ความยั่งยืน

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน

ความยั่งยืน

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทาน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน





โอกาสและความท้าทาย

ปตท. บริหารจัดการสายโซ่อุปทานอย่างยั่งยืนผ่านนโยบายการจัดหาและบริหารงานผู้ค้าอย่างยั่งยืน กลุ่ม ปตท. เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสการดำเนินธุรกิจร่วมกับผู้ค้าทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล โดยปัจจุบันการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท. อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง และการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุของหน่วยงานของรัฐ ต้องก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่หน่วยงาน ด้วยความโปร่งใส มีประสิทธิภาพประสิทธิผล สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนั้นอีกหนึ่งความท้าทายของการจัดซื้อจัดจ้างคือการสนับสนุนนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล ที่ผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ตอบสนองต่อการดำเนินธุรกิจด้วยความคล่องตัวและรวดเร็ว ผนวกกับกลยุทธ์ของ ปตท. ที่มุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานจึงต้องพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานเพื่อให้บริหารจัดการการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน


แนวทางการจัดการ

การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานGRI102-9

ปตท. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการสายโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลที่อาจเกิดขึ้นตลอดสายโซอุปทาน โดย ปตท. ตระหนักดีว่าผลการดำเนินงานของการบริหารจัดการนี้สามารถส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น ปตท. มีความมุ่งมั่นปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานภายในสายโซ่อุปทานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

ปตท. แบ่งการจัดการสายโซ่อุปทานเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับส่วนกลางและระดับธุรกิจ โดยระดับส่วนกลาง รับผิดชอบดูแลการจัดหาสินค้าและการจัดจ้างการบริการทั่วไป รวมทั้งกำกับดูแลและส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มของบริษัทในกลุ่ม สำหรับระดับธุรกิจ รับผิดชอบการจัดหาสินค้าโดยแบ่งตามความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ การจัดหาสินค้าประเภทปิโตรเลียม หรือสินค้าที่ใช้ในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการซื้อขายสูง ได้แก่ วัตถุดิบตั้งต้นสำหรับการกลั่น การค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประเภทอื่น ๆ


แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า

ปตท. กำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า โดยมีเนื้อหาและขอบเขตของแนวทางการปฏิบัติสอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้จัดทำทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีผลบังคับใช้กับผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ในวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และ/หรือ งานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ค้าที่ต้องการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ค้ากับ ปตท. นอกจากนี้ ปตท. ได้กำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมและการบริหารจัดการผู้ค้า เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงาน แนวทางการปฏิบัติที่เหมาะสม และความรู้ด้านนโยบายการจัดหาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนกับผู้ค้าทั้งหมด โดยมีช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย เช่น งานสัมมนาผู้ค้าประจำปี และเว็บไซต์ เป็นต้น



การประเมินความเสี่ยงของผู้ค้า

ปตท. จัดโครงสร้างทะเบียนผู้ค้าให้เอื้อต่อการบริหารจัดการความเสี่ยงของผู้ค้าอย่างรัดกุม เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน และป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของ ปตท. โดยทำการประเมินความเสี่ยงของผู้ค้ากลุ่มหลัก ตามโครงสร้างทะเบียนผู้ค้า ปตท. ใน 2 มิติ ได้แก่

  • ผู้ค้าที่มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการของผู้ค้า
  • ผู้ค้าที่มีความเสี่ยงต่อการดำเนินงานของ ปตท. เช่น มูลค่าการจัดหาหลักของ ปตท. การจัดหาสินค้า/บริการหลักของ ปตท. และการจัดหาสินค้า/บริการที่ไม่สามารถทดแทนกันได้ เป็นต้น

ผลการประเมิน


ผลการประเมินระดับความเสี่ยงกลุ่มงานสินค้าและบริการของ ปตท. เป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การบริหารกลุ่มงานผู้ค้าและแนวทางการบริหารจัดการผู้ค้าแตกต่างกัน โดยแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

ระดับการบริหารกลุ่มงานผู้ค้าความหมายกลยุทธ์ในการบริหารจัดการเครื่องมือในการบริหารจัดการ
1. Critical/Strategic กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดผลกระทบในระดับรุนแรงต่อผู้ค้าเองและต่อชุมชนโดยรอบ ซึ่งจะส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อผู้ซื้อทั้งทางด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร พัฒนาความสัมพันธ์และพลังร่วมทางธุรกิจในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกันและสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.
    (PTT Suppliers Sustainable Code of Conduct: SSCoC)
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม สำหรับกลุ่มงาน Critical/ Strategic
  • แบบประเมินศักยภาพด้านความยั่งยืน
    (Sustainability Performance Assessment)
  • การทวนสอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของผู้ค้า
  • การบริหารจัดการความสัมพันธ์ผู้ค้า
  • การเสริมสร้างศักยภาพผู้ค้า
2. Key กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานที่ผลิตภัณฑ์กระจายไปสู่ผู้บริโภค ซึ่งมีผลกระทบสูงต่อผู้ซื้อทั้งด้านธุรกิจและภาพลักษณ์องค์กร พัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย/ความเสี่ยง และรักษาระดับการแข่งขัน
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.
    (PTT Suppliers Sustainable Code of Conduct: SSCoC))
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไป
3. Manage / Routine กลุ่มผู้ค้าที่มีกิจกรรมการดำเนินงานส่วนใหญ่ในเชิงปฏิบัติการ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อชุมชนหรือบริเวณใกล้เคียง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยถึงปานกลางต่อผู้ซื้อ รักษาความสัมพันธ์ตามผลการดำเนินงาน และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงตามความต้องการของลูกค้า
  • แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.
    (Sustainability Performance Assessment)
  • ข้อกำหนดด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มงานทั่วไป

โดย การบริหารจัดการความเสี่ยงในสายโซ่อุปทาน กลุ่ม ปตท. ดำเนินการตามแผนบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน และภาวะวิกฤตของกลุ่ม ปตท. และแผนบริหารจัดการภาวะวิกฤตและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management: BCM) ผ่านศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน/ภาวะวิกฤติและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ การซ้อมแผน BCM ร่วมกันเป็นประจำทุกปี ระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอกองค์กร การบริหารจัดการหลังเกิดเหตุ และการกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวมทั้งมีการตรวจติดตามแผน BCM จากหน่วยงานภายนอกเพื่อติดตาม/ทบทวนให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์

สำหรับการลดความเสี่ยงด้านการขาดแคลนพลังงานของประเทศ   ปตท. มีการประยุกต์ใช้หลักการ BCM และร่วมซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินกับกระทรวงพลังงานอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยปี 2562 ได้มีการซ้อมแผนสำหรับเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณตะวันออกกลาง ซึ่งมีความเสี่ยงให้เกิดกรณีที่ประเทศไทยไม่สามารถนำเข้าน้ำมันดิบ โดยเป็นปฏิบัติการในรูปแบบเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ และในปี 2563 ปตท. ได้ร่วมซ้อมแผนรองรับเหตุฉุกเฉินด้านพลังงาน ระดับจังหวัด ซึ่งเป็นการจำลองเหตุการณ์กรณีเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่จังหวัดลำปาง ส่งผลให้โรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่สามารถผลิตและจ่ายไฟไปยังพื้นที่ 5 จังหวัดภาคเหนือ รวมถึงซ้อมแผนด้านกระบวนการการสั่งการจากผู้บริหารและการรายงานการแก้ไขสถานการณ์ รวมถึงแนวทางในการให้ข่าวต่อสื่อมวลชน สำหรับเหตุการณ์เกิดเหตุขัดข้องที่อุปกรณ์ผสมคุณภาพก๊าซฯ หรือ Common Header ซึ่งเป็นอุปกรณ์ผสมคุณภาพก๊าซฯ จากอ่าวไทยและ LNG จังหวัดระยอง จากเหตุแผ่นดินทรุดตัว

ทั้งนี้ สถานการณ์จำลองข้างต้นส่งผลกระทบต่อสายโซ่คุณค่าก๊าซธรรมชาติและปิโตรเคมี ซึ่ง ปตท. มีการเชื่อมต่อกับศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉินและบริหารความต่อเนื่องของกระทรวงพลังงานและหลายกลุ่มธุรกิจ รวมถึง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในกระบวนการจัดการภาวะวิกฤต การสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงการบริหารจัดการด้านต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ปตท. จะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สอดคล้องกับพันธกิจในการดูแลผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน 


การบริหารจัดการผู้ค้า

ปตท. จัดทำมาตรการบริหารจัดการผู้ค้า เพื่อให้การดำเนินงานของผู้ค้าเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถตอบสนองความต้องการสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น บรรลุเป้าหมาย สามารถรักษาคุณภาพของสินค้าและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและ ปตท. รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความตระหนักถึงจุดยืนขององค์กรด้านความยั่งยืนแก่ผู้ค้า

ปตท. กำหนดมาตรฐานการคัดเลือก ประเมิน และตรวจสอบผู้ค้าอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ยึดหลักความยั่งยืนทางธุรกิจ ความน่าเชื่อถือของผู้ค้า รวมถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของ ปตท. โดยการบริหารจัดการผู้ค้าประกอบด้วย การจัดทำทะเบียนผู้ค้า เพื่อคัดเลือกผู้ค้าที่มีศักยภาพร่วมธุรกิจโดยใช้แบบสอบถามประเมินศักยภาพของผู้ค้า ทั้งคุณสมบัติทางการค้า เทคนิค คุณภาพ ความพร้อมของการบริการ กำลังการผลิต การขนส่ง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานอุตสาหกรรม ผู้ค้าต้องดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. ได้ โดยผู้ค้าที่ได้คะแนนประเมินไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จะไม่ได้รับการอนุมัติให้อยู่ในทะเบียนผู้ค้า ซึ่งการบริหารจัดการทะเบียนผู้ค้าอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการคัดเลือกผู้ค้าและคณะทำงานทะเบียนผู้ค้า นอกจากนี้ ปตท. ได้เพิ่มเติมเงื่อนไขต่าง ๆ ในข้อกำหนด สำหรับงานจัดหาทุกงานเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้าดำเนินงานตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจของผู้ค้า และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและปตท. จึงได้มีการจัดงานสัมมนาผู้ค้าขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อสื่อความนโยบาย ทิศทางและแนวทางการดำเนินงานธุรกิจ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็นระหว่างผู้ค้าและปตท. รวมทั้งได้มีการสำรวจความพึงพอใจของผู้ค้าในการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารสัญญาทุกครั้งหลังกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเมื่อสิ้นสุดกระบวนการบริหารสัญญา เพื่อนำผลสำรวจมาปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจให้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน


ระดับส่วนกลาง

ปตท. กำหนดมาตรฐานการคัดเลือก ประเมิน และตรวจสอบผู้ค้าอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ยึดหลักความยั่งยืนทางธุรกิจ ความน่าเชื่อถือของผู้ค้า รวมถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของ ปตท. โดยการบริหารจัดการผู้ค้าประกอบด้วย การจัดทำทะเบียนผู้ค้า เพื่อคัดเลือกผู้ค้าที่มีศักยภาพร่วมธุรกิจโดยใช้แบบสอบถามประเมินศักยภาพของผู้ค้า ทั้งคุณสมบัติทางการค้า เทคนิค คุณภาพ ความพร้อมของการบริการ กำลังการผลิต การขนส่ง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม มาตรฐานอุตสาหกรรม ผู้ค้าต้องสามารที่จะดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท. ได้ โดยผู้ค้าที่ได้คะแนนประเมินไม่ผ่านตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จะไม่ได้รับการอนุมัติให้อยู่ในทะเบียนผู้ค้า ซึ่งโดยการบริหารจัดการทะเบียนผู้ค้าอยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการคัดเลือกผู้ค้าและคณะทำงานทะเบียนผู้ค้า นอกจากนี้ ปตท. ได้เพิ่มเติมเงื่อนไขต่าง ๆ ในข้อกำหนด สำหรับงานจัดหาทุกงานเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ค้าดำเนินงานตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจของผู้ค้า และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและ ปตท. จึงได้มีการจัดงานสัมมนาผู้ค้าขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อสื่อความนโยบาย ทิศทางและแนวทางการดำเนินงานธุรกิจ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อคิดเห็นระหว่างผู้ค้าและ ปตท. รวมทั้งได้มีการสำรวจความพึงพอใจของผู้ค้าในการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารสัญญาทุกครั้งหลังกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเมื่อสิ้นสุดกระบวนการบริหารสัญญา เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจให้ให้เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน


ระดับธุรกิจ

ปตท. กำหนดกลยุทธ์การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซปิโตรเลียมเหลว โดยเน้นคุณภาพและปริมาณส่งมอบที่ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการดำเนินงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ทั้งในส่วนของ ปตท. และผู้ค้า รวมทั้งสนับสนุนส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มในภาพรวมของบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานการจัดหาน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซปิโตรเลียมเหลว

นอกจากนี้ ในการจัดทำสัญญาซื้อขายระยะสั้นและระยะยาว รวมถึงขั้นตอนการดำเนินงานที่ระบุปริมาณการซื้อขายและช่วงเวลาส่งมอบล่วงหน้ากับผู้ค้ากลุ่มโรงกลั่น จะมีข้อกำหนดด้านการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม และการดำเนินงานที่เป็นเลิศรวมอยู่ในสัญญาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจัยด้านจริยธรรมทางธุรกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม (ESG) ถือเป็นหนึ่งในเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับการคัดเลือกเชิงปริมาณหรือคุณภาพของผู้ค้า ทั้งกลุ่มในสัญญาที่มีอยู่เดิมและสัญญาใหม่ การประเมินนี้สอดคล้องตามแผนกลยุทธ์การบริหารจัดการสายโซ่อุปทานของ ปตท. ประกอบด้วย ด้านคุณภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และชุมชน

การประเมินการดำเนินงานของผู้ค้าอย่างยั่งยืน

ปตท. มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้า เพื่อประเมินประสิทธิภาพการดำเนินงานและความเสี่ยง กำหนดแผนการแก้ไข ประเมินผลภายหลังดำเนินการแก้ไขตามแผนร่วมกัน โดยคำนึงถึงคุณภาพ ปริมาณ ความปลอดภัยในการผลิตและส่งมอบ ข้อกำหนดเบื้องต้นของ ปตท. รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายด้านแรงงาน กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายด้านความปลอดภัย เป็นต้น มาตรฐานการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO 9001 ISO 14001 ISO45001 เป็นต้น และการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านคอร์รัปชัน

ปตท. กำหนดแผนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน โดยในปี 2563 มีการดำเนินการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าที่มีระดับความเสี่ยงสูงตามการประเมินความเสี่ยงจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล ร่วมกับการวิเคราะห์มูลค่าการใช้จ่ายต่อปี จำนวน 10 ราย โดย ปตท.ได้ดำเนินการตามแผนการตรวจสอบและประเมินตามที่กำหนดไว้ครบถ้วน คิดเป็นร้อยละ 100 ของแผนงานประจำปี ทั้งนี้ในการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน (ESG) พบว่ามีผู้ค้าที่ผ่านเกณฑ์ตามที่ ปตท. กำหนด โดยได้รับผลการประเมินมากกว่าหรือเท่ากับ 2.5 จากคะแนนเต็ม 4 มีจำนวนทั้งสิ้น 10 ราย 

*หมายเหตุ:

เกณฑ์การตรวจประเมินผู้ค้าด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน ESG มีคะแนนเต็ม 4 คะแนน ผู้ค้าต้องได้รับคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 2.5 จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์



ระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา 

ปตท. พัฒนาระบบจัดการความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) สำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารการดำเนินงาน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่ 

  • การผนวกเกณฑ์การคัดเลือกด้าน SSHE เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง
  • การระบุและประเมินความเสี่ยงด้าน SSHE ของผู้รับเหมา การกำหนดภาระความรับผิดชอบด้าน SSHE ที่อาจจะเกิดขึ้น แนวทางการควบคุมและดำเนินงาน การรายงานประสิทธิผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมาตามที่กำหนด
  • การพัฒนาโครงการผลักดันให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของการจัดการ SSHE สำหรับผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้น เช่น ระบบการประเมินผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมาในช่วงการซ่อมใหญ่ การอบรมให้ความรู้ SSHE กับผู้รับเหมาในงานที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ระบบข้อเสนอแนะด้าน SSHE สำหรับผู้รับเหมา เป็นต้น
  • การสื่อสารความคาดหวังด้าน SSHE ต่อผู้รับเหมาผ่านหลายช่องทาง เพื่อให้ผู้รับเหมาตระหนัก พัฒนาตนเอง และเตรียมพร้อมอยู่เสมอที่จะตอบสนองความต้องการของ ปตท.
  • การสนับสนุนผู้รับเหมาให้มีการปรับปรุงพัฒนาด้าน SSHE เพื่อให้มีมาตรฐานการดำเนินการตามที่ ปตท. คาดหวัง

นอกจากนี้ ปตท. มีระบบการปฏิบัติสู่ความเป็นเลิศกลุ่ม ปตท. (Operational Excellence) ซึ่งครอบคลุม ระบบการบริหารผู้ค้าและผู้รับเหมา (Management of Contractor and Supplier) เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าและบริการที่ผู้ค้าและผู้รับเหมาส่งมอบจะเป็นไปตามเงื่อนไขในสัญญา กฎระเบียบ นโยบาย มาตรฐาน และวัตถุประสงค์ทางธุรกิจที่ ปตท. ได้กำหนดไว้ เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรและยังคงความสามารถในการแข่งขันเชิงเศรษฐศาสตร์ ตลอดจนมีการบริหารพัสดุคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพียงพอในการสนับสนุนการปฏิบัติการ

  • การกำหนดเป้าหมายควบคุมอุบัติเหตุรถยนต์และการขนส่ง โดยมุ่งมั่นลดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรงของรถขนส่งผลิตภัณฑ์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2563 และการจัดทำแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ซึ่งประกอบด้วย การสุ่มตรวจสอบรถขนส่งผลิตภัณฑ์ตามแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่ง การนำเทคโนโลยี IVMS (In-Vehicle Monitoring System) ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดและระบบจีพีเอส มาใช้ในการป้องปรามและควบคุมพฤติกรรมพนักงานขับรถให้มีการขับขี่อย่างปลอดภัยและเก็บข้อมูลสถิติและวิเคราะห์การเกิดอุบัติเหตุรถขนส่ง การสอบสวนอุบัติเหตุรถยนต์และรถขนส่งกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงทุกกรณีเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และกำหนดแนวทางป้องกันการเกิดซ้ำ การสื่อความและจัดอบรมแนวทางการบริหารจัดการรถขนส่งผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบและนำไปปฏิบัติ โดยสนับสนุนการอบรมหลักสูตรการขับรถเชิงป้องกันอุบัติเหตุ
  • การจัดทำคู่มือการบริหารความปลอดภัยผู้รับเหมา ปตท. เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารความปลอดภัยของผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานภายในพื้นที่ของ ปตท.

การสนับสนุนความโปร่งใสตลอดสายโซ่อุปทาน

ปตท. เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างขององค์กรเป็นรายเดือน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก เป็นการตอบสนองการดำเนินกลยุทธ์ด้าน Transparency & Sustainability ในการเป็นองค์กรที่โปร่งใส โดย ปตท. ปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง กำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับผลการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐเป็นข้อมูลที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 และได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริต นโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องและแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้ประสบความสำเร็จ โดยกรณีโครงการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ 2563 ที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไปหรือโครงการก่อสร้างที่มีงบประมาณตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป เช่น โครงการสถานีเพิ่มความดันก๊าซธรรมชาติวังน้อย และโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 เป็นต้น ปตท. ได้เสนอโครงการดังกล่าวต่อกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาคัดเลือกเข้าร่วมโครงการความร่วมมือป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และดำเนินการจัดทำข้อตกลงคุณธรรม (Integrity Pact) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้โดยประกาศคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (ค.ป.ท.) เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของ ปตท. ที่ดำเนินงานอย่างโปร่งใส

ทั้งนี้ ปตท. จะได้รับการตรวจประเมินการเปิดเผยข้อมูลขององค์กรเป็นประจำทุกปี โดยเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างเกณฑ์การคัดเลือกผู้ค้า และข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง 5 โครงการสูงสุดประจำปี เป็นต้น

การจัดหาในท้องถิ่น

ปตท. สนับสนุนการจัดหาสินค้าและบริการจากผู้ค้าในท้องถิ่น (ท้องถิ่น หมายถึง การจัดหาภายในประเทศไทย) ตลอดจนส่งเสริมให้มีการจัดหาสินค้าจากพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่เป็นหลัก เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ สร้างงาน และรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ มีข้อได้เปรียบในแง่ของต้นทุนที่ต่ำกว่า และการขนส่งที่รวดเร็วกว่า ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของ ปตท. ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน ส่งผลให้องค์กรได้รับความไว้วางใจจากชุมชนในการดำเนินการ นอกจากนี้ ปตท. ยังส่งเสริมให้ผู้ค้าดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน ตลอดจนจัดหาสินค้าและบริการในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนของสินค้าอีกด้วย


ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงานGRI308-1, GRI414-1
แผนงานเป้าหมายปี 2563ผลการดำเนินงานปี 2563เป้าหมายระยะยาว
การตรวจประเมินแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้าในกลุ่ม Critical/ Strategic ในพื้นที่ ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น ร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม Critical/ Strategic ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

ตรวจประเมินผู้ค้าสินค้าและบริการอื่น จำนวน 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 100 ของผู้ค้ากลุ่ม Critical ที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้

  • ผู้ค้ากลุ่ม Critical/Strategic (สูงสุดร้อยละ 80) สามารถพัฒนาตนเองและดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน 
การบริหารการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืนตามมาตรฐาน ISO 20400

บูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (ISO 20400) อย่างน้อย 3 กลุ่มงาน

ดำเนินการบูรณาการความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างบริษัทในกลุ่ม ปตท. ตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน (ISO 20400) 3 กลุ่มงาน ได้แก่
1. กลุ่ม Chemical
2. กลุ่ม Maintenance, Repairing and Operating
3. กลุ่ม Service

การจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันระหว่างกลุ่ม ปตท. สามารถดำเนินการได้ตามแนวทาง ISO20400 และเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด

การดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการที่มีความต้องการจัดหาร่วมกันภายในกลุ่ม ปตท. ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 15 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ  25.13 ของมูลค่าการใช้จ่าย ดำเนินการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าเพิ่มได้ร้อยละ 18 ของมูลค่าการใช้จ่าย
ความพึงพอใจของผู้ค้า ต่อการสื่อสารทิศทางการดำเนินงานของ ปตท. เพื่อสร้างความเข้าใจในการดำเนินงานและระบบจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท.ผ่านงานสัมมนาผู้ค้า คะแนนความพึงพอใจ 4.5 จากคะแนนเต็ม 5.0 คะแนนความพึงพอใจ 4.34 จากคะแนนเต็ม 5.0 เนื่องจากสถานะการของการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด 19 จึงเป็นการจัดงานแบบ Online ทำให้ผู้ค้าไม่ได้ปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด และปัญหาของระบบการใช้งาน Online จึงส่งผลต่อความพึงพอใจเล็กน้อย คะแนนความพึงพอใจ 4.5 จากคะแนนเต็ม 5.0
ร้อยละของผู้ค้าใหม่

ร้อยละ 100 ผู้ค้าใหม่ ผ่านการคัดเลือกด้วยเกณฑ์การประเมินผู้ค้าด้านการดำเนินงานอย่างยั่งยืน (Environment, Social and Governance: ESG)

ร้อยละของผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ร้อยละ 100 ผู้ค้าที่ทำสัญญากับ ปตท. ในวงเงินตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป และ/ หรืองานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ค้าที่ต้องการขึ้นทะเบียนผู้ค้ากับ ปตท. ได้ลงนามรับทราบและปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.

การจัดหาสินค้าเเละบริการในท้องถิ่น



การลดอุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ขั้นร้ายเเรง

เป้าหมายระยะยาว: ลดอุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ขั้นร้ายเเรง​ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2566



ความพึงพอใจของผู้ค้าต่อการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานจัดหา



การวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างปี 2558 - 2563

การจัดซื้อจัดจ้่างระหว่างปี

2558 - 2560

2559 - 2561

2560 - 2562

2561 - 2563

จำนวนคู่ค้า (ราย) คู่ค้าระดับที่ 1 4,676 3,046 4,690 2,852
คู่ค้าหลักระดับที่ 1 18 56 26 25
คู่ค้าหลักที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทโดยตรง NA 8 8 11

มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้าง (พันล้าน)

36,103,687,850.70 78,193,775,704.64 110,088,087,255.00 49,886,224,074.68


การจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปตท. ได้ประกาศนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (PTT Green Procurement) ตามนโยบายของภาครัฐ โดยผู้ค้าที่ได้รับการคัดเลือกจากการเสนอราคาสามารถรายงานข้อมูลการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Product) ในการดำเนินงานให้กับ ปตท. ผ่านระบบ PTT Vendor Management ที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งระบบดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูลปริมาณการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของ ปตท. (Green Spending) จากผู้ค้า โดยในปี 2563 มีจำนวนงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมทั้งสิ้น 39 งาน คิดเป็นมูลค่าการจัดหารวมทั้งสิ้น 68 ล้านบาท

การจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน

ปตท. และกลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญกับการลดความเสี่ยงในการจัดหาสินค้า/ บริการและสร้างความมั่นใจในการให้บริการของผู้ค้า ตลอดจนการผลักดันให้กลุ่ม ปตท. มีการจัดซื้ออย่างยั่งยืนตามมาตรฐานสากล ในปี 2563 ปตท. ได้ผ่านการทวนสอบการดำเนินงานตามแนวทางการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน ISO20400:2017 Sustainable Procurement จากสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ในขอบข่ายการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันของบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยในปี 2563  ปตท. ได้เริ่มทดลองใช้เกณฑ์ตามมาตรฐาน ISO20400:2017 กับการจัดหาสินค้าและบริการร่วมกันของบริษัทในกลุ่ม ปตท. จำนวน 3 กลุ่มงาน


การกำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท. 

ปตท. ให้ความสำคัญกับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เกิดความคุ้มค่า โปร่งใส มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และตรวจสอบได้ เพื่อให้ความมั่นใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง (คตจ.) เพื่อดูแลและตรวจสอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างเชิงพาณิชย์ประเภท Non-Hydrocarbon ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อกำหนด หลักเกณฑ์ และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ คตจ. ยังให้คำปรึกษาเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติด้านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและการจัดซื้อจัดจ้างเชิงพาณิชย์ประเภท Non-Hydrocarbon ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันภายในองค์กร ส่งผลให้เกิดความร่วมมือในการปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


การเสริมสร้างศักยภาพของพนักงานจัดหา 

ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินการทบทวนและวางแผนการพัฒนาพนักงานในสายอาชีพจัดหาเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพพนักงานให้สามารถประยุกต์ใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกับการทำงานจัดหาได้อย่างเชี่ยวชาญภายใต้โครงการ Digital Procurement ซึ่ง ปตท. พัฒนาขึ้นเพื่อให้กระบวนการจัดหาสินค้าและบริการดำเนินงานได้อย่างเป็นระบบ มีความคล่องตัว และลดระยะเวลาการทำงาน เพื่อสร้างประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการทำงานของพนักงานให้มากยิ่งขึ้น

โครงการ Digital Procurement

ปตท. นำเทคโนโลยีมาปรับปรุงกระบวนการและขั้นตอนงานจัดซื้อจัดจ้าง ตั้งแต่การจัดทำฐานข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภายใน การจัดทำคำขอซื้อขอจ้าง การจัดทำข้อกำหนด การคัดเลือกผู้ค้า การจัดทำใบสั่งและสัญญา การบริหารสัญญา การตรวจรับ การวางบิล การชำระเงิน รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ค้า และการรับฟังความพึงพอใจในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ ปตท. โดยในปี 2563 ปตท. นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้า บน Procurement Website ที่ได้รวมช่องทางการเข้าถึงข้อมูลงานจัดซื้อจัดจ้างของผู้ค้าและผู้ที่สนใจ จากเดิมที่แสดงข้อมูลในหัวข้อ โอกาสทางธุรกิจ ในเว็บไซต์ ปตท. www.pttplc.com และระบบ PTT Vendor Management เข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ผู้ค้า ในการดำเนินธุรกรรมกับ ปตท. ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผู้ค้าสามารถวางหลักประกันสัญญาผ่านระบบ PTT Electronic Bank Guarantee (PTT e-BG) ด้วยการวางหนังสือค้ำประกันธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน โดยใช้เวลาการจัดทำหลักประกันจนถึง ปตท.รับหลักประกันจนแล้วเสร็จ เพียง 1 วันเท่านั้น รวมทั้งหากเป็นการคืนหลักประกันผ่านระบบ PTT e-BG ประเภทหนังสือค้ำประกันธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ผ่านบล็อกเชน สามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 วัน เช่นกัน ส่งผลให้ผู้ค้าประหยัดเวลาในการทำธุรกรรม เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสัญญาทั้งในส่วนของผู้ค้าและ ปตท.

การสื่อสารการดำเนินงานสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ระหว่าง ปตท. กับผู้ค้า และพัฒนาศักยภาพของผู้ค้าให้พร้อมสนับสนุน ปตท. ในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล รวมทั้งความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ปตท. จึงได้มีการจัดงานสัมมนาผู้ค้าเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2563 ได้มีการจัดงานรวมจำนวนทั้งสิ้น 3 ครั้ง เพื่อสื่อความภาพรวมโดยส่วนกลาง 1 ครั้ง และแยกตามหน่วยธุรกิจ 2 ครั้ง ซึ่งเป็นการจัดในรูปแบบ Online ด้วยการนำเทคโนโลยี Teleconference มาใช้ ควบคู่กับการจัดพื้นที่ให้มีการเว้นระยะห่างระหว่างกัน โดยการสื่อความในภาพรวมโดยส่วนกลางที่สำนักงานใหญ่ของ ปตท. ได้สื่อสารถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของ ปตท.  ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบองค์กร (Governance Risk and Compliance; GRC) ของ ปตท. ที่ปราศจากการทุจริต การมีช่องทางการร้องเรียนที่เหมาะสมและเข้าถึงง่าย และการเข้าร่วมเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนในการต่อต้านทุจริต (Thailand’s Private Sector Collective Action Coalition Against Corruption : CAC) ซึ่ง ปตท. ได้รับรองการเป็นสมาชิกในครั้งแรกตั้งแต่ปี 2557 นอกจากนี้ยังมีการสื่อความเรื่องสิทธิมนุษยชนในสายโซ่อุปทาน ที่ประกอบด้วย 6 ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. ได้แก่ 1. สิทธิแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นสภาพการทำงาน เสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง แรงงานที่สมัครใจ และไม่เคยมีการใช้แรงงานภาคบังคับ การบังคับใช้แรงงานเด็ก สภาพการทำงานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ การเลือกปฏิบัติ การล่วงละเมิดและคุกคามทางเพศ และการค้ามนุษย์  2. สิทธิชุมชน 3. ความมั่นคงและปลอดภัย 4. สิ่งแวดล้อม 5. สิทธิผู้บริโภค และ 6. การกำกับดูแลองค์กร ที่ ปตท. คาดหวังให้ผู้ค้ากำหนดนโยบายด้านความยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ถ่ายทอดสู่คู่ค้าและผู้ค้า ลำดับถัด ๆ ไป เพื่อส่งเสริม และยกระดับการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนต่อเนื่องใน Supply Chain ของตนเอง สู่มาตรฐานระดับสากลอย่างยั่งยืน  รวมทั้งได้สื่อสารและให้ความรู้ระบบงานจัดซื้อจัดจ้างใหม่ภายใต้โครงการ Digital Procurement ที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้า เพื่อให้ผู้ค้าสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ดำเนินธุรกรรมกับ ปตท.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนของการสื่อความแยกตามหน่วยธุรกิจ ได้มีการจัดงานสัมมนาผู้ค้าสำหรับผู้ค้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติระยอง เพื่อสื่อสารการพัฒนากระบวนการการดำเนินงานที่ตอบสนองความคาดหวังของผู้ค้า และการจัดงานสัมมนาผู้ค้าของสายงานท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติร่วมกับสายงานก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เพื่อสื่อความถึงการขึ้นทะเบียนผู้ค้า ปตท. (Approved Vendor List: AVL) และการขึ้นทะเบียนรายการวัสดุอุปกรณ์ สายงานระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ (NGR Approved Equipment and Material List: NGR AEML) รวมถึงทิศทางธุรกิจของสายงานก๊าซธรรมชาติในภาพรวม อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อมูลเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้ากับ ปตท. อันจะนำไปสู่การเติบโตในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อไป

การจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันของกลุ่ม ปตท.

ผู้บริหารและพนักงานสายงานจัดหาของ ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. จำนวน 98 คน จาก 27 บริษัท เข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อยกระดับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างร่วมกันของกลุ่ม ปตท. ให้มีความเข้มแข็งและมีทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่โอกาสการจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ลดต้นทุนให้กับกลุ่ม ปตท. และบริหารความเสี่ยงงานจัดซื้อจัดจ้างเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ วิธีการดำเนินงาน ตามกรอบแนวทางการจัดหาอย่างยั่งยืน รวมถึงการร่วมกิจกรรมเพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันดีระหว่างสายงานจัดหาบริษัทในกลุ่ม ปตท. เช่น การเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้าน การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เป็นต้น

การจัดหาก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas: NG)  

การจัดหาก๊าซธรรมชาติ ของ ปตท. แบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ได้แก่
1) กำหนดรายละเอียดและข้อกำหนดในการจัดหาที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ข้อกำหนดกฎหมาย ข้อกำหนดเกี่ยวกับการเปิดให้ใช้หรือเชื่อมต่อระบบท่อส่งก๊าซฯ และข้อกำหนดของ ปตท.
2) การพิจารณาคัดเลือกผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินข้อกำหนดของ ปตท.และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและกลยุทธ์ของ ปตท. รวมถึงประสิทธิภาพและศักยภาพโดยรวมของผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า
3) สื่อสารข้อกำหนดและหลักเกณฑ์ในการจัดหา รวมถึงจัดทำสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ กับผู้ขายก๊าซธรรมชาติ (ผู้ส่งมอบก๊าซฯ)/ คู่ค้า
4) ควบคุมการดำเนินงานของผู้ส่งมอบ/ คู่ค้าผ่านการบริหารสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ
5) พัฒนาผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า โดยการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการประชุม Operation Meeting ทุกเดือน การอบรมและสัมมนาเพื่อเพิ่มช่องทางการสื่อสาร รวมถึงนำความต้องการและความคาดหวัง และข้อร้องเรียนปัญหาคุณภาพก๊าซฯ มาประกอบการพิจารณาให้เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า
6) ประเมินผลการส่งมอบแต่ละครั้ง รวมถึงการประเมินความสามารถในการให้บริการของผู้ส่งมอบ/ คู่ค้า ทุกเดือน และแจ้งให้ปรับปรุงหากผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานหรือมีความผิดปกติ ทั้งนี้ จะมีการประเมินความสามารถในการจัดส่ง (Reliability) ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา เพื่อจัดทำแผนการจัดหาก๊าซธรรมชาติ รวมถึงวางแผนรองรับกรณีผู้ส่งมอบ/ คู่ค้าไม่สามารถดำเนินการจัดส่งได้

การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (Liquefied Natural Gas: LNG)

การจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของ ปตท. มี 2 รูปแบบคือสัญญาระยะยาว และสัญญาระยะสั้น (Spot) โดยกระบวนการจัดหาเริ่มจากการกำหนดรายละเอียดและข้อกำหนดในการจัดหาที่สอดคล้องกับปริมาณและความต้องการของลูกค้า ข้อกำหนดกฎหมาย ข้อกำหนดเกี่ยวกับการให้บริการของ LNG Terminal (TPA Code) และระเบียบ/ ข้อกำหนดของ ปตท. จากนั้นจะมีการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้าให้เป็นไปตามเกณฑ์การประเมินของ ปตท.และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสิทธิภาพและศักยภาพโดยรวมของคู่ค้า จากนั้นจะมีการเจรจาจัดทำสัญญาฯ โดยมีการควบคุมการดำเนินงานของคู่ค้าผ่านการบริหารสัญญา และมีการประเมินผลการส่งมอบแต่ละครั้ง และแจ้งคู่ค้าให้ปรับปรุงหากพบผลการประเมินต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุตามพันธกิจและกลยุทธ์ กระบวนการจัดหา LNG นอกจากจะคำนึงถึงความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศแล้ว ยังต้องมีการพิจารณาเรื่องการเตรียมการเพื่อสร้างความพร้อมสำหรับการรองรับการเปิดเสรีธุรกิจ LNG ที่จะมีการแข่งขันมากขึ้นควบคู่กันไป ทำให้ ปตท. จะต้องมีการบริหารความเสี่ยงของการจัดหาและวางแผนบริหารจัดการ LNG Portfolio ให้ได้ต้นทุนที่เหมาะสม ผ่านการจัดหาทั้งรูปแบบสัญญาระยะยาวและสัญญาระยะสั้น (Spot) เพื่อตอบสนองตามความต้องการก๊าซฯ ของประเทศ