ความยั่งยืน

กลยุทธ์บริหารจัดการความยั่งยืน

ความยั่งยืน

กลยุทธ์บริหารจัดการความยั่งยืน

การทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนจำเป็นต้องพัฒนาการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และปรับตัวให้ทันต่อความท้าทายต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินงาน พร้อมส่งเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อประโยชน์ขององค์กรและสังคมทุกภาคส่วนตั้งแต่ระดับชุมชน สังคม และประเทศ

ปตท. ดำเนินธุรกิจภายใต้ยุทธศาสตร์ Pride and Treasure of Thailand หรือ “PTT” เพื่อสร้างความภาคภูมิใจผ่านการมีส่วนร่วม และการเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความยั่งยืน 3 ด้าน (3P) อย่างสมดุล ประกอบด้วย การทำธุรกิจควบคู่กับการดูแลชุมชนและสังคม (People) การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Planet)

และการเป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคมให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืน (Prosperity) อีกทั้งยังมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสร้างสมดุลในการตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและการกำกับกิจการที่ดีผ่านนโยบาย “CHANGE for Future of Thailand 4.0”

ในการวางทิศทางกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. นอกจากพิจารณาความท้าทายและแนวโน้มต่างๆในระดับสากล รวมถึงยุทธศาสตร์ชาติแล้ว คณะกรรมการ ปตท. ได้อนุมัติให้นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดทิศทางธุรกิจของ ปตท. โดยในปี 2561 มีการพิจารณาเป้าหมายที่สำคัญ 7 เป้าหมายหลัก ได้แก่ เป้าหมายที่ 7, 8, 12, 13, 14, 15 และ 16 โดยมีเป้าประสงค์ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (เป้าประสงค์ที่ 7.2 และ 7.3)

เป้าหมายที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ (เป้าประสงค์ที่ 8.1, 8.5 และ 8.8)

เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (เป้าประสงค์ที่ 12.2, 12.4, 12.5, 12.6 และ 12.7)

เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (เป้าประสงค์ที่ 13.1, 13.2 และ 13.3)

เป้าหมายที่ 14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล (เป้าประสงค์ที่ 14.1, 14.2 และ 14.3)

เป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก (เป้าประสงค์ที่ 15.1, 15.2 และ 15.5)

เป้าหมายที่ 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรมไม่แบ่งแยก (เป้าประสงค์ที่ 16.5, 16.7 และ 16.10)




การประเมินสาระสำคัญ

ปตท. กำหนดกระบวนการประเมินสาระสำคัญตาม Sustainability Reporting Guidelines ของ Global Reporting Initiative (GRI) Standards และกรอบการรายงานแบบบูรณาการ ของ International Integrated Reporting Council (IIRC) เพื่อสะท้อนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงประเด็นต่างๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการสร้างคุณค่าขององค์กร ประเด็นความสนใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ปตท. ประเมินสาระสำคัญเป็นประจำทุกปี เพื่อทบทวนการเปลี่ยนแปลงของประเด็นที่มีความสำคัญต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย


กระบวนการประเมินสาระสำคัญ

ประกอบด้วย การระบุประเด็นสำคัญขององค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การประเมินระดับความสำคัญ การทวนสอบ และรับรองผลการประเมิน ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

  • การระบุประเด็นสำคัญขององค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย :

    ปตท. พิจารณาคัดเลือกประเด็นด้านความยั่งยืนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยประเด็นที่คัดเลือกมานั้นมีความสอดคล้องกับบริบท ความเสี่ยง กลยุทธ์ และการบริหารจัดการความยั่งยืนขององค์กร อีกทั้งยังคำนึงถึงความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วยการกำหนดขอบเขตรายงาน โดย ปตท. กำหนดขอบเขตของประเด็นด้านความยั่งยืนแต่ละเรื่องตามผลกระทบจากการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่เกิดขึ้น ครอบคลุมทั้งภายในองค์กร เช่น ปตท. กลุ่ม ปตท. บริษัทร่วมทุน และภายนอกองค์กร เช่น ผู้ค้า ผู้รับเหมา ลูกค้า เป็นต้น

  • การประเมินระดับความสำคัญ :

    การจัดลำดับความสำคัญของประเด็นด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับองค์กรทั้งหมดจะคำนึงโอกาสและผลกระทบต่อองค์กร ระดับความสนใจและผลกระทบที่มีต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมไปถึงการพิจารณาความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

  • การทวนสอบและรับรองผลการประเมิน :

    คณะกรรมการบริหารความร่วมมือการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. (PTT Group Sustainability Alignment Committee: SAC) มีหน้าที่ในการติดตามและตรวจสอบการจัดทำรายงาน โดยทบทวนผลการประเมินสาระสำคัญและเนื้อหา ให้ความเห็นชอบการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้มีความสมบูรณ์ สมดุล และครอบคลุมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ตลอดจนให้ข้อแนะนำหรือชี้ให้เห็นประเด็นที่ควรนำเสนอเป็นพิเศษ เช่น ประเด็นที่ได้รับความสนใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสถานการณ์ในขณะนั้น แนวโน้มการรายงานในระดับสากล เป็นต้น นอกจากนี้ได้จัดให้มีหน่วยงานภายนอกทำการทวนสอบกระบวนการประเมินสาระสำคัญ การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กระบวนการรวบรวมและประมวลผลข้อมูล และผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด เพื่อความครบถ้วน ถูกต้อง เชื่อถือได้ และความโปร่งใส โดย ปตท. ได้พิจารณานำข้อสังเกตและข้อแนะนำจากหน่วยงานภายนอกมาพัฒนาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและการเปิดเผยข้อมูล ในรายงานอย่างต่อเนื่อง






ผลการประเมินสาระสำคัญประจำปี 2561




ทั้งนี้ ปตท. ได้มีการบริหารจัดการประเด็นที่มีความสำคัญผ่านกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2561 พบว่า ประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การกำกับดูแลความยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการวิจัย พัฒนาและการส่งเสริมนวัตกรรม โดยสามารถคลิก เพื่ออ่านการบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมได้