ความยั่งยืน

การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความยั่งยืน

การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กลุ่ม ปตท. เป็นธุรกิจที่อาศัยฟอสซิลเป็นแหล่งหลัก ความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risks and Opportunities) ถือเป็นความเสี่ยงและโอกาสที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งของกลุ่ม ปตท. ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังได้แถลงเจตจำนงในการประชุม Conference of the Parties: COP 21 ณ กรุงปารีส เมื่อปี 2558 ว่าด้วยการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมุ่งมั่นของประเทศ (Intended Nationally Determined Contributions: INDCs) ในทุกภาคส่วนร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 และการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศไทย (Thailand Nationally Appropriate Mitigation Action: Thailand NAMAs) ในภาคพลังงานและการขนส่งให้ได้ร้อยละ 7-20 เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานตามปกติในปี 2563 

เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงและโอกาสอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงสนับสนุนการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ในปี 2561 กลุ่ม ปตท. ได้จัดทำกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. ร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “PTT Group Clean & Green Strategy” โดยเป็นการผนวกกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจของของกลุ่ม ปตท. และในปี 2562 ปตท. ได้กำหนดเป้าหมายในการควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. ให้มีปริมาณไม่เกิน 39.4 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เพื่อให้ ปตท. สามารถกำกับดูแลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทในกลุ่มให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ปตท. และ ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่ม ปตท. แล้ว


กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Clean & Green Strategy)

กลุ่ม ปตท. ได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภายใต้ชื่อ “PTT Group Clean & Green Strategy” ขึ้น โดย ดำเนินการผ่านคณะทำงาน PTT Group Clean & Green Alignment ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทน ของบริษัท ปตท. และ บริษัท Flagship ในกลุ่ม ปตท. รวม 7 บริษัท โดยได้รับการมอบหมายจากผู้บริหารระดับสูง โดยมีจำนวน 21 คน 

รายละเอียด PTT Group Clean & Green Strategy


Strategic Direction ของกลุ่ม ปตท. ตาม PTT Group Clean & Green Strategy ประกอบด้วย
Strategic Directionรายละเอียด
Design Now Define New Clean & Green Business
  • Strategic Investment in Clean & Green
  • Electrification Value Chain
  • Circular Economy in Value Chain
การกำหนดทิศทางธุรกิจของกลุ่ม ปตท. ที่เป็น Clean & Green มากขึ้น ดังนี้
  • การกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุนด้าน Clean & Green (Strategic Investment in Clean & Green)
  • การพัฒนาและลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (Electrification Value Chain)
  • การใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ใน PTT Group Value Chain (Circular Economy in Value Chain)
Decide Now Increase Clean & Green Product Portfolio
  • Increase Renewables, LNG Value Chain/ Limit Coal
  • More Clean & Green Products
  • Induce Carbon Price in Investment Decision Criteria
การเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ที่เป็น Clean & Green ให้มากขึ้น ดังนี้
  • การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นพลังงานทางเลือก ก๊าซธรรมชาติ และการจำกัดการเติบโตของธุรกิจถ่านหิน (Increase Renewables, LNG Value Chain/ Limit Coal)
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สะอาดมากขึ้น(More Clean & Green Products)
  • การนำหลักเกณฑ์ในเรื่อง ราคาคาร์บอน มาใช้ในการพิจารณาการลงทุน (Induce Carbon Price in Investment Decision Criteria)
Do Now Reduce Operational Carbon Footprint
  • GHG Reduction in Operations
  • Circular Economy in Operations
การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการดำเนินงานทางธุรกิจของกลุ่ม ปตท. ดังนี้
  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (GHG Reduction in Operations) เช่น การจัดการประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลด Flare การใช้ประโยชน์จาก Flare การลดการรั่วไหลของมีเทน เป็นต้น
  • การใช้หลักการ เศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในระดับพื้นที่ Operation (Circular Economy in Operations) เช่น การใช้วัสดุ วัตถุดิบ ให้เกิดคุณค่าสูงสุด การหาแนวทางในการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง

กระบวนการในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท.

การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ปตท. มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นไปในแนวทางและมาตรฐานสากล โดยมีกระบวนการ ดังต่อไปนี้ภาพแสดงกระบวนการในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท.


  1. การดำเนินการจัดเก็บข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Risks and Opportunities) เช่น 
    • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งทางตรง ทางอ้อม และทางอ้อมอื่นๆ (Direct and Indirect GHG emission (GHG Emission Scope 1, 2 and 3) เพื่อประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ทั้งจากการดำเนินงานภายใต้การควบคุมของกลุ่ม ปตท. โดยตรง การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการซื้อพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากภายนอก และ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ (GHG Emission from use of sold products) โดยกระบวนการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ กลุ่ม ปตท. ทั้งทางตรง ทางอ้อม และทางอ้อมอื่น ๆ นี้เป็นไปตาม PTT Group GHG Accounting and Reporting Standard โดยจัดกลุ่มกิจกรรมออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ Scope 1, Scope 2, และ Scope 3
      • Scope 1 คือ กิจกรรมที่หน่วยงานภายในกลุ่มปตท. เป็นผู้ดำเนินงานเอง ถือเป็นการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง โดยตัวอย่างของกิจกรรมใน Scope 1 ได้แก่ การเผาไหม้เชื้อเพลิงในหน่วยผลิตของ ปตท. การเผาไหม้เชื้อเพลิงในยานพาหนะของ ปตท. การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการปิโตรเลียม การรั่วไหลของสารทำความเย็น เป็นต้น  
      • Scope 2 คือ กิจกรรมที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยหน่วยงานอื่น ในการผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อน (ในรูปของไอน้ำและน้ำเย็น เป็นต้น) ให้แก่หน่วยงานภายในกลุ่ม ปตท. ตัวอย่างของกิจกรรมในหัวข้อนี้ คือ การเผาไหม้ก๊าซธรรมชาติโดยผู้ผลิตไฟฟ้าภายนอกกลุ่ม ปตท.
      • Scope 3 คือ กิจกรรมที่หน่วยงานภายนอกดำเนินการ แต่เป็นกิจกรรมที่เป็นผลมาจากการดำเนินงานของหน่วยงานภายในกลุ่ม ปตท. เป็นการรายงานที่ไม่อยู่ในบัญชีก๊าซเรือนกระจกที่เป็นภาคบังคับ เช่น กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรม เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์โดยผู้ใช้ขั้นปลาย กิจกรรมประเภท stationary fuel combustion, การใช้ผลิตภัณฑ์โดยผู้ใช้ขั้นปลาย กิจกรรมประเภท mobile fuel combustion, การขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์โดยผู้ให้บริการนอกองค์กร กิจกรรมประเภท mobile fuel combustion, การเดินทางของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของกลุ่ม ปตท. เป็นต้น แต่ข้อมูลตัวเลข GHG Scope 3 ที่เปิดเผยใน Website นี้ จะแสดงเฉพาะการปล่อย GHG ในกิจกรรมการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง ที่ ปตท. และ ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (Use of sold products) ขายเท่านั้น  

        ทั้งนี้สามารถนำข้อมูลนี้มาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
    • รายได้จากผลิตภัณฑ์ (รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (Low Carbon Product & Avoided Emission Product) ในช่วงของการผลิตหรือการให้บริการ และผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) เพื่อวัดผลการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Scope 3 GHG Emission) อันเกิดจากผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการ รวมไปถึงธุรกิจของกลุ่ม ปตท. (GHG Emission from use of sold products)
      • Low Carbon Product หมายถึง ผลิตภัณฑ์ (สินค้าหรือบริการ) ของกลุ่ม ปตท. ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่า ในช่วงของการผลิต หรือการให้บริการ เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ (สินค้าหรือบริการ) อื่นๆ ที่สามารถทำหน้าที่เดียวกัน ตัวอย่างเช่น
        • พลังงาน Renewable Energy เช่น พลังงาน ลม แสงอาทิตย์ น้ำ เป็นต้น
        • Green Building & Green Service: อาคารหรือบริการ ที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในช่วงของการให้บริการ เช่น อาคารที่ได้รับรับรอง LEED ในระดับ Platinum เป็นต้น
        • พลังงานไฟฟ้า ไอน้ำ ที่ผลิตจากระบบ Co- Generation
        • พลังงานจาก Bioenergy
        • Energy Efficient Products: ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากกระบวนการผลิตที่มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยคาร์บอนต่ำกว่า (เช่น ได้รับการรับรองฉลากลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 2%)
        • ผลิตภัณฑ์จาก Cogeneration/ Tri-generation/ Combined Heat and Power
        • ผลิตภัณฑ์จาก Waste Heat Recovery
        • ผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับ ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Reduction Label) จาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (TGO)
    • Avoided Emission Product หมายถึง ผลิตภัณฑ์ (สินค้าหรือบริการ) ของกลุ่ม ปตท. ที่ช่วยให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ (สินค้าหรือบริการ) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในช่วงของการใช้งานทั้งทางตรงและทางอ้อม เมื่อเทียบกับการใช้งานผลิตภัณฑ์ (สินค้าหรือบริการ) อื่นๆ ที่สามารถทำหน้าที่เดียวกัน ตัวอย่างเช่น
      • Gasohol E10, E20, E 85 ที่ขายให้ผู้ใช้รถ
      • Biodiesel, Premium Diesel ที่ขายให้ผู้ใช้รถ
      • Natural Gas ที่ขายเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้า
      • ผลิตภัณฑ์ (สินค้าหรือบริการ) ที่มีค่า Product Carbon Footprint ในช่วงของการใช้งานต่ำกว่าค่า Default ในระบบฐานข้อมูล SimaPro หรือ ก่อนมีการการปรับปรุงพัฒนา
      • ผลิตภัณฑ์ ที่ได้การรับรองฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5
      • ผลิตภัณฑ์ (สินค้าหรือบริการ) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลุ่ม ปตท. ภายใต้ตราสัญลักษณ์ GREEN FOR LIFE ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ต่อไปนี้
        • ลดการใช้พลังงาน (Reduced Energy Consumption) ในช่วงการใช้งาน
        • ผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่มีคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) (ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิในวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์) เป็นศูนย์ หรือ ผลิตภัณฑ์ที่มีการชดเชย (Offset) คาร์บอนทั้งหมด
  2. การติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและในระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืน เช่น กฎหมายกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ กลไกควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น Carbon Tax, Cap and Trade, Carbon Tax เป็นต้น แนวทางและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระดับสากล เช่น IPCC, WBCSD, CDP, DJSI, GRI, TCFD เป็นต้น ครอบคลุมถึงการเข้าร่วมการประชุม การร่วมรับฟังความคิดเห็นและการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ องค์การมหาชน และอื่นๆ ในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

  3. การระบุความเสี่ยงและโอกาสระดับองค์กร ในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมความเสี่ยงและโอกาส ต่อไปนี้
    • ความเสี่ยงและโอกาสจากกฎหมายและข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลง 
    • ความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของภูมิอากาศ 
    • ความเสี่ยงและโอกาสอื่นๆ
  4. การจัดทำร่างกลยุทธ์ โดยอาศัยข้อมูลจากขั้นตอนการติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและในระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนองค์กร และการชี้บ่งความเสี่ยงและโอกาส โดยครอบคลุมการดำเนินงาน 2 ด้าน คือ 
    • Mitigation Action: การดำเนินการเพื่อควบคุม ลด หรือดูดซับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ เพื่อลดผลกระทบในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 
    • Adaptation Action: การดำเนินการเพื่อปรับตัวรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
  5. การติดตาม ทบทวนผลการดำเนินงานตามร่างกลยุทธ์และแผนงาน ตลอดจนถึงการรายงานผลการดำเนินงานไปสู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอก

การประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กลุ่ม ปตท. ผนวกกระบวนการในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับกระบวนการในการบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กร โดยพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กลุ่ม ปตท. พิจารณา มีความสอดคล้องตามคำแนะนำของ Task Force on Climate-related Financial Disclosures (TCFD) ประกอบด้วย

Transition Risk: ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้และการผลิตพลังงาน
  • Policy and Legal: ความเสี่ยงด้านนโยบายและกฎหมาย ครอบคลุมความเสี่ยงจากนโยบาย เป้าหมาย แผนยุทธ์ศาสตร์ และกฎหมาย ของหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยที่ทำหน้าที่กำกับดูแล 
  • Market and technology: ตลาดและเทคโนโลยี การเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้า เช่น ความต้องการเชื้อเพลิง Fossil ที่ลดลง เทคโนโลยีเกี่ยวกับคาร์บอนต่ำที่มาทดแทนธุรกิจที่พึ่งพาฟอสซิล เช่น รถไฟฟ้า แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เป็นต้น
  • Reputation: ชื่อเสียง ผลกระทบจากเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ขององค์กรจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Physical Risks: ความเสี่ยงทางกายภาพ
  • ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ทั้งแบบเฉียบพลัน เช่น  ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เป็นต้น
Opportunities: โอกาส
  • เทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานในราคาที่ถูกลง
  • โอกาสในการลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือกที่เริ่มคุ้มค่าในการลงทุนมากขึ้น
  • การเข้าถึงตลาดด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

กลุ่ม ปตท. มีการประเมินและมีการรายงานผลการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้แก่คณะกรรมการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี โดยมีการกำหนดมาตรการเพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Pride and Treasure of Thailand ปตท. ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ทั้งพลังงานทางเลือก เช่น น้ำมันแก๊สโซฮอล E20, น้ำมันแก๊สโซฮอล E85, PTT UltraForce Diesel B10 วัสดุสังเคราะห์จากชีวภาพที่นำไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทันสมัย มีน้ำหนักเบา ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถังก๊าซธรรมชาติเหลว พีทีที คอมโพสิต พลัส, แก้วกาแฟ และถังป๊อปคอร์นจากวัสดุชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ รวมไปถึงการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น

สำหรับการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ปฏิบัติการ ปตท. พิจารณาถึงความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม เป็นต้น โดยการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อรับมือและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงเหล่านี้ ด้วยระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์ ทั้งนี้ แต่ละกลุ่มธุรกิจจะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำทุกไตรมาส


เป้าหมายการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 

เป้าหมายการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่กลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้

ในปี 2562 ปตท. ได้ดำเนินการจัดทำเป้าหมาย กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. ดังนี้

ตัวชี้วัดรายละเอียด
Design Now & Decide Now % of Revenues from Low Carbon & Avoided Emission Products 1. การเพิ่มสัดส่วนรายได้ของกลุ่ม ปตท. ที่มาจาก Low Carbon & Avoided Emission Products ภายในปี 2566
Investment Decision Criteria Study & Implemented by 2020 2. การศึกษาและนำเกณฑ์ราคาคาร์บอน มาใช้ในการพิจารณาการลงทุน ภายในปี 2563
Design Now & Decide Now 20% Greenhouse Gas Reduction Target from Operation vs  BAU by 2030 3. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. ลง ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับการดำเนินงานโดยปกติ ภายในปี 2573 
GHG Intensity Target for each BU/ Company 4. การควบคุมความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับ Business Unit และ ในระดับบริษัท Flagship 

มาตรฐานและเครื่องมือการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. 

กลุ่ม ปตท. จัดทำบัญชีและรายงานข้อมูลการปล่อย การดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) อีกทั้งมีการทวนสอบโดยหน่วยงานภายนอกเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ ปตท. ยังจัดทำมาตรฐานการจัดทำและรายงานโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน ISO 14064-2 และบูรณาการมาตรฐานดังกล่าวเข้ากับระบบเครื่องมือจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นมาตรฐานให้กลุ่ม ปตท. ในการประเมินปริมาณและวิเคราะห์แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2)
    • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) จากพื้นที่ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการเผาไหม้ การแยกคาร์บอนไดออกไซด์ การปล่อยไฮโดรฟลูออโรคาร์บอนและซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ การรั่วซึมของก๊าซ การรั่วไหลของก๊าซ การเผาก๊าซ และก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการต่างๆ
    • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการซื้อไฟฟ้า ความร้อนและไอน้ำมาใช้ในองค์กร
    • ปตท. มีแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจ ทั้งจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม และการใช้ประโยชน์จากความร้อนเหลือทิ้ง เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3)
    • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) ของ ปตท. ครอบคลุมการขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ การเดินทางของพนักงานโดยเครื่องบิน ไปจนถึงการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์ที่ ปตท. จำหน่าย โดย ปตท. อยู่ระหว่างการขยายการจัดทำบัญชีฯ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) ให้คลอบคลุมประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการลดปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่ต้องถูกส่งไปฝังกลบลดลงให้เป็นศูนย์ภายในปี 2563
    • ปตท. มีแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) โดยมุ่งเน้นการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ผ่านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการของตลาดที่สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ Pride and Treasure of Thailand และแผนการพัฒนาพลังงานทางเลือก อีกทั้งมีแผนการขยายการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในระยะยาวเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการปริมาณเชื้อเพลิงชีวภาพที่สูงขึ้นของประเทศ



ผลการดำเนินงาน

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ ปตท. ตระหนักและบริหารจัดการโดยยึดหลักตามกรอบบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยมีการวางองค์ประกอบและแนวทางที่ควรปฏิบัติในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนี้ กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่ม ปตท. จัดให้มีการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) ทางด้านผลกระทบในรูปการเงิน และมีการพิจารณาการวางแผนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โครงการใหม่ การขยายโครงการหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รวมทั้งประยุกต์ใช้และดำเนินงานตามแผนงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


การเข้าร่วมโครงการ CDP ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายปี 2562ผลการดำเนินงานปี 2562
ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ผ่าน CDP เป็นประจำทุกปี คะแนนของ ปตท.: C

ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

(กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ)

ทางตรงและทางอ้อม (Scope 1 และ 2) 







ทางตรง ทางอ้อม และการเผาไหม้ผลิตภัฑณ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. จำหน่าย (Scope 1, 2 และ 3) 




หมายเหตุ : ขอบเขตข้อมูลครอบคลุมบริษัทในประเทศไทยที่ ปตท. ถือหุ้นทางตรงมากกว่าร้อยละ 20 และเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่


การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อมกลุ่ม ปตท.1 

(ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)

 

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทา​​งตรง (Scope 1)​





การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม(Scope 2


การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. จำหน่าย (Scope 3) (2,3)


หมายเหตุ:
1  ขอบเขตข้อมูลครอบคลุมบริษัทในประเทศที่ ปตท. ถือหุ้นทางตรงมากกว่าร้อยละ 20 หรือถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 100
2  ข้อข้อมูลการปล่อย้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ครอบคลุมการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. จำหน่าย (น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และน้ำมันก๊าด) โดย ปตท. บริหารจัดการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope3) ผ่านการตั้งเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม (Scope 1,2 และ 3) ของ ปตท. ต่อปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ของ ปตท. ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบการประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจ
3  ขอบเขตข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ครอบคลุม ปตท., ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก (มหราคม - มิถุนายน 2561) และ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
ขอบเขตข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ครอบคลุม ปตท., ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก (มหราคม - มิถุนายน 2561) และ ปตท. มันและการค้าปลีก (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)

การนำแนวทางการใช้กลไกราคาคาร์บอน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุนของ ปตท.

การใช้กลไกราคาคาร์บอน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุน ของ ปตท. เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันจะช่วยลดผลกระทบจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และช่วยให้การดำเนินธุรกิจของ ปตท. มุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon economy) สอดคล้องตาม PTT Group Clean & Green Strategy  โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการบริหารการลงทุน (SIMC) และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการจัดการของ ปตท. 

แนวทางการใช้กลไกราคาคาร์บอน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการลงทุน ของ ปตท. มีเนื้อหาโดยสรุป ดังนี้

  • การใช้กลไกราคาคาร์บอน เพื่อประกอบการพิจารณาการลงทุน จะใช้กับโครงการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจของ ปตท. ทางตรงและทางอ้อม
  • รูปแบบการใช้กลไกราคาคาร์บอน เป็นแบบราคาเงา (Shadow Price) ซึ่งคณะกรรมการบริหารการลงทุน อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อประกอบการพิจารณาการลงทุน

ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับ ปตท. จากการประยุกต์ใช้ แนวทางการใช้กลไกราคาคาร์บอนฯ 

  • เป็นแนวทางที่ช่วยให้ ปตท. มีการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ที่จะช่วยลดความเสี่ยง และสร้างโอกาสที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change ในระยะยาว
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม โดยเฉพาะนักลงทุน โดยแสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจของ ปตท. ที่มุ่งสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low-carbon economy)