเองและการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 250 ดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีให้แก่ชุมชน ผ่านโครงการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ โดยในปี 2560 จัดกิจกรรมให้แก่ชุมชนพื้นที่รอบสถานประกอบการ 23 ครั้ง ประกอบไปด้วย 4 กิจกรรม คือ กิจกรรมตรวจรักษาโรคทั่วไป กิจกรรมวัดสายตาและแจกแว่นสายตายาว กิจกรรมตัดแต่งทรงผม กิจกรรมนวดผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังมีโครงการส่งเสริมทันตสุขภาพ และควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 7,028 คน

-  ดำเนินกิจกรรมที่ส่งเสริมความปลอดภัยในชุมชน ผ่านการดำเนินโครงการตรวจสอบถังก๊าซหุงต้มในครัวเรือน พื้นที่รอบคลังน้ำมันศรีราชาและคลังก๊าซเขาบ่อยา และโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การป้องกันและระงับอัคคีภัยเบื้องต้นในวัด พื้นที่คลังน้ำมันพิษณุโลก โดยมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ จำนวน  450 ครัวเรือน