Skip Ribbon Commands
Skip to Current Path
Skip to main content
Go to Home Page
Go to previous page
เมนู
 

ขนาดตัวอักษร

การแสดงผล

ภาษา

 
สิทธิมนุษยชน

การกำกับดูแลด้านสิทธิมนุษยชน
ความมุ่งมั่น

ปตท. เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนต่อความยั่งยืนขององค์กร จึงได้วางรากฐานให้การเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นแนวปฏิบัติขั้นพื้นฐานของ ปตท. โดยยึดปฏิบัติตามหลักการด้านสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ตามกฎหมายและเป็นมาตรฐานในระดับสากล เช่น ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (United Nations Universal Declaration of Human Rights: UNUDHR) หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ  (International Labour Organization: ILO) เป็นต้น อีกทั้งได้เข้าร่วมเป็นภาคีของ United Nations Global Compact (UNGC) และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็ก ประเทศไทย (Global Compact Network Thailand: GCNT) นอกจากนี้ ปตท. ยังมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลป้อนกลับกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนปฏิบัติการชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4

ทั้งนี้ ปตท. ประกาศนโยบายและกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืน (Sustainability Management Policy and Framework) และกำหนดให้ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของกรอบการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. พร้อมทั้งผลักดันให้บริษัทในกลุ่มประยุกต์ใช้และปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว โดยที่บริษัทในกลุ่มจำเป็นต้องเปิดเผยการประเมินความเสี่ยง รวมถึงแผนการบรรเทาความเสี่ยง เพื่อความโปร่งใส

ปตท.สำรวจเเละผลิตปิโตรเคมี: Click here          ไออาร์พีซี:  Click here           พีทีที โกลบอล เคมิคอล: Click here            ไทยออยล์: Click here

 

การสร้างวัฒนธรรมด้านสิทธิมนุษยชน
บทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการและผู้บริหาร
สำหรับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม ปตท. นั้น คณะกรรมการ ปตท. ได้มอบหมายให้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นผู้กำกับดูแลนโยบาย และการบริหารจัดการความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนตลอดสายโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท. โดยมีสายงานบริหารองค์กiและความยั่งยืน ประกอบด้วยรองกรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กรและความยั่งยืน ทำหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนากระบวนการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน นอกจากนั้น ยังกำหนดให้ฝ่ายระบบบริหารองค์กรเป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินงานตามระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่ม ปตท. รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นประจำทุกไตรมาส รวมถึงถ่ายทอดนโยบายไปยังหน่วยงานผู้รับผิดชอบในระดับ Function ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติตามแนวทางการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล
 
ทั้งนี้คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีได้ติดตามความคืบหน้าและให้ความเห็นต่อแผนการดำเนินงาน เป้าหมายประจำปี ผลการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน และแผนบริหารจัดการความเสี่ยง โดยในปี 2561 ได้เห็นชอบให้ทบทวนระบบบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่ม ปตท. (PTT Group Human Rights Management System) ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2562 นอกจากนี้ยังมีการรายงานการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่มีนัยสำคัญต่อองค์กรไปยังคณะกรรมการ ปตท. โดยตรง เช่น ประเด็นเรื่องการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความปลอดภัย และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เป็นต้น

  

โครงสร้างการกำกับดูแล ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน​
​คณะกรรมการ ปตท.
​ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
อัตราการบาดเจ็บ (TRIR)
รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กรและความยั่งยืน​
​ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTA)
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กรและความยั่งยืน​
​ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTA)
ผู้จัดการฝ่ายระบบบริหารองค์กร​
​ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTA)

หมายเหตุ: มีการกำหนดตัวชี้วัดตามแผนปฏิบัติการราชการและตัวชี้วัดขององค์กรให้เชื่อมโยงกับการดำเนินงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ซึ่งทำหน้าที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ปตท.

 

 

 

การสื่อสารและอบรม

เพื่อสร้างความเข้าใจในเรื่องของธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ปตท. จึงสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานทุกคนภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการสื่อความทางบทความ วารสาร และอีเมล PR ภายในให้เข้าใจง่าย ครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับหลักการ แนวทาง ระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน และกรณีศึกษาจากธุรกิจต่างๆ อีกทั้งมีการจัดหลักสูตรการบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. และหลักสูตรความรู้พื้นฐานสำหรับระบบบริหารจัดการของ ปตท. (PTT Integrated Management System: PIMS) ที่มีเนื้อหาครอบคลุมการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจ รวมทั้งตัวอย่างแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจที่เคารพสิทธิมนุษยชน โดยดำเนินการอบรมมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน รวม 47 รุ่น มีพนักงานที่ผ่านการอบรมคิดเป็นร้อยละ 78 ของจำนวนพนักงานทั้งหมด

ในปี 2560 ได้มีการจัดสัมมนาวิชาการในหัวข้อ “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” ให้แก่ผู้บริหารและพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน เช่น หน่วยงานกำกับกฎหมายและกฎระเบียบองค์กร กิจการเพื่อสังคม จัดหาเชิงกลยุทธ์ กรรมสิทธิ์ที่ดิน ความมั่นคงปลอดภัย บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า สื่อสารองค์กร เป็นต้น โดยมีเนื้อหาการเสวนาที่ครอบคลุมภาพรวมการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในระดับสากล ทิศทางการดำเนินงานของภาครัฐ และการส่งต่อประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนกับภาคธุรกิจสู่ภาครัฐวิสาหกิจ

สำหรับการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ปตท. ระบุให้บริษัทรักษาความปลอดภัยต้องดำเนินการฝึกอบรมความรู้ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้แก่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตามข้อกำหนดงานจ้าง โดยเน้นเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้อื่น แม้ผู้กระทำผิด เจ้าหน้าที่ รปภ. ไม่มีสิทธิ์จับกุมผู้ใด ยกเว้นผู้กระทำผิดซึ่งหน้าในสถานที่ของ ปตท. และผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิ์ที่จะได้รับการสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดตามกฎหมาย

 
 
พันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน
 
ปตท. ส่งเสริมและผลักดันให้พันธมิตรทางธุรกิจของ ปตท. ดำเนินงานโดยให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติตามแนวทางด้านสิทธิมนุษยชนของ ปตท. โดยเริ่มจากการคัดเลือกผู้ค้าตามหลักเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล  (Environment, Social and Governance: ESG) นอกเหนือไปจากเกณฑ์พื้นฐานด้านคุณภาพและการเงิน นอกจากนี้ยังมีการกำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า (Sustainable Supplier Code of Conduct) ซึ่งครอบคลุมประเด็น เช่น สิ่งแวดล้อม สิทธิแรงงาน จริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น ให้มีผลบังคับใช้กับผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ในวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และ/หรือ งานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ค้าที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้ากับ ปตท. ทั้งยังมีการติดตามผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้าที่สำคัญและมีความเสี่ยงสูง ให้ปรับปรุงการดำเนินงานและหลีกเลี่ยงการสร้างผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
 
 
 
การตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน
การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม ปตท.
ในปี 2559 ปตท. ได้จัดตั้งระบบบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่ม ปตท. (PTT Group Human Rights Management System) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท.  และช่วยสนับสนุนการทำงานของกลุ่ม ปตท. ในการประยุกต์ใช้ขั้นตอนการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนที่จำเป็น ครอบคลุมกิจกรรมทั้งหมดของกลุ่ม ปตท. ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ตลอดวงจรชีวิตของการดำเนินงาน เช่น การควบรวม การซื้อกิจการ การก่อสร้าง จนถึงการยกเลิกกิจการ โดย ปตท. ได้ประกาศใช้ระบบดังกล่าว และสื่อความไปยังบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม
 
 

 

 
 

  ภาพที่ 1 ภาพรวมของการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่ม ปตท.

เอกสารอ้างอิง: ระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่ม ปตท.  [PTT Group Human Rights Management System]

 

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน
ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับกลุ่ม ปตท. ได้ถูกผนวกให้เป็นส่วนหนึ่งในการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management) โดยได้จัดให้อยู่ในการบริหารความเสี่ยงระดับสายงาน (Functional level) ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับสายงานสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแผนการบริหารความเสี่ยง และรายงานต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ก่อให้เกิดข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีผลกระทบและความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ปตท. จะพิจารณาให้มีการจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนในระดับที่สูงขึ้น ได้แก่ ระดับหน่วยธุรกิจและสายงานสนับสนุน (Business unit & support functional level) และระดับองค์กร (Corporate level) ตามลำดับ
 
ปตท.จัดทำการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับกลุ่ม ปตท. ตั้งแต่ปี 2558 โดยมีการทบทวนพื้นที่ปฏิบัติการและประเมินความเสี่ยงครั้งล่าสุดในปี 2561 การประเมินความเสี่ยงนี้ครอบคลุมกิจกรรมต่าง ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรม และพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมดรวม 117 พื้นที่ ใน 29 ประเทศที่ ปตท. ดำเนินธุรกิจ กระบวนการครอบคลุมถึงการระบุประเด็นสำคัญ ผลกระทบต่อกลุ่มเสี่ยง และความเป็นไปได้ที่จะเกิดผลกระทบในระดับประเทศการดำเนินธุรกิจ และพื้นที่ปฏิบัติการ ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงรวมถึง ผู้หญิง กลุ่มชนพื้นเมือง แรงงานต่างชาติ เพศที่สาม กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และเด็ก โดยมีวัตถุประสงค์ของการประเมินความเสี่ยงคือเพื่อให้มีการรวบรวมรายงานความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนขององค์กรควบคู่ไปกับรายงานความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของแต่ละโครงการ
 
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน มีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
HR.JPG
 
 
 
การประเมินคะแนนความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดำเนินการโดยพิจารณาจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ ผลกระทบและความเป็นไปได้
 

 

 

 
ระดับการวัดความเสี่ยง: ผลกระทบ
การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของ ปตท.
ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนมีปัจจัยหลายอย่างรวมถึง ขนาด ขอบข่าย และข้อจำกัดของความสามารถในการแก้ไขผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นให้กลับไปมีสภาพดังเดิม
 
​ระดับของผลกระทบ ​ ​ ​ลักษณะของผลกระทบ​
1 ​Critical • ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนส่งผลกระทบในวงกว้างหรือส่งผลต่อกลุ่มประชากร ที่เกินกว่าขอบเขตของพื้นที่ปฏิบัติการ
• บริษัทไม่สามารถควบคุมหรือบรรเทาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อฟื้นฟูให้ผู้ที่ถูกละเมิด สิทธิมนุษยชนได้สิทธินั้นกลับคืนมาได้
• ผลกระทบ / เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกที่เป็นอิสระ และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาร่วมกับบริษัทอิสระ และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาร่วมกับบริษัท
​2 ​Major ​• บริษัทมีความจงใจในการให้ความช่วยเหลือ หรือ ให้การสนับสนุนการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน(Legal Complicity)
• ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่เป็นผลจากการดำเนินงานของบริษัทหรือห่วงโซ่มูลค่าของบริษัท ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ปฏิบัติการส่วนเสียในพื้นที่ปฏิบัติการ
• บริษัทมีความขัดแย้งด้านสิทธิมนุษยชนกับกลุ่มเสี่ยง (Vulnerable Group)
​3 ​Moderate ​• บริษัทได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชนโดยหน่วยงานอื่น (Non-legal Complicity)
• บริษัทไม่สามารถตอบสนองต่อข้อกังวลที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในหรือภายนอกได้  concerns raised by internal or external individuals or groups
​4 ​Minor ​• ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภายในหรือภายนอก ได้รับการป้องกันแก้ไข โดยกลไกการจัดการข้อร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพของบริษัท
 
 
 
ระดับการวัดความเสี่ยง: ความเป็นไปได้ 
ผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนมีปัจจัยหลายอย่างรวมถึง ขนาด ขอบข่าย และข้อจำกัดของความสามารถในการแก้ไขผลกระทบด้านลบที่เกิดขึ้นให้กลับไปมีสภาพดังเดิม
​ระดับความเป็นไปได้ ​ ลักษณะของความเป็นไปได้​
​1 ​มีความเป็นไปได้สูง (>25%) ​• เหตุการณ์เกิดขึ้นภายในพื้นที่ปฏิบัติการหลายครั้งต่อปี (>25%)
​2 ​มีความเป็นไปได้ (10-25%) ​• เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติเป็นครั้งคราว (10-25%)
​3 ​มีความเป็นไปได้ต่ำ (1-10%) ​• เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ปฏิบัติการน้อยมาก แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น (1-10%)
4​​ ​มีความเป็นไปได้ต่ำมาก (<1%) ​• เหตุการณ์เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมที่เป็นประเภทเดียวกับพื้นที่ปฏิบัติการ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้น้อยที่จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ปฏิบัติการ (<1%)
 
ปตท. ระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่อาจได้รับผลกระทบจากการประเมินสาระสำคัญองค์กร โดยประเมินความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การประชุม การรับข้อร้องเรียน และการประเมินผ่านแบบประเมิน แล้วนำมาจัดลำดับความสำคัญต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้สามารถบริหารจัดการประเด็นต่างๆ ได้อย่างสมดุล โดยผลการประเมินสาระสำคัญ 5 ลำดับแรกขององค์กร พบว่ามี 4 ประเด็นที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน  ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงปลอดภัยและการจัดการภาวะวิกฤต องค์กรที่ดีของสังคม และการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน 
 
ประเด็น ​
 ประเทศ
​ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ลูกค้า สังคมชุมชน ​ พนักงาน​
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Scope 1-3
​กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม / กระทรวงพลังงาน  ​- -
​-
​- ​หน่วยงานกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม ของ ปตท. และ กลุ่มปตท.
ความมั่นคงปลอดภัยและการจัดการสภาวะวิกฤต ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​
การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
​กระทรวงพลังงาน ​- -
 
-
 
- ​-
การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องชีวิต/ทรัพย์สิน/ผลประโยชน์ของสังคมชุมชนโดยรอบสถานประกอบการ
​- - -
 -
​ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท. ​-
​การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ​- ​ผู้ถือหุ้น - ​- ​- ​-
​การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคู่ค้า โดยสามารถดำเนินธุรกิจร่วมกันและรับมอบผลิตภัณฑ์และบริการได้ตามที่ตกลง ​- ​- ​​คู่ค้า - ​- ​-
​การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของลูกค้า โดยสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการได้ตามที่ตกลง ​- ​- ​- ​​ลูกค้า ​- ​-
​การดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องชีวิต/ทรัพย์สิน/ผลประโยชน์ของพนักงาน รวมถึงชื่อเสียง/ภาพลักษณ์/กิจกรรมที่สร้างมูลค่าขององค์กร  ​- ​- ​- ​- ​- ​พนักงาน ปตท. และ บริษัทในกลุ่ม
​- Manage business risks along the supply chain in order to minimize business interruption
- To prevent Thailand's energy shortage   
​- Household Sector
- Transportation Sector
- Industrial Sector
- Power Sector (EGAT)
​การป้องกันการเกิดเหตุละเมิดภายใน
กลุ่ม ปตท. ซึ่งมีผลกระทบต่อชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
​ผู้รับเหมาที่ทำงานสถานที่เดียวกันกับพนักงาน ​ลูกค้าที่เข้ามาใช้สถานที่ของ ปตท. ​ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท. ​พนักงาน ปตท. และ บริษัทในกลุ่ม
​การระงับเหตุเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อให้ธุรกิจของ กลุ่ม ปตท. ดำเนินไปได้อย่างไม่หยุดฉะงัก
​Appropriate response to major oil spill - ​ผู้ถือหุ้น ​- ​- ​ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท. ​-
​องค์กรที่ดีของสังคม ​ ​ ​ ​ ​ ​การส่งเสริมด้านการศึกษา  ​- ​- ​- ​- ​ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท. ​-
​การดูแลสุขภาพ ​- ​- ​- ​- ​ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท. ​-
​การดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ​- ​- ​- ​- ​ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท. ​-
​การส่งเสริมเศรษฐกิจ/อาชีพ ​- ​- ​- ​-

 

​- ชุมชนรอบสถานประกอบการ
-ชุมชนในพื้นที่สนับสนุนโครงการ อาทิ โครงการก่อสร้างท่อส่งก๊าซฯ

 

-ชุมชนเครือข่าย
-สังคมในภาพรวมระดับประเทศ
​การส่งเสริมด้านการศึกษา ​- โรงเรียนรอบสถานประกอบการ ปตท.
- โรงเรียนเครือข่าย
- มหาวิทยาลัยเครือข่าย
- เยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการ
​การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ​- ชุมชนรอบสถานประกอบการ ปตท.
-ชุมชนเครือข่ายทั่วประเทศ
- สังคมในภาพรวมระดับประเทศ
- นักวิชาการ สถาบันการศึกษา NGO  
​สิทธิมนุษยชน  ​ ​ ​มีการแก้ไขกฎหมายแรงงาน ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของสภาพการจ้างในรัฐวิสาหกิจ ​- ​- ​- ​- ​- ​พนักงาน ปตท.
​พนักงานไม่ทราบช่องทางการร้องเรียนกรณีที่ตนมีเรื่องคับข้องใจว่าตนไม่ได้รับการปฏิบัติจากผู้บังคับบัญชาอย่างถูกต้อง ​- ​- ​- ​- ​- ​พนักงาน ปตท.
​การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน ​- ​- ​- ​- ​- ​ผู้บริหารและพนักงาน ปตท./ กลุ่ม ปตท.
 
 
 
 
 
การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยา
การบริหารจัดการข้อร้องเรียน
ปตท. พัฒนาจัดทำระบบรับเรื่องร้องเรียนทั้งภายในและภายนอกหลากหลายช่องทางให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้  เพื่อรองรับประเด็นข้อร้องเรียนทุกประเภท รวมถึงข้อร้องเรียนด้านสิทธิมนุษยชน
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย​ ช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน​
พนักงาน​ ​• สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)
• ฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลของแต่ละหน่วยธุรกิจโดยตรง
• ส่วนแรงงานสัมพันธ์โดยผ่านระบบข้อร้องเรียนแรงงานสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์
• คณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ผ่านตัวแทนฝ่ายลูกจ้าง
• คณะกรรมการร่วมปรึกษาหารือ (Joint Consultation Committee: JCC)
• สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น pttvoice@pttplc.com ระบบข้อร้องเรียนด้านแรงงานสัมพันธ์ จริยธรรมและจรรยาบรรณ
​คู่ค้า ลูกค้า และบุคคลภายนอก ​• ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (โทร 1365)
• ส่งจดหมายร้องเรียนได้โดยตรงไปยังประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. คณะกรรมการตรวจสอบ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สำนักตรวจสอบภายใน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคลองค์กร หรือผู้จัดการฝ่ายสำนักกรรมการผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท และฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์
• ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้หลากหลายช่องทาง เช่น www.pttplc.com, www.pttbluecard.com, Facebook PTT News, We love PTT, PTT Blue Society และ PTT Blue Card Application  เป็นต้น
• การประชุมร่วมกับคู่ค้า
ชุมชนรอบสถานประกอบการของ ปตท.​ ​• จัดพนักงานชุมชนสัมพันธ์ลงพื้นที่ร่วมกับชุมชนตามแผนที่กำหนดของแต่ละพื้นที่ เพื่อรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงความต้องการ และความคาดหวัง รวมถึงผลกระทบจากการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้น เพื่อนำมาดำเนินการแก้ไข รวมถึงออกแบบช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียน และช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ต่อไป
 
 
ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องผู้ร้องเรียน โดยกำหนดกระบวนการในการปกป้องผู้ร้องเรียนรวมถึงมีมาตรการในการคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องเรียน หรือผู้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลเบาะแสที่เกี่ยวข้อง และได้กำหนดระยะเวลาในการจัดการข้อรองเรียนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  โดยข้อร้องเรียนของพนักงาน มีกำหนดระยะเวลาในแต่ละขั้นตอนอยู่ที่ไม่เกิน 30 วัน ในขณะที่ข้อร้องเรียนจากภายนอกจะมีการตรวจสอบ แก้ไขปัญหา และแจ้งผลของการดำเนินงานกลับสู่ผู้ร้องเรียนภายใน 7 วันทำการ สำหรับปี 25610 ไม่พบข้อร้องเรียนที่เกิดจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทุกประเด็น หรือการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน
 
 
 
การเยียวยา
ปตท.ให้ความสำคัญกับกระบวนการในการปกป้องและเยียวยาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงาน สิทธิชุมชน โดยจัดให้มีช่องทางในการรับเรื่องร้องเรียนเฉพาะในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินและภาวะวิกฤติในแต่ละพื้นที่ และกำหนดรูปแบบให้มีการเยียวยาอย่างทันที (Access to remedy) ทั้งทางรูปแบบตัวเงิน อาทิ การจ่ายเงินชดเชย การสนับสนุนเงินช่วยเหลือ และไม่ใช่ตัวเงิน เช่น การจัดตั้งจุดรับเรื่องร้องเรียนฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนและให้การเยียวยาในเบื้องต้น การให้คำแนะนำ หรือสนับสนุนโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำ รวมทั้งการจัดตั้งจุดรับเรื่องร้องเรียนฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนและให้การเยียวยาในเบื้องต้น โดยจัดเตรียมช่องทางการสื่อสารเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ
 
ทั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบสามารถแจ้งข้อร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของแต่ละโครงการหรือแจ้งที่ช่องทาง Call Center ของ ปตท. ซึ่ง ปตท. จะดำเนินการวิเคราะห์หาสาเหตุ ดำเนินการแก้ไขและป้องกันตามขั้นตอนต่อไป ในกรณีที่กระบวนการปกป้องและเยียวยาไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในเบื้องต้น ปตท. จะกำหนดกลไกในการปกป้องและเยียวยาโดยการรับเรื่องร้องเรียนแบบใช้คณะทำงานไตรภาคี ที่ประกอบด้วยตัวแทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ผู้แทนจากหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันบริหารจัดการด้วยวิธีที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ เพื่อความพึงพอใจของทุกฝ่ายต่อไป
 
 
 
 
 
 
​​​