ความยั่งยืน

การบริหารโครงการ

ความยั่งยืน

การบริหารโครงการ

ปตท. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการผลกระทบด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพในทุกโครงการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าในการดำเนินงานตลอดอายุโครงการ ทั้งในระยะก่อน/ระหว่าง/หลังดำเนินการ จะมีการควบคุมดูแลไม่ให้เกิดความเดือดร้อน หรือส่งผลกระทบด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ทำให้สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน โดยมีการประเมินผลกระทบและกำหนดเป็นมาตรการป้องกัน แก้ไข และมาตรการติดตามตรวจสอบ เพื่อควบคุมให้ผู้รับเหมาและพนักงานมีการปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินงานตลอดจนมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด


การวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ

ปตท. ศึกษาผลกระทบด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ในทุกโครงการซึ่งเข้าข่ายประเภทหรือกิจการที่ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ตามที่กฎหมายกำหนด โดยปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติ และแนวทางการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นโครงการส่วนขยายหรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ จะจัดให้มีการทบทวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกัน เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามเงื่อนไขแนบท้ายรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมฉบับที่ได้รับความเห็นชอบเดิม ทั้งนี้ ในการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบฯ จะดำเนินการร่วมกับสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยทำการสำรวจข้อมูลทั้งด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ พร้อมทั้งดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างๆ เพื่อนำข้อมูลมาประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และกำหนดเป็นมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบฯ ก่อนจัดทำเป็นรายงานเสนอต่อ สผ. ทั้งนี้จะมีการติดตามตรวจสอบผลการปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวโดยหน่วยงานภายนอก และจัดทำเป็นรายงานเสนอต่อ สผ. รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุก 6 เดือน ตลอดอายุการดำเนินโครงการ


การปรึกษาหารือสาธารณะ

ปตท. จัดให้มีการปรึกษาหารือสาธารณะในโครงการต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ ทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบข้อมูลเกี่ยวข้องกับโครงการ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ รวมถึงมาตรการป้องกัน แก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การวางแผนพัฒนา การจัดทำมาตรการป้องกันแก้ไข และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบทางด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ  

โครงการขนาดใหญ่ทั้งหมดของ ปตท. จะต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นแนวทาง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นได้ ทั้งนี้ ปตท. จะนำความคิดเห็นและความกังวลที่ได้รับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาพิจารณาและจัดทำเป็นมาตรการป้องกันแก้ไข เพื่อลดความกังวลต่อผลกระทบและความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจกรรมของโครงการ นอกจากนั้น ยังมีการวัดผลความรู้ความเข้าใจและทัศนคติของชุมชนที่มีต่อโครงการด้วยแบบสอบถาม เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาวางแผนเกี่ยวกับโครงการต่อไป


ปตท. กำหนดขั้นตอนการมีส่วนร่วมในกระบวนการปรึกษาหารือสาธารณะ ดังนี้

  • เผยแพร่และนำเสนอข้อมูลโครงการเบื้องต้น
  • รับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ประชาชนในพื้นที่โครงการ หน่วยงานราชการท้องถิ่น หน่วยงานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง
  • นำเสนอสรุปผลแนวทางเลือกที่มีความเหมาะสมที่สุดที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดพื้นที่โครงการ ขั้นตอนการก่อสร้างเบื้องต้นและมาตรการลดผลกระทบเบื้องต้น
  • เข้าชี้แจงขั้นตอนการก่อสร้างของแต่ละพื้นที่โครงการ มาตรการลดผลกระทบ รับฟังความคิดเห็น/ข้อกังวลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเบื้องต้นและลดความขัดแย้งจากการดำเนินงานที่อาจ ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่
  • ฟื้นฟูสภาพและติดตามข้อร้องเรียนที่เกิดจากการก่อสร้าง

การโยกย้ายถิ่นฐานของชุมชน

ปตท. หลีกเลี่ยงการดำเนินโครงการที่ทำให้เกิดการโยกย้ายถิ่นฐานของชุมชนอย่างถาวร ด้วยการออกแบบตำแหน่งและเส้นทางการก่อสร้างที่หลีกเลี่ยงหรือกระทบการใช้ที่ดินและทรัพย์สินน้อยที่สุด และได้รับการยอมรับจากชุมชนมากที่สุด ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและการปรึกษาหารือสาธารณะ กรณีที่มีเหตุจำเป็นหรือไม่มีทางเลือกอื่นที่เหมาะสม ปตท. จะให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เกิดการยอมรับและมีการจ่ายค่าทดแทนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพื้นที่การเลี้ยงชีพ ตลอดจนการดูแลซ่อมแซมหากเกิดความเสียหายจากการก่อสร้างให้กลับคืนสู่สภาพใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด


การติดตามผลการดำเนินงาน

ปตท. กำหนดกระบวนการติดตามเพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการมีการดำเนินการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันแก้ไข และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบทางสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ครบถ้วนตามที่ได้กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการสื่อสารผลการดำเนินงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านกิจกรรมการมีส่วนร่วมต่าง ๆ เช่น การจัดประชุมกลุ่มย่อย การพบปะรายบุคคล การจัดเวทีประชาคมหมู่บ้าน การเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ เช่น ศูนย์บริการประชาชน และ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกด้วย


ชุมชนสัมพันธ์

การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นกระบวนการหนึ่งที่ทำให้ ปตท. รับทราบและเข้าใจถึงข้อคิดเห็น ความต้องการและข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ที่เป็นผลมาจากการพัฒนาโครงการ เพื่อแสดงถึงการให้ความเคารพในสิทธิชุมชน และสร้างสัมพันธ์กับชุมชนในพื้นที่ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนในทุกกิจกรรมจะมีการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานของชุมชน ตลอดจนข้อเสนอแนะ ข้อกังวลต่างๆ และนำมาพิจารณาในการจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพที่เหมาะสม และแจ้งให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบ


มาตรฐานการมีส่วนร่วมกับชุมชนและการพัฒนาชุมชน

ปตท. จัดทำคู่มือชุมชนสัมพันธ์ ที่แสดงแนวทางการดำเนินงานชุมชนสัมพันธ์และการพัฒนาชุมชน (Community Development and Community Relations Guidebook: CD-CR) เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนและดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชน เพื่อให้การจัดการด้านชุมชนสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียในการพัฒนาโครงการเป็นไปในทิศทางและมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกหน่วยงานในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีฝ่ายกิจการเพื่อสังคมเป็นผู้ดำเนินงานและจัดเก็บข้อมูลต่างๆ จากการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและการสื่อสารระหว่างหน่วยงานต่างๆ

ปตท. วิเคราะห์ความสำคัญของชุมชนโดยใช้แผนที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในการระบุกลุ่มเป้าหมายผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากนั้นจึงจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามระดับความต้องการและผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เพื่อจัดทำเป็นข้อมูลพื้นฐานชุมชน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถลำดับการดำเนินงานและตอบสนองต่อความต้องการของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเหมาะสม


การวัดผล

ปตท. กำหนดให้คะแนนความผูกพันของชุมชน เป็นตัวชี้วัดผลการมีส่วนร่วมสำหรับโครงการขนาดใหญ่ทุกโครงการ ซึ่งตัวชี้วัดนี้จะสะท้อนถึงประสิทธิภาพของกระบวนการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่องค์กรจัดทำขึ้น โดยจะมีตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่แตกต่างกันตามปัจจัยสำคัญของแต่ละโครงการ ตัวชี้วัดอีกตัวหนึ่งที่สำคัญ คือ การสำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรอบพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งผลการสำรวจ/ข้อเสนอแนะ/ความคาดหวังที่ได้รับจะนำมาพิจารณาในการทำแผนกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับด้านชุมชนสัมพันธ์ ปตท. ได้กำหนดดัชนีความพึงพอใจของชุมชน เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน ประกอบด้วย การประเมินการพัฒนาความเป็นอยู่และเศรษฐกิจชุมชน การดำเนินงานด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมชุมชน การดำเนินกิจกรรมชุมชนสัมพันธ์ และการสื่อความด้านกิจกรรมขององค์กร


การรับเรื่องร้องเรียนของชุมชน

ปตท. กำหนดแนวทางและช่องทางการสื่อสารเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและชุมชน รวมถึงการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนเป็นระบบและมีประสิทธิภาพในทุกขั้นตอนของโครงการ ทั้งก่อนการเริ่มโครงการ ระหว่างโครงการ และหลังเสร็จสิ้นโครงการ สำหรับโครงการขนาดใหญ่มีการรับข้อร้องเรียนในรูปแบบคณะกรรมการไตรภาคี ประกอบด้วย ปตท. ตัวแทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนหน่วยงานราชการ




ผลการดำเนินงาน

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

แผนงานเป้าหมายปี 2561ผลการดำเนินงานปี 2561เป้าหมายปี 2562
ควบคุม ติดตามตรวจสอบ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการฯ ระยะก่อสร้าง ครบถ้วนร้อยละ 100 100% 100%
การให้ข้อมูลและความเชื่อมั่นต่อโครงการ อัตราการรับทราบข้อมูลและยอมรับโครงการไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนตัวอย่างที่สำรวจในช่วงศึกษา EIA / ER 82.54 60

หมายเหตุ : รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา รายงานด้านสิ่งแวดล้อม (ER) เสนอต่อกรมธุรกิจพลังงานพิจารณา


ปตท. กำหนดให้มีกระบวนการบริหารจัดการในทุกขั้นตอนของโครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพเป็นไปอย่างครบถ้วน สามารถสร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งผลให้การพัฒนาธุรกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน


โดยมีแนวทางการจัดการดังนี้

  • ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ควบคุมงบประมาณและระยะเวลาของโครงการอย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย
  • กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและสุขภาพโดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองข้อกังวลอันเนื่องมาจากการดำเนินงาน

การบริหารงานที่มีความสำคัญต่อการแล้วเสร็จของโครงการ

เป้าหมายของการดำเนินงานโครงการนั้นคือ ต้องแล้วเสร็จตามระยะเวลาและงบประมาณที่กำหนดอย่างมีคุณภาพ และเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ปตท. จึงให้ความสำคัญกับการบริหารงานที่มีความสำคัญต่อการแล้วเสร็จของโครงการ เพื่อลดระดับความเสี่ยงของการพัฒนาโครงการให้อยู่ภายใต้การควบคุมให้มากที่สุด


การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม และสุขภาพ

ป้าหมายในการดำเนินโครงการคือ ให้โครงการดำเนินงานตามแผนระยะเวลาที่กำหนดโดยที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการดำเนินโครงการ ในกรณีที่เกิดปัญหาจากความเสียหายในการก่อสร้างหรือได้รับข้อร้องเรียน จะมีการติดตามภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นการบรรเทาความรุนแรงของปัญหาให้สามารถควบคุมได้ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รวดเร็วที่สุดพร้อมทั้งติดตามปัญหาให้แก้ไขโดยเร็วที่สุด

โครงการที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา
การบริหารผลกระทบแก่ชุมชนโครงการในปี 2561
จำนวนโครงการทั้งหมด 3
จำนวนโครงการที่มีการหารือร่วมกับชุมชน 3
ร้อยละของโครงการที่มีการหารือร่วมกับชุมชนเทียบกับโครงการทั้งหมด 100
พื้นที่ประกอบการในปัจจุบัน
การบริหารผลกระทบแก่ชุมชนจำนวนพื้นที่ประกอบการในปี 2561
จำนวนพื้นที่ประกอบการ 37
ร้อยละของพื้นที่ประกอบการที่มีการหารือร่วมกับชุมชน 37
ร้อยละของพื้นที่ประกอบการที่มีการหารือร่วมกับชุมชนเทียบกับโครงการทั้งหมด 100

หมายเหตุ: จำนวนพื้นที่ประกอบการที่มีการหารือร่วมกับชุมชนอ้างอิงถึงจำนวนพื้นที่ที่มีการประเมินระดับความผูกพันของชุมชน (Community Engagement Survey) 



2558255925602561
ร้อยละของผลการรับทราบข้อมูล 69.6 81.3 81.3 84.14
ร้อยละของการยอมรับโครงการ 87.5 74.1 85.5 80.94

ในปี 2561 ปตท. ได้มีการดำเนินโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก นครราชสีมา ระยะที่ 2 ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนไตรมาสที่ 4 ซึ่งในขณะนี้โครงการฯ อยู่ระหว่างการทดสอบระบบความปลอดภัย โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากสถานีควบคุมความดันก๊าซธรรมชาติราชบุรี – วังน้อยที่ 6 โดยมีรายละเอียดการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้


โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก นครราชสีมา ระยะที่ 2

ปตท. ได้ดำเนินโครงการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก นครราชสีมา ระยะที่ 2 แล้วเสร็จตามแผนไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการทดสอบระบบความปลอดภัย และสามารถจ่ายก๊าซให้ลูกค้าได้ตามแผน ทั้งนี้คะแนนความผูกพันของชุมชนในพื้นที่โครงการฯ อยู่ในระดับดี มีคะแนนอยู่ที่ 4.00 จาก 5.00


โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากสถานีควบคุมความดันก๊าซธรรมชาติราชบุรี – วังน้อยที่ 6 (RA #6)

โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกจากสถานีควบคุมความดันก๊าซธรรมชาติราชบุรี – วังน้อยที่ 6 (RA #6) ได้จัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ ซึ่ง ปตท. ได้เสนอรายงานดังกล่าวต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการได้มีมติเห็นชอบต่อรายงานในวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 และมีการรับรองมติในที่ประชุมเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 โดยได้เริ่มงานก่อสร้างวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 และกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2563 ทั้งนี้คะแนนความผูกพันของชุมชนในพื้นที่ต่อโครงการ มีคะแนนอยู่ที่ 3.97 จากเป้าหมาย 3.50


โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5

โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก เส้นที่ 5 ปัจจุบันได้ดำเนินการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วเสร็จ ซึ่ง ปตท. ได้เสนอรายงานดังกล่าวต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยคณะกรรมการผู้ชำนาญการได้มีมติเห็นชอบต่อรายงานในวันที่ 27 มิถุนายน 2560 และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติเห็นชอบและรับรองมติแล้วเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2560 โดยได้เริ่มงานก่อสร้างวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 และกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2564 ทั้งนี้คะแนนความผูกพันของชุมชนในพื้นที่ต่อโครงการ มีคะแนนอยู่ที่ 3.89 จากเป้าหมาย 3.50

  • ทุกโครงการมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม เเละสุขภาพ
  • ทุกโครงการมีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย อย่างน้อย 2 ครั้ง ต่อพื้นที่โครงการ
  • ทุกโครงการมีการควบคุมติดตามตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานด้านสิ่งแวดล้อม (ER)

โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi @ Wangchan Valley)

โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi @ Wangchan Valley) เป็นการสร้างพื้นที่นวัตกรรมใหม่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ที่มีระบบนิเวศนวัตกรรมที่เหมาะสม ช่วยส่งเสริมให้เกิดการทำวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย รวมถึงชุมชนในพื้นที่ เพื่อช่วยยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมเดิม รวมถึงสร้างให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ อันจะนำไปสู่การเป็นประเทศแห่งนวัตกรรม ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกได้เห็นชอบในการกำหนดให้พื้นที่ประมาณ 3,302 ไร่ บริเวณวังจันทร์วัลเลย์ ตำบลวังจันทร์ จังหวัดระยอง ของ ปตท. เป็น “เขตส่งเสริม: เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก” และกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ ปตท. ในการวางแผนพัฒนาและบริหารพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ขึ้นเป็นฐานที่ตั้งสำคัญของ EECi เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2560

ทั้งนี้ ในปี 2561 ปตท. ได้จัดให้มีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์เบื้องต้น (Preliminary Strategic Environmental Assessment : Preliminary SEA) เป็นแห่งแรกของกลุ่ม ปตท. สำหรับการพัฒนาโครงการ EECi ซึ่งจัดเป็นการพัฒนาเชิงพื้นที่ใหม่ (Newly Area-based Development) ตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำผังแม่บทพื้นที่ (Master Plan) เพื่อศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพการรองรับมลพิษของพื้นที่ (Carrying Capacity) กลุ่มประเภทโครงการ/กิจการเป้าหมายที่พื้นที่ควรรองรับ รวมถึงข้อจำกัดของการดำเนินงาน ตลอดจนดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเพื่อรับฟังความเห็นในละขั้นตอนศึกษา พัฒนาทางเลือกและกรอบแนวทางบรรเทาผลกระทบและติดตามตรวจสอบทางด้านมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานศักยภาพและขีดจำกัดของพื้นที่ ตลอดจนการบริหารจัดการฐานทรัพยากรให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ทั้งสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการบูรณาการ (Integrate) กับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) ที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการตามร่างแผนสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561-2564 รวมถึงการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) สำหรับโครงการ/กิจการ ที่จะเข้ามาพัฒนาภายในพื้นที่ในอนาคตต่อไป