ความยั่งยืน

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน

ความยั่งยืน

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
   





โอกาสและความท้าทาย

ปตท. บริหารจัดการสายโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนผ่านนโยบายการจัดหาและบริหารงานผู้ค้าอย่างยั่งยืน กลุ่ม ปตท. เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสการดำเนินธุรกิจร่วมกับผู้ค้าทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท. อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงาน ด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพประสิทธิผล และสามารถตรวจสอบได้ นอกจากนั้นอีกหนึ่งความท้าทายของการจัดซื้อจัดจ้างคือการสนับสนุนนโยบาย THAILAND 4.0 ของรัฐบาล ที่ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ตอบสนองต่อการดำเนินธุรกิจด้วยความคล่องตัวและรวดเร็ว ผนวกกับกลยุทธ์ของ ปตท. ที่มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานจึงต้องพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้บริหารจัดการการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน


แนวทางการจัดการ

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานGRI102-9

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานมีความสำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจในปัจจุบัน ปตท. จึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสายโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ที่เกี่ยวข้องได้  ปตท. มุ่งมั่นปรับปรุงและยกระดับกระบวนการและเครื่องมือในการบริหารจัดการสายโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างทันท่วงที 

การจัดการสายโซ่อุปทานของ ปตท. สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับส่วนกลางและระดับธุรกิจ

  • ระดับส่วนกลาง จะดูแลรับผิดชอบการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการ รวมทั้งกำกับดูแลและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มของบริษัทในกลุ่ม
  • ระดับธุรกิจ จะรับผิดชอบการจัดหาสินค้าตามความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ การจัดหาสินค้าประเภทปิโตรเลียม หรือสินค้าที่ใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง ได้แก่ วัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการกลั่น การค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประเภทอื่น ๆ เพื่อบริหารสายโซ่อุปทานให้สามารถตอบสนองตามภารกิจในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานขององค์กรได้


การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน ระดับส่วนกลาง

ในการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการซึ่งมีผู้ค้าที่หลากหลายทั้งจำนวนและคุณภาพ  ปตท. ให้ความสำคัญกับการบริหารผู้ค้าอย่างเป็นระบบ โดยมีการจัดทำมาตรการบริหารจัดการผู้ค้า เพื่อยกระดับการดำเนินงานของผู้ค้าให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถตอบสนองความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น บรรลุเป้าหมาย สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและ ปตท. รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความตระหนักถึงจุดยืนขององค์กรด้านความยั่งยืนแก่ผู้ค้า

  • การจัดทำ “ทะเบียนผู้ค้า (Approved Vendor List)”
  • ปตท. กำหนดมาตรฐานการคัดเลือก ประเมิน และตรวจสอบผู้ค้าอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ยึดหลักความยั่งยืนทางธุรกิจ ความน่าเชื่อถือของผู้ค้า รวมถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของ ปตท. โดยมีการจัดทำ “ทะเบียนผู้ค้า (Approved Vendor List)” เพื่อคัดเลือกผู้ค้าที่มีศักยภาพร่วมธุรกิจโดยใช้แบบสอบถามประเมินศักยภาพของผู้ค้า ทั้งคุณสมบัติทางการค้า เทคนิค คุณภาพ ความพร้อมของการบริการ กำลังการผลิต การขนส่ง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานอุตสาหกรรม ผู้ค้าต้องมีความสามารถที่จะดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. โดยผู้ค้าที่ได้คะแนนประเมินผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จะได้รับการอนุมัติให้อยู่ในทะเบียนผู้ค้า ซึ่งการบริหารจัดการทะเบียนผู้ค้าอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการคัดเลือกผู้ค้าและคณะทำงานทะเบียนผู้ค้า นอกจากนี้ ปตท. ได้เพิ่มเติมเงื่อนไขต่าง ๆ ในข้อกำหนด สำหรับงานจัดหาทุกงานเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้าดำเนินงานตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า

ปตท. กำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า โดยมีเนื้อหาและขอบเขตของแนวทางการปฏิบัติสอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้จัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีผลบังคับใช้กับผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ในวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และ/หรือ งานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ค้าที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้ากับ ปตท. นอกจากนี้ ปตท. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมและการบริหารจัดการผู้ค้า เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงาน แนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม และความรู้ด้านนโยบายการจัดหาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนกับผู้ค้าทั้งหมด โดยมีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น งานสัมมนาผู้ค้าประจำปี และเว็บไซต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจของผู้ค้า และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและ ปตท. จึงได้มีการจัดงานสัมมนาผู้ค้าขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อสื่อความนโยบาย ทิศทางและแนวทางการดำเนินงานธุรกิจ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็นระหว่างผู้ค้าและ ปตท.  รวมทั้งได้มีการสำรวจความพึงพอใจของผู้ค้าในการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารสัญญาทุกครั้งหลังกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเมื่อสิ้นสุดกระบวนการบริหารสัญญา เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาขั้นตอนการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นโยบายการจัดหาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืน
แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.



การประเมินความเสี่ยงของผู้ค้า

ปตท. จัดโครงสร้างทะเบียนผู้ค้าให้เอื้อต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงของผู้ค้าอย่างรัดกุม เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน และป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ ปตท. โดยทำการประเมินความเสี่ยงของผู้ค้ากลุ่มหลัก ตามโครงสร้างทะเบียนผู้ค้า ปตท. ใน 2 มิติ ได้แก่

  • ผู้ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการของผู้ค้า
  • ผู้ค้าที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของ ปตท. เช่น มูลค่าการจัดหาหลักของ ปตท. การจัดหาสินค้า/ บริการหลักของ ปตท. และการจัดหาสินค้า/ บริการที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ เป็นต้น


การประเมินระดับความเสี่ยงกลุ่มงานสินค้าและบริการของ ปตท. เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การบริหารกลุ่มงานผู้ค้าและแนวทางการบริหารจัดการผู้ค้าแตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

ระดับการบริหารกลุ่มงานผู้ค้าความหมายกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเครื่องมือในการบริหารจัดการ
1. Critical/Strategic Supplier กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลกระทบในระดับรุนแรงต่อผู้ค้าเองและต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ซื้อทั้งทางด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร พัฒนาความสัมพันธ์และพลังร่วมทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกันและสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. (PTT SUPPLIERS SUSTAINABLE CODE OF CONDUCT: SSCoC)
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับกลุ่มงาน CRITICAL/ STRATEGIC
  • แบบประเมินศักยภาพด้านความยั่งยืน (SUSTAINABILITY PERFORMANCE ASSESSMENT)
  • การตรวจสอบและประเมินการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้ค้า
  • การบริหารจัดการความสัมพันธ์ผู้ค้า
  • การเสริมสร้างศักยภาพผู้ค้า
2. Key Supplier กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่ผลิตภัณฑ์กระจายไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งมีผลกระทบสูงต่อผู้ซื้อทั้งด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร พัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย/ความเสี่ยง และรักษาระดับการแข่งขัน
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. (PTT SUPPLIERS SUSTAINABLE CODE OF CONDUCT: SSCoC)
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไป
3. Managed/ Routine Supplier กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานส่วนใหญ่ในเชิงปฏิบัติการ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยถึงปานกลางต่อผู้ซื้อ รักษาความสัมพันธ์ตามผลการดำเนินงาน และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตามความต้องการของลูกค้า
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. (PTT SUPPLIERS SUSTAINABLE CODE OF CONDUCT: SSCoC)
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไป


การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน ระดับธุรกิจ

ปตท. กำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซปิโตรเลียมเหลว โดยเน้นคุณภาพและปริมาณส่งมอบที่ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งในส่วนของ ปตท. และผู้ค้า รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในภาพรวมของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซปิโตรเลียมเหลว

นอกจากนี้ ในการจัดทำสัญญาซื้อขายระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานที่ระบุปริมาณการซื้อขายและช่วงเวลาส่งมอบล่วงหน้ากับผู้ค้ากลุ่มโรงกลั่น จะมีข้อกำหนดด้านการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และการดำเนินงานที่เป็นเลิศรวมอยู่ในสัญญาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (ESG) ถือเป็นหนึ่งในเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการคัดเลือกเชิงปริมาณหรือคุณภาพของผู้ค้า ทั้งกลุ่มในสัญญาที่มีอยู่เดิมและสัญญาใหม่ การประเมินนี้สอดคล้องตามแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานของ ปตท. ประกอบด้วย ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและชุมชน

ในการบริหารจัดการความเสี่ยงในสายโซ่อุปทาน กลุ่ม ปตท. ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน และภาวะวิกฤตของกลุ่ม ปตท. และแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤตและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ผ่านศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน ภาวะวิกฤตและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ การซ้อมแผน BCM ร่วมกันเป็นประจำทุกปี ระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร การบริหารจัดการหลังเกิดเหตุ และการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมทั้งมีการตรวจติดตามแผน BCM จากหน่วยงานภายนอกเพื่อติดตาม/ทบทวนให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์  โดยในส่วนของมาตรการควบคุมและลดความเสี่ยง รวมทั้งผลกระทบด้านการขาดแคลนพลังงานของประเทศ  ปตท. ได้ร่วมซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินกับกระทรวงพลังงานอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2562 ได้มีการซ้อมแผนสำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณตะวันออกกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงให้เกิดกรณีที่ประเทศไทยไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบ โดยเป็นปฏิบัติการในรูปแบบเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ  ในปี 2563 ปตท. ได้ร่วมซ้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินด้านพลังงาน ระดับจังหวัด ซึ่งเป็นการจำลองเหตุการณ์กรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่จังหวัดลำปาง ส่งผลให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่สามารถผลิตและจ่ายไฟไปยังพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงซ้อมแผนด้านกระบวนการการสั่งการจากผู้บริหารและการรายงานการแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงแนวทางในการให้ข่าวต่อสื่อมวลชน สำหรับเหตุการณ์เกิดเหตุขัดข้องที่อุปกรณ์ผสมคุณภาพก๊าซฯ หรือ Common Header ซึ่งเป็นอุปกรณ์ผสมคุณภาพก๊าซฯ จากอ่าวไทยและ LNG จังหวัดระยอง จากเหตุแผ่นดินทรุดตัว  ซึ่งจากสถานการณ์จำลองข้างต้นที่ส่งผลกระทบต่อสายโซ่คุณค่าก๊าซธรรมชาติและปิโตรเคมี ปตท. จึงดำเนินการเชื่อมต่อกับศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉินและบริหารความต่อเนื่องของกระทรวงพลังงานและหลายกลุ่มธุรกิจ รวมถึง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในกระบวนการจัดการภาวะวิกฤต การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ และในปี 2564 ปตท. ได้ร่วมกับกระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อม สำหรับเหตุการณ์ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติในสาธารณรัฐเมียนมาร์ หยุดส่งก๊าซฯ จากปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงให้เกิดกรณีที่ประเทศไทยไม่สามารถนำเข้าก๊าซธรรมชาติฝั่งตะวันตกทั้งหมด  ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ปตท. จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจในการดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

การจัดหาก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas: NG)  

การจัดหาก๊าซธรรมชาติ ของ ปตท. แบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ได้แก่

1. กำหนดรายละเอียดและข้อกำหนดในการจัดหาที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ข้อกำหนดกฎหมาย ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบท่อส่งก๊าซฯ และข้อกำหนดของ ปตท.
2. การพิจารณาคัดเลือกผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินข้อกำหนดของ ปตท.และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและกลยุทธ์ของ ปตท. รวมถึงประสิทธิภาพและศักยภาพโดยรวมของผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า
3. สื่อสารข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการจัดหา รวมถึงจัดทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ กับผู้ขายก๊าซธรรมชาติ (ผู้ส่งมอบก๊าซฯ)/ คู่ค้า
4. ควบคุมการดำเนินงานของผู้ส่งมอบ/ คู่ค้าผ่านการบริหารสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ
5. พัฒนาผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการประชุม Operation Meeting ทุกเดือน การอบรมและสัมมนาเพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสาร รวมถึงนำความต้องการและความคาดหวัง และข้อร้องเรียนปัญหาคุณภาพก๊าซฯ มาประกอบการพิจารณาให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
6. ประเมินผลการส่งมอบแต่ละครั้ง รวมถึงการประเมินความสามารถในการให้บริการของผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า ทุกเดือน และแจ้งให้ปรับปรุงหากผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานหรือมีความผิดปกติ ทั้งนี้ จะมีการประเมินความสามารถในการจัดส่ง (Reliability) ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา เพื่อจัดทำแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงวางแผนรองรับกรณีผู้ส่งมอบ/ คู่ค้าไม่สามารถดำเนินการจัดส่งได้

การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG)

การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ ปตท. มี 2 รูปแบบคือสัญญาระยะยาว และสัญญาระยะสั้น (Spot) โดยกระบวนการจัดหาเริ่มจากการกำหนดรายละเอียดและข้อกำหนดในการจัดหาที่สอดคล้องกับปริมาณและความต้องการของลูกค้า ข้อกำหนดกฎหมาย ข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้บริการของสถานีแอลเอ็นจีแก่บุคคลที่สาม (Third Party Access Code: TPA Code) และระเบียบ/ ข้อกำหนดของ ปตท. จากนั้นจะมีการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้าให้เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินของ ปตท.และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสิทธิภาพและศักยภาพโดยรวมของคู่ค้า จากนั้นจะมีการเจรจาจัดทำสัญญาฯ โดยมีการควบคุมการดำเนินงานของคู่ค้าผ่านการบริหารสัญญา และมีการประเมินผลการส่งมอบแต่ละครั้ง และแจ้งคู่ค้าให้ปรับปรุงหากพบผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุตามพันธกิจและกลยุทธ์ กระบวนการจัดหา LNG นอกจากจะคำนึงถึงความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศแล้ว ยังต้องมีการพิจารณาเรื่องการเตรียมการเพื่อสร้างความพร้อมสำหรับการรองรับการเปิดเสรีธุรกิจ LNG ที่จะมีการแข่งขันมากขึ้นควบคู่กันไป ทำให้ ปตท. จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงของการจัดหาและวางแผนบริหารจัดการ LNG Portfolio ให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม ผ่านการจัดหาทั้งรูปแบบสัญญาระยะยาวและสัญญาระยะสั้น (Spot) เพื่อตอบสนองตามความต้องการก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)  ของประเทศ


การประเมินการดำเนินงานของผู้ค้าอย่างยั่งยืน

ปตท. มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้า เพื่อประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานและความเสี่ยง กำหนดแผนการแก้ไข ประเมินผลภายหลังดำเนินการแก้ไขตามแผนร่วมกัน โดยคำนึงถึงคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัยในการผลิตและส่งมอบ ข้อกำหนดเบื้องต้นของ ปตท. รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายด้านแรงงาน กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายด้านความปลอดภัย เป็นต้น มาตรฐานการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO9001 ISO14001 ISO45001 เป็นต้น และการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชัน

ปตท. กำหนดแผนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าในกลุ่มงานที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูง (Critical/Strategic Suppliers) ที่อาจเกิดผลกระทบในระดับรุนแรงต่อผู้ค้าเองและต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ซื้อทั้งทางด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร โดยดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยกำหนดเป้าหมายในการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าให้ครบร้อยละ 100 ของผู้ค้าในกลุ่มงานที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งมีการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าในกลุ่มงานดังกล่าวซ้ำในรอบทุก 3 ปี โดยในปี 2564 มีการดำเนินการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าที่มีระดับความเสี่ยงสูงตามการประเมินความเสี่ยงจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ร่วมกับการวิเคราะห์มูลค่าการใช้จ่ายต่อปี จำนวน 14 ราย ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 100 ของแผนงานประจำปี ทั้งนี้ในการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน (ESG) พบว่าได้คะแนนผลการประเมินมากกว่าหรือเท่ากับ 2.5 จากคะแนนเต็ม 4 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ ครบถ้วนทุกราย



หมายเหตุ: เกณฑ์การตรวจประเมินผู้ค้าด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน ESG มีคะแนนเต็ม 4 คะแนน ผู้ค้าต้องได้รับคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 2.5 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์



การสนับสนุนความโปร่งใสตลอดสายโซ่อุปทาน

ปตท. เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรเป็นรายเดือน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก เป็นการตอบสนองการดำเนินกลยุทธ์ด้าน Transparency & Sustainability ในการเป็นองค์กรที่โปร่งใส โดย ปตท. ปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐเป็นข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องและแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้ประสบความสำเร็จ  อีกทั้ง ปตท. ได้เสนอโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป หรือโครงการก่อสร้างที่มีงบประมาณตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ต่อกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และดำเนินการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยประกาศคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของ ปตท. ที่ดำเนินงานอย่างโปร่งใส โดยปัจจุบัน มี 3 โครงการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท. ที่เข้าร่วมจัดทำข้อตกลงคุณธรรมแล้ว ได้แก่ โครงการสถานีเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติวังน้อย โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 และโครงการโรงแยกก๊าซธรรมชาติหน่วยที่ 7  นอกจากนี้ ปตท. จะได้รับการตรวจประเมินการเปิดเผยข้อมูลขององค์กรเป็นประจำทุกปี โดยเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง เกณฑ์การคัดเลือกผู้ค้า และข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง 5 โครงการสูงสุดประจำปี เป็นต้น

การจัดหาในท้องถิ่น

ปตท. สนับสนุนการจัดหาสินค้าและบริการจากผู้ค้าในท้องถิ่น (ท้องถิ่น หมายถึง การจัดหาภายในประเทศไทย) ตลอดจนส่งเสริมให้มีการจัดหาสินค้าจากพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่เป็นหลัก เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ สร้างงาน และรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ มีข้อได้เปรียบในแง่ของต้นทุนที่ต่ำกว่า และการขนส่งที่รวดเร็วกว่า ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน ส่งผลให้องค์กรได้รับความไว้วางใจจากชุมชนในการดำเนินการ นอกจากนี้ ปตท. ยังส่งเสริมให้ผู้ค้าดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ตลอดจนจัดหาสินค้าและบริการในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนของสินค้าอีกด้วย

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงานGRI308-1, GRI414-1
แผนงานเป้าหมายปี 2563ผลการดำเนินงานปี 2563เป้าหมายปี 2564ผลการดำเนินงานปี 2564เป้าหมายระยะยาว
การตรวจประเมินแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้าในกลุ่ม Critical/Strategic ในพื้นที่ ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น ร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม Critical/Strategic ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น จำนวน 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม Critical/Strategic ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น ร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม Critical/Strategic ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น จำนวน 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม Critical/Strategic ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ ผู้ค้ากลุ่ม Critical/Strategic (สูงสุดร้อยละ 80) สามารถพัฒนาตนเองและดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน 
การบริหารการจัดซื้อจัดจ้าง
อย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน ISO20400

ดำเนินการบูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (ISO20400) อย่างน้อย 3 กลุ่มงาน

ดำเนินการบูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (ISO20400) 3 กลุ่มงาน ได้แก่
1. กลุ่ม Chemical
2. กลุ่ม Maintenance, Repairing and Operating
3. กลุ่ม Service

ดำเนินการบูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (ISO20400) อย่างน้อย 3 กลุ่มงาน

ดำเนินการบูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน
(ISO20400) 3 กลุ่มงาน ได้แก่
1. กลุ่มงาน Service (เช่ารถยนต์)
2. กลุ่มงาน Packaging (พาเลทไม้, ถังโลหะ)
3. กลุ่มงาน Maintenance, Repairing and Operating (Pipe&Flange)

การจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างกลุ่ม ปตท. สามารถดำเนินการได้ตามแนวทาง ISO20400 และเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด

การดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการที่มีความต้องการจัดหาร่วมกันภายในกลุ่ม ปตท. ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 15 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ  25.13 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 15 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 17.39 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 18 ของมูลค่าการใช้จ่าย
ความพึงพอใจของผู้ค้า ต่อการสื่อสารทิศทางการดำเนินงานของ ปตท. เพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานและระบบจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท.ผ่านงานสัมมนาผู้ค้า คะแนนความพึงพอใจ 4.5 จากคะแนนเต็ม 5.0 คะแนนความพึงพอใจ 4.34 จากคะแนนเต็ม 5.0 เนื่องจากสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 จึงเป็นการจัดงานแบบ Online ทำให้ผู้ค้าไม่ได้ปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด และปัญหาของระบบการใช้งาน Online จึงส่งผลต่อความพึงพอใจเล็กน้อย คะแนนความพึงพอใจ 4.5 จากคะแนนเต็ม 5.0 คะแนนความพึงพอใจ 4.56 จากคะแนนเต็ม 5.0  คะแนนความพึงพอใจ 4.5 จากคะแนนเต็ม 5.0
ร้อยละของผู้ค้าใหม่




ร้อยละ 100 ผู้ค้าใหม่ ผ่านการคัดเลือกด้วยเกณฑ์การประเมินผู้ค้าด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน (ESG Assessment Criteria)

ร้อยละของผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท.


ร้อยละ 100 ผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ในวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และ/ หรืองานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ค้าที่ต้องการขึ้นทะเบียนผู้ค้ากับ ปตท. ได้ลงนามรับทราบและปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.

การจัดหาสินค้าเเละบริการในท้องถิ่GRI204-1 (ร้อยละ)





















จำนวนอุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ขั้นร้ายแรง* (Major Truck Accident Rate) (ครั้งต่อ 1,000,000 กิโลเมตร)

















ความพึงพอใจของผู้ค้าต่อการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานจัดหา (ร้อยละ)

















การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างปี 2559 - 2564

การจัดซื้อจัดจ้่างระหว่างปี

2559 - 2561

2560 - 2562

2561 - 2563

2562 - 2564

จำนวนคู่ค้า (ราย) คู่ค้าระดับที่ 1 3,046 4,690 2,852 3,328 
คู่ค้าหลักระดับที่ 1 56 26 25 31
คู่ค้าหลักที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง 8 8 11 12

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง (พันล้าน)

78.19 110.09 48.89 67.70

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างในประเทศไทย (บาท)
(Spend Value in Thailand (Baht))

- - - -

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง ในต่างประเทศ (บาท)
(Spend Value in Overseas (Baht))

- - - -

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง ตามประเภทผลิตภัณฑ์ (บาท)
(Spend Value By Category Types: Product (Baht))

- - - -

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง ตามประเภทบริการ
(Spend Value By Category Types: Services (Baht))

- - - -

หมายเหตุ:

คู่ค้าระดับที่ 1 หมายถึง กลุ่มผู้ค้าและผู้รับเหมา ที่มีสัญญาจัดซื้อจัดจ้างโดยตรงกับ ปตท. ผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นพัสดุและสินค้า Non-Hydrocarbon
คู่ค้าหลักระดับที่ 1 หมายถึง กลุ่มผู้ค้าและผู้รับเหมาในระดับที่ 1 ที่ ปตท. ต้องการพัฒนาความสัมพันธ์และเป็นพลังร่วมทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกันและ สร้างมูลค่าเพิ่มเป็นกลุ่มผู้ค้า/ผู้รับเหมาที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลกระทบรุนแรงต่อทั้งกลุ่มผู้ค้า/ผู้รับเหมาเองและ ปตท. และขยายผลกระทบไปสู่ชุมชนโดยรอบ ทำให้ส่งผลกระทบที่รุนแรง ต่อผู้ซื้อทั้งทางด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร

การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

ปตท. และกลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงในการจัดหาสินค้า/ บริการและสร้างความมั่นใจในการให้บริการของผู้ค้า ตลอดจนการผลักดันให้กลุ่ม ปตท. มีการจัดซื้ออย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ในปี 2564 ปตท. ได้จัดทำคู่มือการจัดหาสินค้า/บริการ ร่วมกันระหว่างกลุ่ม ปตท. อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ISO20400:2017 Sustainable Procurement พร้อมกันนี้ได้นำเกณฑ์ตามมาตรฐาน ISO20400:2017 มาประยุกต์ใช้กับการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันของบริษัทในกลุ่ม ปตท. จำนวน 3 กลุ่มงานจัดหาร่วม และมีแผนจะขยายกลุ่มงานให้ครบถ้วนทุกกลุ่มงานภายในระยะเวลา 5 ปี 

การพัฒนาระบบงาน Digital Procurement

ปตท. นำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนงานจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภายใน การจัดทำแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี การจัดทำคำขอซื้อขอจ้าง การจัดทำขอบเขตของงาน การคัดเลือกผู้ค้า การจัดทำใบสั่งและสัญญา การบริหารสัญญา การตรวจรับ การวางบิล การชำระเงิน รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ค้า และการรับฟังความพึงพอใจในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท. โดยในปี 2564 ปตท. ได้ปรับปรุงระบบการตรวจรับงาน (Material Receive (MR) on web)  ที่ให้หน่วยงานผู้ใช้ประเมินผลการดำเนินงานของผู้ค้าแต่ละงวดงานที่ได้ส่งมอบ ในด้านต่างๆ เช่น คุณภาพ (Quality)  การส่งมอบ (Delivery)  การให้บริการ (Service) การดำเนินงาน (Performance) ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) โดยจะแจ้งผลการประเมินให้แก่ผู้ค้ารับทราบ และนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ การพัฒนาระบบงานสำหรับผู้ค้า ปตท.ได้รวมระบบงานทะเบียนผู้ค้า ปตท. (PTT Approved Vendor List : PTT AVL) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ PTT Vendor Management (PTTVM) เพื่ออำนวยความสะดวกในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้แก่ผู้ค้าสามารถเข้าใช้งานได้สะดวกเพียงระบบเดียว และส่งเสริมความเป็นพันธมิตร (Partnership) กับ ปตท. อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ผู้ค้าสามารถวางหลักประกันสัญญาผ่านระบบ PTT Electronic Bank Guarantee (PTT e-BG) ด้วยการวางหนังสือค้ำประกันธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน โดยใช้เวลาการจัดทำหลักประกันจนถึง ปตท. รับหลักประกันจนแล้วเสร็จ เพียง 1 วันเท่านั้น รวมทั้งหากเป็นการคืนหลักประกันผ่านระบบ PTT e-BG ประเภทหนังสือค้ำประกันธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน เช่นกัน ทั้งนี้ระบบ PTT e-BG ดังกล่าว ยังรองรับหลักประกันครอบคลุมประเภทอื่น ซึ่งส่งผลให้ผู้ค้าประหยัดเวลาในการทำธุรกรรม เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสัญญาทั้งในส่วนของผู้ค้าและ ปตท.

การกำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท.

ปตท. ให้ความสำคัญกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ เพื่อให้ความมั่นใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง (คตจ.) เพื่อดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างเชิงพาณิชย์ประเภท Non-Hydrocarbon ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คตจ. ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติด้านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างเชิงพาณิชย์ประเภท Non-Hydrocarbon ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันภายในองค์กร ส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานจัดหา

ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินการทบทวนและวางแผนการพัฒนาพนักงานในสายอาชีพจัดหาเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการอบรม สื่อความ รวมถึงกระบวนการบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management: KM) โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพพนักงานให้สามารถประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับการทำงานจัดหาได้อย่างเชี่ยวชาญภายใต้โครงการ Digital Procurement ซึ่ง ปตท. พัฒนาขึ้นเพื่อให้กระบวนการจัดหาสินค้าและบริการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ มีความคล่องตัว และลดระยะเวลาการทำงาน เพื่อสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจในกฎหมายและหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานให้สามารถดำเนินกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย

และในปี 2564 ปตท. ยังได้จัดอบรมหลักสูตรอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น แนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ISO20400:2017 Sustainable Procurement เพื่อให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจ ในหลักการของการจัดซื้อ
จัดจ้างอย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล การพัฒนาผู้ตรวจประเมินศักยภาพการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้ค้ากลุ่ม ปตท. (PTT Group ESG) เพื่อให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในเกณฑ์การประเมินศักยภาพด้านความยั่งยืนของผู้ค้าของกลุ่ม ปตท. (PTT Group ESG) หลักการพื้นฐานของการตรวจประเมิน แนวทางและกระบวนการในการเป็นผู้ตรวจประเมินที่ดี สามารถนำไปปรับใช้หรือบูรณาการเข้ากับกระบวนการตรวจประเมินผู้ค้าด้านความยั่งยืน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้ค้าแต่ละรายสามารถดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน  เป็นต้น

การสื่อสารการดำเนินงานสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ระหว่าง ปตท. กับผู้ค้า และพัฒนาศักยภาพของผู้ค้าให้พร้อมสนับสนุน ปตท. ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล รวมทั้งความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ปตท. จึงได้มีการจัดงานสัมมนาผู้ค้าเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2564 ได้มีการจัดงานรวมจำนวนทั้งสิ้น 3 ครั้ง เพื่อสื่อความภาพรวมโดยส่วนกลาง 1 ครั้ง และแยกตามหน่วยธุรกิจ 2 ครั้ง ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นผลให้ต้องจัดกิจกรรมในรูปแบบ Online ด้วยการนำเทคโนโลยี Teleconference มาใช้ โดยการสื่อความในภาพรวมโดยส่วนกลางที่สำนักงานใหญ่ของ ปตท. ได้สื่อสารถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ปตท. เปิดโอกาสให้ผู้ค้าซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียสำคัญของ ปตท. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่ ปตท. ได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างโปร่งใส พร้อมพัฒนาระบบต่างๆ ภายใต้โครงการ Digital Procurement ให้รองรับการดำเนินงานทั้งภายในและภายนอก  และแนะนำระบบ PTT Vendor Management เพื่อให้ผู้ค้าสามารถเข้าถึงงานจัดซื้อจัดจ้างกับ ปตท. ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว  รวมถึงการดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบองค์กร (Governance Risk and Compliance: GRC) ปราศจากการทุจริต มีช่องทางการร้องเรียนที่เหมาะสมและเข้าถึงง่าย และการเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้านทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption: CAC) ซึ่ง ปตท. ได้รับรองการเป็นสมาชิกในครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557  นอกจากนี้ยังมีการสื่อความรับผิดชอบต่อสังคมเรื่องสิทธิมนุษยชนในสายโซ่อุปทาน ที่ประกอบด้วย 6 ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. ได้แก่ 1. สิทธิแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นสภาพการทำงาน เสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง แรงงานที่สมัครใจ และไม่เคยมีการใช้แรงงานภาคบังคับ การบังคับใช้แรงงานเด็ก สภาพการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ การไม่เลือกปฏิบัติ การไม่ล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ และการค้ามนุษย์  2. สิทธิชุมชน 3. ความมั่นคงและปลอดภัย 4. สิ่งแวดล้อม 5. สิทธิผู้บริโภค และ 6. การกำกับดูแลองค์กร ที่ ปตท. คาดหวังให้ผู้ค้ากำหนดนโยบายด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ถ่ายทอดสู่คู่ค้าและผู้ค้า ลำดับถัด ๆ ไป เพื่อส่งเสริม และยกระดับการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนต่อเนื่องใน Supply Chain ของตนเอง สู่มาตรฐานระดับสากลอย่างยั่งยืน  ซึ่ง ปตท. รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้ค้าที่เข้าร่วมงานสัมมนาเสนอแนะช่องทางในการร้องเรียนการละเมิดด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่ง ปตท. ได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง พร้อมที่ให้การสนับสนุนคู่ค้าและคู่ความร่วมมือในฐานะพันธมิตรร่วมกัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ ปตท. ที่ต้องการเป็นองค์กรที่คนไทยเชื่อใจ พึ่งพากัน ร่วมขับเคลื่อนอนาคตสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมสะอาด พร้อมสร้างการเติบโตทางธุรกิจเคียงข้างกันอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ “เข้าใจ เข้าถึง พึ่งพากัน”   ในส่วนของการสื่อความแยกตามหน่วยธุรกิจ สำหรับผู้ค้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง มีการสื่อสารการพัฒนากระบวนการการดำเนินงานที่ตอบสนองความคาดหวังของผู้ค้า รวมทั้งแนะนำระบบงานออนไลน์ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อทำธุรกรรมกับ ปตท. มากขึ้น  และสำหรับสายงานท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติร่วมกับสายงานก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ มีการสื่อความถึงการขึ้นทะเบียนผู้ค้า ปตท. (Approved Vendor List: AVL) และการขึ้นทะเบียนรายการวัสดุอุปกรณ์สายงานระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ (NGR Approved Equipment and Material List: NGR AEML) รวมถึงทิศทางธุรกิจของสายงานก๊าซธรรมชาติในภาพรวม และให้ความรู้ในการจัดเตรียมเอกสารในงานจัดซื้อจัดจ้างเพื่อลดระยะเวลาและข้อผิดพลาด  อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้ากับ ปตท. อันจะนำไปสู่การเติบโตในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป 

ตัวอย่างการบริหารผู้ค้าในกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงด้าน ESG สูง : การขนส่งผลิตภัณฑ์ทางรถยนต์

ปตท. ให้ความสำคัญกับการควบคุมและกำกับดูแลการดำเนินงานที่สามารถก่อให้เกิดผลกระทบทางอ้อมอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ การขนส่งผลิตภัณฑ์ทางรถยนต์ที่ ปตท. ได้ว่าจ้างให้ผู้รับเหมาดำเนินการแทน โดยมีการกำหนดข้อกำหนด และมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่ง ตลอดจนวิธีการและเครื่องมือในการบริหารจัดการและกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการขนส่งปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

1. กำหนดให้การขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางรถยนต์อย่างปลอดภัย ต้องเป็นไปตาม คู่มือการบริหารจัดการความปลอดภัยในการขนส่งทางรถยนต์ กลุ่ม ปตท. (PTT Group Road Safety Management Guideline: RSMG) โดยใช้หลัก 5 Pillars ในการบริหารจัดการให้บริษัทผู้ขนส่งที่เป็นคู่สัญญาฯ ของกลุ่ม ปตท. ทุกรายยึดถือและนำไปปฏิบัติ ประกอบไปด้วย
      - Pillar 1 SSHE Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
      - Pillar 2 Organization Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีหน่วยงานที่ดูแลด้าน SSHE โดยเฉพาะ
      - Pillar 3 Vehicle & Equipment Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีการจัดหารถขนส่งและอุปกรณ์ประกอบที่ได้มาตรฐาน
      - Pillar 4 Driver Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งสรรหาและคัดเลือกพนักงานขับรถขนส่งตามคุณสมบัติที่กำหนด
      - Pillar 5 Journey Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีการประเมินความเสี่ยงเส้นทาง

2. กำหนดให้มีการติดตั้งอุปกรณ์และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อช่วยในการติดตามและเผ้าระวังพฤติกรรมการขับรถอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยศูนย์ควบคุมการขนส่งและมีการรณรงค์ส่งเสริมในรูปแบบของการให้รางวัลสำหรับบริษัทและพนักงานขับรถที่มีผลการประเมินพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีและไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ตามเกณฑ์ที่กำหนด

3. เพื่อให้มั่นใจในการนำไปปฏิบัติ ได้กำหนดให้มีการตรวจประเมินการบริหารจัดการบริษัทผู้ขนส่งตามมาตรฐาน RSMG อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งจากบริษัทคู่สัญญา และในปี 2564 ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินของกลุ่ม ปตท. เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจประเมินการบริหารจัดการด้านขนส่งกับบริษัทผู้ขนส่งในกลุ่ม ปตท. จำนวน 6 บริษัท เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างมาตรฐานการตรวจประเมิน RSMG ของกลุ่ม ปตท. ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน


การดำเนินงานในอนาคต

การพัฒนาระบบงาน Digital Procurement ปี 2565 มีแผนงานการรวมระบบฐานข้อมูลผู้ค้า ปตท. (PTT Vendor Master System: PTT VMS) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ PTT Vendor Management (PTTVM) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้ค้าของ ปตท. ให้เป็นฐานข้อมูลเดียวกัน สามารถเชื่อมข้อมูลไปยัง SAP และระบบ Smart Procurement ที่ใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภายใน ปตท. ได้อย่างถูกต้อง และการจัดทำระบบแบบประเมิน ESG สำหรับให้ผู้ค้าประเมินการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งกลุ่ม ปตท. ทำให้สามารถขยายขอบเขตของระบบการประเมิน ESG Self-Assessment ทั้งนี้ เป็นการเปิดโอกาสผู้ค้าทั่วไปได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสายโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน เพิ่มเติมจากผู้ค้ากลุ่ม PTT Approved Vendor List (PTT AVL) และผู้ค้าในกลุ่ม ปตท. ใช้งานร่วมกันได้โดยผู้ค้าไม่จำเป็นต้องประเมินหลายครั้ง  นอกจากนี้ เพื่อให้ผู้ค้าได้รับข่าวสารการประมูลได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ยังได้ปรับปรุงระบบการตอบรับเข้าร่วมเสนอราคาของผู้ค้า PTT AVL รวมถึงงานเชิญประมูลทั่วไป ให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น