สานพลังเพื่อสังคม

ส่งเสริมเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

สานพลังเพื่อสังคม

ส่งเสริมเครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

หมุดหลักสำคัญในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ของ ปตท. เกิดขึ้นในปี 2537 เมื่อ ปตท. รับอาสาปลูกป่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ จำนวน 1 ล้านไร่ จาก 5 ล้านไร่ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิม พระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ของรัฐบาล เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกทำลาย โดยมีพื้นที่ เป้าหมายกระจายอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศ ตั้งแต่พื้นที่ป่าดิบเขาบนภูเขาสูงในภาคเหนือ ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ บนที่ราบสูงกว้างใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ป่าดิบลุ่มต่ำในภาคกลาง และภาคตะวันออก จนถึงป่าพรุและป่าชายเลนสองฝั่งทะเลในภาคใต้

การดำเนินงานปลูกป่า 1 ล้านไร่ดำเนินการในช่วงปี พ.ศ.2537-2545 แล้วเสร็จ 1,043,230 ไร่ และจะไม่สามารถสำเร็จลงได้หากขาดการสนับสนุน และมีส่วนร่วมดูแลรักษาป่าต่อเนื่องจาก หน่วยงานภาครัฐ ชาวบ้านในพื้นที่รอบแปลงปลูกป่า เพื่อเป็นหลักประกันว่าป่าที่ปลูกนั้นจะอยู่รอด การดูแลรักษาป่าระยะยาวอย่างมีส่วนร่วมจากส่วนร่วมของชุมชนจึงเป็นหัวใจสำคัญ



โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ล้านไร่ ไม่เพียงฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่เคยถูกทำลาย และเพิ่มพื้นที่สีเขียวกลับคืนให้กับประเทศ แต่ยังส่งผลต่อความตื่นตัว ตระหนักในความสำคัญของ ทรัพยากรธรรมชาติ และสานต่อเจตนารมณ์ในการดูและรักษาสิ่งแวดล้อม เกิดเครือข่ายอนุรักษ์และรักษาป่าให้ยั่งยืน สิ่งแวดล้อม โดยป่าปลูกทั่วประเทศได้รับการดูแลรักษาป่าระยะยาว จากเครือข่ายราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่ารอบแปลงปลูกป่า รวมถึงเครือข่ายความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่าที่ขยายผลต่อมา ได้แก่ โครงการลูกโลกสีเขียว จึง เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2542 เพื่อค้นหาเพื่อยกย่องเชิดชูบุคคล ชุมชน เยาวชน ที่มีผลงานในด้านการอนุรักษ์ดูแลรักษาป่า และโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ซึ่งขยายผลสู่ชุมชนหยั่งรากสร้างองค์ความรู้ เชื่อมโยงเครือข่าย และประชาชนทั่วไป ให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน

ในวันนี้ ป่าปลูกจากจุดเริ่มต้น ได้เติบโตและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ โดยการวิจัยของศูนย์วิจัยป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่าป่าที่ ปตท. ได้ดำเนินการปลูกและดูแลรักษาตั้งแต่ ปี 2537-2559 สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ย 2.18 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี สามารถคิดเป็นมูลค่าผลประโยชน์จากป่ากว่า 280 ล้านบาท/ปี และยังคงมีความ อุดมสมบูรณ์มากกว่า 82% ด้วยความร่วมใจดูแลรักษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และราษฎรอาสามัครพิทักษ์ป่า อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้างการพึ่งพาตัวเอง ส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิต และเศรษฐกิจที่ดีแก่ชุมชนโดยรอบพื้นที่แปลงปลูกป่า



สถาบันลูกโลกสีเขียว

สถาบันลูกโลกสีเขียว เริ่มต้นขึ้น ในปี 2542 หลังจากที่ ปตท. ได้เข้าร่วมโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ 1 ล้านไร่ทั่วประเทศ และเรียนรู้ว่าการปลูกป่าได้มากกว่าต้นไม้นั้น จะต้องต้องปลูกป่าในใจคนด้วย  สถาบันลูกโลกสีเขียว จึงเป็นหนึ่งในเจตนารมณ์ของ ปตท. ที่ต้องการประกาศเกียรติคุณ ยกย่องและให้กำลังใจแก่ผู้คน ชุมชน เยาวชนไทย ที่มีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ และทำงานเพื่อสิ่งแวดล้อม และเป็นต้นแบบให้กับสังคม

นอกจากนี้ ในบทบาทของสถาบัน มีการดำเนินงานเวทีเครือข่ายลูกโลกสีเขียว เพื่อใช้เป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย เพื่อถ่ายทอดความรู้ และงานวิจัยไปยังประชาชนที่สนใจต่อยอดใช้ประโยชน์นำมาสู่เป้าหมายการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของสถาบันลูกโลกสีเขียว ได้ที่ https://www.greenglobeinstitute.com


โครงการรักษ์น้ำ รักษ์ป่า รักษ์คุ้งบางกะเจ้า

คุ้งบางกะเจ้า จ.สมุทรปราการ เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ มีพื้นที่ประมาณ 12,000 ไร่ ทำหน้าที่เป็นปอดผลิตอากาศบริสุทธิ์ให้กับพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งนับวันต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างมากทั้งจากการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในพื้นที่

กลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินงานด้านกิจการเพื่อสังคมในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน โดยจัดตั้ง โครงการรักษ์น้ำ รักษ์ป่า รักษ์คุ้งบางกะเจ้า เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ขณะเดียวกัน กลุ่ม ปตท. เป็นหลักขับเคลื่อนการทำงานในรูปแบบสานพลังความร่วมมือ (Social Collaboration) เพื่อระดมความร่วมมือจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชน รวม 34 องค์กร ภายใต้ชื่อโครงการ OUR Khung Bang Kachao กำหนดเป้าหมายร่วม และแบ่งการทำงานตามความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ขององค์กรต่างๆ บูรณาการในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้พื้นที่คุ้งบางกะเจ้าเติบโต อย่างสมดุล เป็นพื้นที่สีเขียวในเมืองที่อุดมสมบูรณ์ ชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดี และมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในของการสานพลังความร่วมมือ ได้ที่ http://www.ourkhungbangkachao.com/