ความยั่งยืน

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน

ความยั่งยืน

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน

ปตท. บริหารจัดการสายโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลผู้ค้า ที่อาจส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการดำเนินธุรกิจ การจัดการสายโซ่อุปทานของ ปตท. แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับส่วนกลางและระดับธุรกิจ โดยระดับส่วนกลาง รับผิดชอบดูแลการจัดหาสินค้าและการจัดจ้างการบริการทั่วไป รวมทั้งกำกับดูแลและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มของบริษัทในกลุ่ม สำหรับระดับธุรกิจ รับผิดชอบการจัดหาสินค้าโดยแบ่งตามความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ การจัดหาสินค้าประเภทปิโตรเลียม หรือสินค้าที่ใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง ได้แก่ วัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการกลั่น การค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประเภทอื่นๆ


แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า

ปตท. กำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า โดยมีเนื้อหาและขอบเขตของแนวทางการปฏิบัติสอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้จัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีผลบังคับใช้กับผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ในวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และ/หรือ งานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ค้าที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้ากับ ปตท. นอกจากนี้ ปตท. กำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมและการบริหารจัดการผู้ค้า เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงาน แนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม และความรู้ด้านนโยบายการจัดหาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น งานสัมมนาผู้ค้าประจำปี และเว็บไซต์ เป็นต้น


แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.


การประเมินความเสี่ยงของผู้ค้า

ปตท. จัดโครงสร้างทะเบียนผู้ค้าให้เอื้อต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงของผู้ค้าอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ ปตท. โดยทำการประเมินความเสี่ยงของผู้ค้ากลุ่มหลัก ตามโครงสร้างทะเบียนผู้ค้า ปตท. ใน 2 มิติ ได้แก่

  • ผู้ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการของผู้ค้า
  • ผู้ค้าที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของ ปตท. เช่น มูลค่าการจัดหาหลักของ ปตท. การจัดหาสินค้า/บริการหลักของ ปตท. และการจัดหาสินค้า/บริการที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ เป็นต้น

ผลการประเมิน


ผลการประเมินระดับความเสี่ยงกลุ่มงานสินค้าและบริการของ ปตท. เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การบริหารกลุ่มงานผู้ค้าและแนวทางการบริหารจัดการผู้ค้า แตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

ระดับการบริหารกลุ่มงานผู้ค้าความหมายกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเครื่องมือในการบริหารจัดการ
1. Critical/Strategic กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลกระทบในระดับรุนแรงต่อผู้ค้าและต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ซื้อทั้งทางด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร พัฒนาความสัมพันธ์และพลังร่วมทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกันและสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับกลุ่มงาน Critical/Strategic
  • แบบประเมินศักยภาพด้านความยั่งยืน
  • การทวนสอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้ค้า
  • การบริหารจัดการความสัมพันธ์ผู้ค้า
  • การเสริมสร้างศักยภาพผู้ค้า
2. Key กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่ผลิตภัณฑ์กระจายไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งมีผลกระทบสูงต่อผู้ซื้อทั้งด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร พัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย/ความเสี่ยง และรักษาระดับการแข่งขัน
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไป
3. Manage กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานส่วนใหญ่ในเชิงปฏิบัติการ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีความเสี่ยงปานกลางต่อผู้ซื้อ รักษาความสัมพันธ์ตามผลการดำเนินงาน และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตามความต้องการของลูกค้า
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไป

ทั้งนี้ การบริหารจัดการความเสี่ยงในสายโซ่อุปทาน กลุ่ม ปตท. จะดำเนินการตามแผนบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน และภาวะวิกฤตของกลุ่ม ปตท. และแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤตและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) โดยมีการบริหารจัดการในภาพรวมผ่านศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน/ภาวะวิกฤติและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ทั้งยังมีการซ้อมแผน BCM ร่วมกันเป็นประจำทุกปี ระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร รวมถึงการจัดการหลังเกิดเหตุ และการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมถึงมีการตรวจติดตามแผน BCM จากหน่วยงานภายนอกเพื่อติดตาม/ทบทวนให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์

สำหรับการลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนพลังงาน ปตท. ยังคงประยุกต์ใช้หลักการ BCM อย่างต่อเนื่อง ปี 2561 ได้มีการซ้อมแผนสำหรับเหตุการณ์ Black Swan ในรูปแบบการจำลองสถานการณ์ และการฝึกซ้อมแผนบนโต๊ะ ซึ่งจำลองสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสายโซ่คุณค่าก๊าซธรรมชาติและปิโตรเคมี โดยมีการเชื่อมต่อกับศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉินและบริหารความต่อเนื่องของหลายกลุ่มธุรกิจ เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในกระบวนการจัดการภาวะวิกฤต การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการบริหารจัดการด้านต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ปตท. จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับพันธกิจในการดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งนี้จากการปรับโครงสร้างด้วยการโอนกิจการของหน่วยธุรกิจน้ำมัน ตลอดจนหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องให้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) พบว่ายังมีจุดที่สามารถปรับปรุงเพื่อให้การดำเนินงานในภาวะฉุกเฉินมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ ร่วมกันในการบริหารจัดการในภาวะฉุกเฉินต่อไป


การบริหารจัดการผู้ค้า

ปตท. กำหนดมาตรการบริหารจัดการผู้ค้าเพื่อให้การดำเนินงานของผู้ค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถตอบสนองความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น บรรลุเป้าหมาย สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและ ปตท. รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความตระหนักถึงจุดยืนขององค์กรด้านความยั่งยืนแก่ผู้ค้า


ระดับส่วนกลาง

ปตท. กำหนดมาตรฐานการคัดเลือก ประเมิน และตรวจสอบผู้ค้าอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ยึดหลักความยั่งยืนทางธุรกิจและความเชื่อถือได้ของผู้ค้า รวมถึงสามารถตอบสนองความต้องการของ ปตท. ได้เป็นอย่างดี โดยการบริหารจัดการผู้ค้าประกอบด้วย การจัดทำทะเบียนผู้ค้า เพื่อคัดเลือกผู้ค้าที่มีศักยภาพร่วมธุรกิจโดยใช้แบบสอบถาม สำหรับประเมินศักยภาพของผู้ค้า ทั้งทางด้านความพร้อมของการบริการ กำลังการผลิต การขนส่ง มาตรฐานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีการประเมินเพื่อคัดเลือกผู้ค้าที่สามารถดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. ได้ตามเกณฑ์ด้านความยั่งยืน เช่น จริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัย และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยการบริหารจัดการทะเบียนผู้ค้าอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการทะเบียนผู้ค้าและคณะทำงานทะเบียนผู้ค้า นอกจากนี้ ปตท. ได้เพิ่มเติมเงื่อนไขต่างๆ ในข้อกำหนด สำหรับงานจัดหาทุกงานเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้าดำเนินงานตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืน

เพื่อเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงในการส่งมอบสินค้า ปตท. กำหนดเงื่อนไขในข้อกำหนด ให้การดำเนินการของผู้ค้าต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีการควบคุมดูแลให้ผู้ค้าปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะงานที่มีความเสี่ยงในด้านต่างๆ เช่น ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยมีการจัดทำโครงการประเมินความเสี่ยงของงานที่เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมา เพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมาที่มีศักยภาพ ในกรณีที่ผู้ค้าได้คะแนนไม่ผ่านตามที่กำหนดจะไม่ได้รับการพิจารณาคัดเลือก


ระดับธุรกิจ

ปตท. กำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเน้นคุณภาพและปริมาณส่งมอบที่ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งในส่วนของ ปตท. และผู้ค้า รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในภาพรวมของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูป ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และเชื้อเพลิงชีวภาพ
นอกจากนี้ ในการจัดทำสัญญาซื้อขายระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานที่ระบุปริมาณการซื้อขายและช่วงเวลาส่งมอบล่วงหน้ากับผู้ค้ากลุ่มโรงกลั่นและผู้ค้าเชื้อเพลิงชีวภาพ จะมีข้อกำหนดการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนการดำเนินงานที่เป็นเลิศรวมอยู่ในสัญญาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า รวมทั้งกำหนดปัจจัยด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (ESG) เป็นหนึ่งในเกณฑ์ขั้นต่ำในการคัดเลือกเชิงปริมาณหรือคุณภาพของผู้ค้าทั้งในสัญญาที่มีอยู่เดิมและสัญญาใหม่ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานที่สำคัญ ซึ่งประกอบด้วย ด้านคุณภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และชุมชน


การตรวจสอบและประเมินผู้ค้า

ปตท. มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้า เพื่อประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานและความเสี่ยง กำหนดแผนการแก้ไข ประเมินผลภายหลังดำเนินการแก้ไขตามแผนร่วมกัน โดยคำนึงถึงคุณภาพ/ปริมาณ/ความปลอดภัยในการผลิตและส่งมอบ ข้อกำหนดเบื้องต้นของ ปตท. รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการจัดการต่างๆ เช่น มาตรฐาน ISO 9001, ISO 14001, OHSAS 18001 เป็นต้น

สำหรับผู้ค้าโรงกลั่น จะมีการประชุมร่วมกับผู้ค้าสำคัญเป็นประจำทุกเดือนผ่านการประชุมคณะกรรมการประสานงานจัดหา และเข้าพื้นที่เพื่อสอบถามความพึงพอใจกับลูกค้า และนำข้อคิดเห็นไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาการรับส่งผลิตภัณฑ์น้ำมันต่อไป หากเกิดความเสี่ยงที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปตท. จะดำเนินการตรวจสอบกับผู้ค้าเพื่อหาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไข รวมทั้งประเมินหลังการแก้ไขร่วมกัน

นอกจากนี้ ปตท. ยังประเมินผู้ค้ากลุ่มโรงกลั่น และโรงงานเอทานอล/B100 ในด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ กระบวนการทำงานและจัดส่ง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน การปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. การจัดส่งสินค้าและบริการ ผลกระทบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการทำงาน รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขป้องกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นพื้นที่โรงงานผลิต คลังเก็บ จุดจ่ายสินค้าของผู้ค้า โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน ปตท. เช่น แผนจัดหา ปฏิบัติการ ควบคุมคุณภาพ และงานคุณภาพ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (QSHE) จะตรวจสอบพื้นที่โรงกลั่นและโรงงานเอทานอล/ B100 ตามแผนการตรวจประเมินซึ่งกำหนดไว้ในแต่ละปี

การตรวจประเมินจะมีรอบการตรวจประเมินเพื่อให้สามารถตรวจประเมินได้ทั่วถึงทุกโรงงาน และกำหนดระยะเวลาให้โรงกลั่น และโรงงานเอทานอล/B100 ปรับปรุงการดำเนินงาน และแจ้งผลกลับมาที่ ปตท. เพื่อเป็นการพัฒนาและเพิ่มความสามารถให้คู่ค้า ทั้งนี้ จะมีการสรุปผลการตรวจประเมินคู่ค้า เพื่อนำเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม ปตท. สำหรับผู้ค้ากลุ่มโรงกลั่น ปตท. ได้เข้าตรวจประเมินผู้ค้าตามรอบที่กำหนด และได้มีการเพิ่มเติมการตรวจประเมินจากผู้ประเมินภายนอกเพื่อเป็นการเพิ่มมาตรฐานการตรวจประเมินและตอบสนองนโยบายความโปร่งใสขององค์กร ทั้งนี้ มีการประชุมร่วมกันทุกเดือน จึงสามารถติดตามปัญหาและปรับปรุงการดำเนินงานได้อย่างทันท่วงที


ระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา

ปตท. พัฒนาระบบจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) สำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารการดำเนินงาน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่

  • การผนวกเกณฑ์การคัดเลือกด้าน SSHE เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
  • การระบุและประเมินความเสี่ยงด้าน SSHE ของผู้รับเหมา การกำหนดภาระความรับผิดชอบด้าน SSHE ที่อาจจะเกิดขึ้น แนวทางการควบคุมและดำเนินงาน การรายงานประสิทธิผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมาตามที่กำหนด
  • การพัฒนาโครงการผลักดันให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของการจัดการ SSHE สำหรับผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้น เช่น ระบบการประเมินผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมาในช่วงการซ่อมใหญ่ การอบรมให้ความรู้ SSHE กับผู้รับเหมาในงานที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ระบบข้อเสนอแนะด้าน SSHE สำหรับผู้รับเหมา เป็นต้น
  • การสื่อสารความคาดหวังด้าน SSHE ต่อผู้รับเหมาผ่านหลายช่องทาง เพื่อให้ผู้รับเหมาตระหนัก พัฒนาตนเอง และเตรียมพร้อมอยู่เสมอที่จะตอบสนองความต้องการของ ปตท.
  • การสนับสนุนผู้รับเหมาให้มีการปรับปรุงพัฒนาด้าน SSHE เพื่อให้มีมาตรฐานการดำเนินการตามที่ ปตท. คาดหวัง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศกลุ่ม ปตท. ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งด้านการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ผ่านการแบ่งปันแนวทางการบริหารจัดการที่เป็นเลิศ ครอบคลุมการปฏิบัติงานต่างๆ รวม 12 ด้าน เช่น การบริการจัดการความเชื่อมั่นในอุปกรณ์การผลิต การปฏิบัติการ และ การบริหารตามสายโซ่คุณค่า เป็นต้น อีกทั้งผลักดันให้นำระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศไปประยุกต์ใช้ ส่งผลให้บริษัทในกลุ่ม ปตท. สามารถวิเคราะห์และวางแผนการทำงานที่สอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร เช่น การหารือและแบ่งปันทักษะและองค์ความรู้ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เพื่อไม่ให้เกิดการหยุดชะงักของกระบวนการผลิตที่ไม่เป็นไปตามแผน ให้กับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ซึ่งจะช่วยลดค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ได้แก่

  • การกำหนดเป้าหมายควบคุมอุบัติเหตุรถยนต์และการขนส่ง โดยมุ่งมั่นลดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรงของรถขนส่งผลิตภัณฑ์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2563 และการจัดทำแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วย การสุ่มตรวจสอบรถขนส่งผลิตภัณฑ์ตามแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่ง การนำเทคโนโลยี IVMS (In-Vehicle Monitoring System) ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดและระบบจีพีเอส มาใช้ในการป้องปรามและควบคุมพฤติกรรมพนักงานขับรถให้มีการขับขี่อย่างปลอดภัยและเก็บข้อมูลสถิติและวิเคราะห์การเกิดอุบัติเหตุรถขนส่ง การสอบสวนอุบัติเหตุรถยนต์และรถขนส่งกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทุกกรณีเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และกำหนดแนวทางป้องกันการเกิดซ้ำ การสื่อความและจัดอบรมแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและนำไปปฏิบัติ โดยสนับสนุนการอบรมหลักสูตรการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ
  • การจัดทำคู่มือการบริหารความปลอดภัยผู้รับเหมา ปตท. เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารความปลอดภัยของผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของ ปตท.

การสนับสนุนความโปร่งใสตลอดสายโซ่อุปทาน

ปตท. เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรเป็นรายเดือน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก เป็นการตอบสนองการดำเนินกลยุทธ์ด้าน Pride ในการเป็นองค์กรโปร่งใส โดย ปตท. ปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐเป็นข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องและแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ ปตท. จะได้รับการตรวจประเมินการเปิดเผยข้อมูลขององค์กรเป็นประจำทุกปี โดยเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างเกณฑ์การคัดเลือกผู้ค้า และข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง 5 โครงการสูงสุดประจำปี เป็นต้น


ความร่วมมือในสายโซ่อุปทาน

ปตท. มุ่งมั่นพัฒนาการจัดหาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยเล็งเห็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร ผ่านโครงการ Group Integrated Supply Chain Management and Optimization (GISMO) กับโรงกลั่นในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างพลังร่วมในห่วงโซ่อุปทานปิโตรเลียม เป็นการลดเงินลงทุน เพิ่มประโยชน์ต่อกลุ่ม ปตท. ทั้งยังเป็นการพัฒนากระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของ ปตท. และบริษัทในกลุ่มในเวลาเดียวกัน

GISMO ประกอบด้วยโครงการย่อย 3 โครงการ ได้แก่
  • Petrochemicals and Refining Integrated Supply Chain Management (PRISM): การร่วมมือกันระหว่างบริษัทกลั่นน้ำมัน และบริษัทปิโตรเคมีภายในเครือของกลุ่ม ปตท. เพื่อสร้างมูลค่าสูงสุดให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล สามารถจุดประกายความคิดต่อยอดด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • Group Logistics Management (GLM): การบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์เพื่อเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน รองรับการเจริญเติบโตในอนาคต สร้างศักยภาพการบริหารจัดการโดยความร่วมมือ ภายใต้กลุ่ม ปตท. เพื่อลดต้นทุนและสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมผ่านการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งระดับประเทศและสากล รองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ในระดับภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันโครงการฯ ได้ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยงานถาวร
  • Supply Chain Optimization (SCO): การเสริมสร้างผลประโยชน์ให้กับห่วงโซ่อุปทานในสายน้ำมัน โดยมีแนวทางการปฏิบัติที่ครอบคลุมการลดต้นทุน การร่วมมือกันเพื่อทำความเข้าใจถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันโครงการฯ ได้ปรับโครงสร้างเป็นหน่วยงานถาวรชื่อ ฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งมีการขยายขอบเขตการดำเนินงานให้ครอบธุรกิจขององค์กรมากขึ้น

การจัดหาในท้องถิ่น

ปตท. สนับสนุนการจัดหาสินค้าและบริการจากผู้ค้าในท้องถิ่น (ท้องถิ่น หมายถึง การจัดหาภายในประเทศไทย) ตลอดจนส่งเสริมให้มีการจัดหาสินค้าจากพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่เป็นหลัก เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ สร้างงาน และรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ มีข้อได้เปรียบในแง่ของต้นทุนที่ต่ำกว่า และการขนส่งที่รวดเร็วกว่า ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน ส่งผลให้องค์กรได้รับความไว้วางใจจากชุมชนในการดำเนินการ นอกจากนี้ ปตท. ยังส่งเสริมให้ผู้ค้าดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ตลอดจนจัดหาสินค้าและบริการในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนของสินค้าอีกด้วย




ผลการดำเนินงาน

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

แผนงานเป้าหมายปี 2561ผลการดำเนินงานปี 2561เป้าหมายปี 2562
การตรวจประเมินในพื้นที่ ตรวจประเมินผู้ค้าประเภทปิโตรเลียม 13 รายและตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น ร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม critical ในปีนั้น

ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น ร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม critical

สำหรับการตรวจประเมินผู้ค้าประเภทปิโตรเลียม จัดทำในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ซึ่งอยู่ภายใต้บริษัท PTTOR จึงไม่มีการตรวจประเมินโดย ปตท. ในปี 2561

ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น ร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม critical

ปตท. ไม่มีเป้าหมายในการตรวจประเมินผู้ค้าประเภทปิโตรเลียมเนื่องจาก ปตท. ไม่ได้ดำเนินธุรกิจน้ำมันแล้ว

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

บริหารจัดการสายโซ่อุปทานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ความพึงพอใจลูกค้าเเละลดผลกระทบ

สิ่งเเวดล้อม คิดเป็นจำนวน 65 ล้านบาท

บริหารจัดการสายโซ่อุปทานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ความพึงพอใจลูกค้า เเละลดผลกระทบ

สิ่งเเวดล้อม คิดเป็นจำนวน 315 ล้านบาทจากกลุ่มสินค้าและบริการอื่น และ 1,102 ล้านบาทจากกลุ่มปิโตรเลียม

บริหารจัดการสายโซ่อุปทานเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ความพึงพอใจลูกค้า เเละลดผลกระทบ

สิ่งเเวดล้อม คิดเป็นจำนวน 175 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายลดลงเนื่องจากได้แยกขอบเขตหน่วยธุรกิจน้ำมันออกไปแล้ว

การดำเนินการจัดหาสินค้า เเละบริการที่มีความต้องการตรงกันใน ปตท. เเละบริษัทในกลุ่ม ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 5 ของมูลค่า ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 12.75 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 12 ของมูลค่าการใช้จ่าย
ผู้ค้าสินค้าเเละบริการอื่น
ความพึงพอใจ ปี 2561 ร้อยละ 85 ร้อยละ 86 ร้อยละ 87

การจัดหาสินค้าเเละบริการในท้องถิ่น

2559256025612562
เป้าหมาย 95% › 95% › 95% › 98%
ผลการดำเนินงาน 95% 95% 98%

การลดอุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ขั้นร้ายเเรง

เป้าหมายระยะยาว: ลดอุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ขั้นร้ายเเรง​ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2566

2559256025612562
เป้าหมาย 0.05 ครั้งต่อ 1 ล้านกิโลเมตร 0.05 ครั้งต่อ 1 ล้านกิโลเมตร 0.05 ครั้งต่อ 1 ล้านกิโลเมตร 0.05 ครั้งต่อ 1 ล้านกิโลเมตร
ผลการดำเนินงาน 0.07 ครั้งต่อ 1 ล้านกิโลเมตร 0.05 ครั้งต่อ 1 ล้านกิโลเมตร 0.04 ครั้งต่อ 1 ล้านกิโลเมตร

ความพึงพอใจของผู้ค้าต่อการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานจัดหา

2559256025612562
เป้าหมาย 85% 85% 85% 85%
ผลการดำเนินงาน 87.03% 83.96% 85.84%

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง


จำนวนผู้ค้าระดับที่ 1

graphic

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง (พันล้านบาท)

graphic

โครงการบริหารจัดการ Inventory ของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน (B100)

ปี 2561 ปตท. ได้ให้ความสนับสนุนความยั่งยืนตลอดสายโซ่อุปทาน ด้วยการสนับสนุนนโยบายภาครัฐในด้านพลังงานทางเลือก ด้วยการจัดการโครงการบริหารจัดการ Inventory ของไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรดไขมัน (B100) เพื่อเป็นการช่วยรักษาเสถียรภาพตลาดปาล์มน้ำมัน ช่วยลดผลกระทบต่อเกษตรกร ในสถานการณ์ที่วัตถุดิบล้นตลาด เป็นการช่วยเหลือผู้ค้าให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ตอบสนองนโยบาย Pride and Treasure ขององค์กร

โครงการ Logistics improvement for U-TA-PAO

ปตท. ได้พัฒนาขีดความสามารถในการขนส่งทางรถ ร่วมกับการสนับสนุนจากโรงกลั่น PTTGC ในการจัดส่งน้ำมันอากาศยานไปยังท่าอากาศยานอู่ตะเภา ทดแทนการส่งน้ำมันจากถังน้ำมันลำลูกกา จ.ปทุมธานี ทำให้สามารถลดต้นทุนการจัดส่ง และทำให้การบริการจัดการด้านโลจิสติกส์มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการปลายทางได้ โดยหลังจากการดำเนินโครงการดังกล่าว สามารถลดต้นทุนการจัดส่งได้ ประมาณ 21 ล้านบาทต่อปี


การจัดหาพัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปตท. แสดงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมการจัดหาสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแผนการส่งเสริมของภาครัฐ โดยจัดทำคู่มือเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยงานจัดซื้อจัดจ้างทั้งสิ้น 12 หมวด เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ นำเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมไปประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ควบคู่ไปกับการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับคู่ค้าและพนักงาน เช่น งานสัมมนาคู่ค้า การประชาสัมพันธ์ตัวอย่างข้อกำหนดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การให้ความรู้เกี่ยวกับฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ในปี 2561 ปตท. ได้ส่งเสริมและผลักดันโรงคั่วกาแฟค่าเฟ่อเมซอน ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท. และผู้ค้าให้ดำเนินงานตามเกณฑ์อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ได้จำนวน 10 บริษัท


การกำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท.

ปตท.ให้ความสำคัญกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ เพื่อให้ความมั่นใจกับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยในปี 2561 คณะกรรมการจัดการของ ปตท. (PTTMC) ได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง (คตจ.) เพื่อดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างเชิงพาณิชย์ประเภท Non-Hydrocarbon ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คตจ. ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติด้านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างเชิงพาณิชย์ประเภท Non-Hydrocarbon ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันภายในองค์กร ส่งผลให้เกิดความร่วมมือเพื่อปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเป็นมาตรฐานเดียวกัน อันนำไปสู่การเป็นองค์กรแห่งความโปร่งใสตามกลยุทธ์ ‘PTT Pride & Treasure of Thailand’


การเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานจัดหา

ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินการทบทวนและวางแผนการพัฒนาพนักงานในสายอาชีพจัดหาเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2561 ปตท. ได้สื่อความนโยบายการจัดหาและบริหารงานผู้ค้าอย่างยั่งยืนกลุ่ม ปตท. รวมถึงการใช้เครื่องมือในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้กับพนักงานจัดหา หน่วยงานผู้ใช้ และผู้ค้ารับทราบ เพื่อให้สามารถดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร นอกจากนี้ ปตท. ยังมุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างศักยภาพพนักงานให้สามารถประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับการทำงานจัดหาได้อย่างเชี่ยวชาญ ซึ่ง ปตท. พัฒนาขึ้นเพื่อให้กระบวนการจัดหาสินค้าและบริการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ มีความคล่องตัว และลดระยะเวลาการทำงาน ทั้งยังสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานยิ่งขึ้น