ความยั่งยืน

การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความยั่งยืน

การบริหารการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กลุ่ม ปตท. เป็นธุรกิจพลังงานที่อาศัยฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงานหลัก ความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risks and Opportunities) จึงถือเป็นความเสี่ยงและโอกาสที่สำคัญของกลุ่ม ปตท. ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศไทยยังได้ถ้อยแถลงเจตจำนงในการประชุม Conference of the Parties: COP 21 ณ กรุงปารีส ว่าด้วยการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมุ่งมั่นของประเทศ (Intended Nationally Determined Contributions: INDCs) ในทุกภาคส่วนร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 และการลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศไทย (Thailand Nationally Appropriate Mitigation Action: Thailand NAMAs) ในภาคพลังงานและการขนส่งให้ได้ร้อยละ 7-20 เมื่อเทียบกับระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานตามปกติในปี 2563

เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงและโอกาสอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Risks and Opportunities) รวมถึงสนับสนุนการดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ในปี 2561 กลุ่ม ปตท. ได้จัดทำกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. ร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “PTT Group Clean & Green Strategy” โดยเป็นการผนวกกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับกลยุทธ์ทางธุรกิจของของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้ ปตท. สามารถกำกับดูแลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทในกลุ่มให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ปตท. และ ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่ม ปตท. แล้ว


กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Clean & Green Strategy)

บริษัท ปตท. จึงได้กำหนดกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. ร่วมกัน ภายใต้ชื่อ “PTT Group Clean & Green Strategy” ขึ้น



Strategic Directionรายละเอียด
Design Now Define New Clean & Green Business
  • Strategic Investment in Clean & Green
  • Electrification Value Chain
  • Circular Economy in Value Chain
การกำหนดทิศทางธุรกิจของกลุ่ม ปตท. ที่เป็น Clean & Green มากขึ้น ดังนี้
  • การกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุนด้าน Clean & Green (Strategic Investment in Clean & Green)
  • การพัฒนาและลงทุนในธุรกิจพลังงานไฟฟ้าและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง (Electrification Value Chain)
  • การใช้หลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ใน PTT Group Value Chain (Circular Economy in Value Chain)
Decide Now Increase Clean & Green Product Portfolio
  • Increase Renewables, LNG Value Chain/ Limit Coal
  • More Clean & Green Products
  • Induce Carbon Price in Investment Decision Criteria
การเพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ที่เป็น Clean & Green ให้มากขึ้น ดังนี้
  • การเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นพลังงานทางเลือก ก๊าซธรรมชาติ และการจำกัดการเติบโตของธุรกิจถ่านหิน(Increase Renewables, LNG Value Chain/ Limit Coal)
  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่สะอาดมากขึ้น (More Clean & Green Products)
  • การนำหลักเกณฑ์ในเรื่อง ราคาคาร์บอน มาใช้ในการพิจารณาการลงทุน (Induce Carbon Price in Investment Decision Criteria)
Do Now Reduce Operational Carbon Footprint
  • Circular Economy in Operations
  • GHG Reduction in Operations
การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการดำเนินงานทางธุรกิจของกลุ่ม ปตท. ดังนี้
  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงาน (GHG Reduction in Operations) เช่น การจัดการประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลด Flare การใช้ประโยชน์จาก Flare การลดการรั่วไหลของมีเทน เป็นต้น
  • การใช้หลักการ เศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในระดับพื้นที่ Operation (Circular Economy in Operations) เช่น การใช้วัสดุ วัตถุดิบ ให้เกิดคุณค่าสูงสุด การหาแนวทางในการนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับเข้าสู่กระบวนการ เพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง

กระบวนการในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Climate Risks and Opportunities Management Process)

การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของ ปตท. มีความสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเป็นไปในแนวทางและมาตรฐานสากล โดยมีกระบวนการ ดังต่อไปนี้

ภาพแสดงกระบวนการในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของกลุ่ม ปตท.



  • Account for and Understanding Impact : การดำเนินการจัดเก็บข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Risks and Opportunities) เช่น
    • ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งทางตรง ทางอ้อม และทางอ้อมอื่นๆ (Direct and Indirect GHG emission (GHG Emission Scope 1, 2 and 3) เพื่อประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผลการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ทั้งจากการดำเนินงานภายใต้การควบคุมของกลุ่ม ปตท. การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการซื้อพลังงานไฟฟ้าและพลังงานความร้อนจากภายนอก และ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ (GHG Emission from use of sold products) โดยกระบวนการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ กลุ่ม ปตท. ทั้งทางตรง ทางอ้อม และทางอ้อมอื่น ๆ สอดคล้องกับ PTT Group GHG Accounting and Reporting Standard โดยสามารถนำข้อมูลนี้มาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และเปิดเผยต่อผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง
    • รายได้จากผลิตภัณฑ์ (รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำในช่วงของการผลิตหรือการให้บริการ และผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าหรือผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) เพื่อวัดผลการดำเนินงานของกลุ่ม ปตท. ในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Scope 3 GHG Emission) อันเกิดจากผู้ใช้งานผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการ (Goods and Services) รวมไปถึงธุรกิจ (Business) ของกลุ่ม ปตท. (GHG Emission from use of sold products)
  • Assessing the Global and Local Climate Change Situation : การติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและในระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืน เช่น กฎหมายกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ กลไกควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (เช่น Carbon Tax, Cap and Trade, Carbon Tax เป็นต้น) แนวทางและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ Climate Change ในระดับสากล (เช่น IPCC, WBCSD, CDP, DJSI, GRI, TCFD เป็นต้น) ครอบคลุมถึงการเข้าร่วมการประชุม การร่วมรับฟังความคิดเห็นและการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ องค์การมหาชน และอื่นๆ ในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ
  • Identifying Climate Changes Risks and Opportunities : การระบุความเสี่ยงและโอกาสระดับองค์กร ในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ครอบคลุมความเสี่ยง และ โอกาส ต่อไปนี้
    • ความเสี่ยงและโอกาสจากกฎหมายและข้อบังคับที่เปลี่ยนแปลง
    • ความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของภูมิอากาศ
    • ความเสี่ยงและโอกาสอื่นๆ
  • Determining Actions and Setting Targets : การจัดทำร่างกลยุทธ์ โดยอาศัยข้อมูลจากขั้นตอนการติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและในระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนองค์กร และการชี้บ่งความเสี่ยงและโอกาส โดยครอบคลุมการดำเนินงาน 2 ด้าน คือ
    • Mitigation Action: การดำเนินการเพื่อควบคุม ลด หรือดูดซับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศ เพื่อลดผลกระทบในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
    • Adaptation Action: การดำเนินการเพื่อปรับตัวรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้ธุรกิจมีความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน
  • Monitoring and communicating performance : การติดตาม ทบทวนผลการดำเนินงานตามร่างกลยุทธ์และแผนงาน ตลอดจนถึงการรายงานผลการดำเนินงานไปสู่ผู้มีส่วนได้เสีย ทั้งภายในและภายนอก

การประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (PTT Group Climate Risks And Opportunities Assessment)

กลุ่ม ปตท. ผนวกกระบวนการในการวิเคราะห์ความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้ากับกระบวนการในการบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กร โดยพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กลุ่ม ปตท. พิจารณา มีความสอดคล้องตามคำแนะนำของ Task force on climate-related financial disclosure (TCFD) ประกอบด้วย

Transition Risk (ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้และการผลิตพลังงาน)
  • Policy and Legal (ความเสี่ยงด้านนโยบายและกฎหมาย) ครอบคลุมความเสี่ยงจากนโยบาย เป้าหมาย แผนยุทธ์ศาสตร์ และกฎหมาย ของหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยที่ทำหน้าที่กำกับดูแล
  • Market and technology (ตลาดและเทคโนโลยี) การเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้า เช่น ความต้องการเชื้อเพลิง Fossil ที่ลดลง เทคโนโลยีเกี่ยวกับคาร์บอนต่ำที่มาทดแทนธุรกิจที่พึ่งพาฟอสซิล เช่น รถไฟฟ้า แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง เป็นต้น
  • Reputation (ชื่อเสียง) ผลกระทบจากเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ขององค์กรจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
Physical Risks (ความเสี่ยงทางกายภาพ)
  • ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ทั้งแบบเฉียบพลัน เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนสภาพอากาศที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น เป็นต้น
Opportunities (โอกาส)
  • เทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ในราคาที่ถูกลง
  • โอกาสในการลงทุนในธุรกิจพลังงานทางเลือก ที่เริ่มคุ้มค่าในการลงทุนมากขึ้น
  • การเข้าถึงตลาดด้านพลังงานและผลิตภัณฑ์ที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  • สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนสนับสนุนด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้

กลุ่ม ปตท. มีการประเมินและมีการรายงานผลการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับคณะกรรมการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี โดยมีการกำหนดมาตรการเพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Pride and Treasure of Thailand ปตท. ได้สร้างสรรค์นวัตกรรมให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ทั้งพลังงานทางเลือก เช่น น้ำมันแก๊สโซฮอล E20, น้ำมันแก๊สโซฮอล E85, วัสดุสังเคราะห์จากชีวภาพที่นำไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่ทันสมัย มีน้ำหนักเบา ทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถังก๊าซธรรมชาติเหลว พีทีที คอมโพสิต พลัส, แก้วกาแฟ และถังป๊อปคอร์นจากวัสดุชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้ รวมไปถึงการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น

สำหรับการประเมินความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับพื้นที่ปฏิบัติการ ปตท. พิจารณาถึงความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ และดำเนินการที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว โดยการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ทั้งจากธรรมชาติและจากมนุษย์ ทั้งนี้ แต่ละกลุ่มธุรกิจจะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำทุกไตรมาส


เป้าหมายการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (PTT Group Greenhouse Gas & Climate Target)

เป้าหมายการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของกลุ่ม ปตท. มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่กลุ่ม ปตท. ให้ความสำคัญ ดังต่อไปนี้

ภาพแสดงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ



ในปี 2561 ปตท. ได้ดำเนินการจัดทำเป้าหมาย กลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. ดังนี้

Target Measurementรายละเอียด
Design Now & Decide Now % of Revenues from Low Carbon & Avoided Emission Products 1. การเพิ่มสัดส่วนรายได้ของกลุ่ม ปตท. ที่มาจาก Low Carbon & Avoided Emission Products ภายในปี 2023 (% of Revenues from Low Carbon & Avoided Emission Products by 2023)
Investment Decision Criteria Study & Implemented by 2020 2. การศึกษาและนำเกณฑ์ราคาคาร์บอน มาใช้ในการพิจารณาการลงทุน ภายในปี 2020 (Investment Decision Criteria Study & Implemented by 2020)
Design Now & Decide Now 20% Greenhouse Gas Reduction Target from Operation vs BAU by 2030 3. การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. ลง 20% เมื่อเทียบกับการดำเนินงานโดยปกติ ภายในปี 2030 (Reducing Greenhouse Gas Emissions vs BAU by 2030)
GHG Intensity Target for Each BU/Company
  • การควบคุมความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Intensity Target for each BU/ Company) ในระดับ Business Unit และ ในระดับบริษัท Flagship

มาตรฐานและเครื่องมือการจัดทำบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Greenhouse Gas Accounting and Reporting Standard & Calculation Tool)

กลุ่ม ปตท. จัดทำบัญชีและรายงานข้อมูลการปล่อย การดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) อีกทั้งมีการทวนสอบโดยหน่วยงานภายนอกเป็นประจำทุกปี

นอกจากนี้ ปตท. ยังจัดทำมาตรฐานการจัดทำและรายงานโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งอ้างอิงจากมาตรฐาน ISO 14064-2 และบูรณาการมาตรฐานดังกล่าวเข้ากับระบบเครื่องมือจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก เพื่อเป็นมาตรฐานให้กลุ่ม ปตท. ในการประเมินปริมาณและวิเคราะห์แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามมาตรฐานสากล

  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2)
    • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) จากพื้นที่ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการเผาไหม้ การแยกคาร์บอนไดออกไซด์ การปล่อยไฮโดรฟลูออโรคาร์บอนและซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ การรั่วซึมของก๊าซ การรั่วไหลของก๊าซ การเผาก๊าซ และก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการต่างๆ
    • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากการซื้อไฟฟ้า ความร้อนและไอน้ำมาใช้ในองค์กร
    • ปตท. มีแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในการดำเนินธุรกิจ ทั้งจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (ขอบเขตที่ 2) โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิง การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม และการใช้ประโยชน์จากความร้อนเหลือทิ้ง เพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3)
    • การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) ของ ปตท. ครอบคลุมการขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ การเดินทางของพนักงานโดยเครื่องบิน ไปจนถึงการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์ที่ ปตท. จำหน่าย โดย ปตท. อยู่ระหว่างการขยายการจัดทำบัญชีฯ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) ให้คลอบคลุมประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการลดปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่ต้องถูกส่งไปฝังกลบลดลงให้เป็นศูนย์ภายในปี 2563
    • ปตท. มีแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) โดยมุ่งเน้นการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ผ่านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์แนวโน้มความต้องการของตลาดที่สอดคล้องกับทิศทางกลยุทธ์ Pride and Treasure of Thailand และแผนการพัฒนาพลังงานทางเลือก อีกทั้งมีแผนการขยายการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในระยะยาวเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการปริมาณเชื้อเพลิงชีวภาพที่สูงขึ้นของประเทศ

พลังงาน

  • กลุ่ม ปตท. มีการดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในพื้นที่ปฏิบัติการตามทิศทางกลยุทธ์สีเขียว ภายใต้แผนแม่บทด้านประสิทธิภาพพลังงานกลุ่ม ปตท. โดย ปตท. มุ่งพัฒนาระบบบริหารจัดการพลังงาน ให้มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันทั้งกลุ่ม เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ฐานข้อมูลที่ถูกต้อง กำหนดเป้าหมายและประยุกต์ใช้แผนการพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยถือเป็นหนึ่งใน Strategic Direction ของกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Clean & Green Strategy) อีกด้วย
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน นอกจากจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตได้เช่นกัน ปตท. กำหนดเป้าหมายการลดความเข้มข้นของการใช้พลังงานร้อยละ 1.9 ต่อปี จนถึงปี 2563 เมื่อเทียบกับการดำเนินงานตามปกติในปี 2558 โดยเป้าหมายดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง



ผลการดำเนินงาน

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงาน

ประเด็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นับว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ ปตท. ตระหนักและบริหารจัดการโดยยึดหลักตามกรอบบริหารจัดการความยั่งยืนกลุ่ม ปตท. โดยมีการวางองค์ประกอบและแนวทางที่ควรปฏิบัติในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดังนี้ กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่ม ปตท. จัดให้มีการวิเคราะห์ความอ่อนไหว (Sensitivity Analysis) ทางด้านผลกระทบในรูปการเงิน และมีการพิจารณาการวางแผนโครงการลงทุนขนาดใหญ่ โครงการใหม่ การขยายโครงการหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ รวมทั้งประยุกต์ใช้และดำเนินงานตามแผนงานการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


การเข้าร่วมโครงการ CDP ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เป้าหมายปี 2561ผลการดำเนินงานปี 2561
ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ผ่าน CDP เป็นประจำทุกปี คะแนนของ ปตท.: C

ปริมาณก๊าซมีเทนที่เกิดขึ้น (การรั่วไหล การระบาย เเละการเผา) ของกลุ่ม ปตท.
(หน่วย: ล้านลูกบาศก์เมตร)


ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงเเละทางอ้อมของกลุ่ม ปตท.
(หน่วย: กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ)


การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของ ปตท. ทั้งทางตรงและทางอ้อม (Scope 1 และ 2)

​ปีผลการดำเนินงานเป้าหมาย
2558 84.7 88.6
2559 78.7 88.5
2560 78.1 88.4
2561 76.4 87.8

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินกิจกรรมของ ปตท. ทั้งทางตรง ทางอ้อม และการเผาไหม้ผลิตภัฑณ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. จำหน่าย (Scope 1,2 และ 3)

​ปีผลการดำเนินงานเป้าหมาย
2558 380.81 381
2559 378.95 381
2560 378.77 381
2561 334.56 381

หมายเหตุ : ขอบเขตข้อมูลครอบคลุมบริษัทในประเทศไทยที่ ปตท. ถือหุ้นทางตรงมากกว่าร้อยละ 20 หรือถือหุ้นทางอ้อมได้ร้อยละ 100


การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อมกลุ่ม ปตท.1

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทา​​งตรง (Scope 1)​

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม(Scope 2)


การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. จำหน่าย (Scope 3) (2,3)


หมายเหตุ:
  1. ขอบเขตข้อมูลครอบคลุมบริษัทในประเทศที่ ปตท. ถือหุ้นทางตรงมากกว่าร้อยละ 20 หรือถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 100
  2. ข้อข้อมูลการปล่อย้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ครอบคลุมการเผาไหม้ผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงที่ ปตท. จำหน่าย (น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล น้ำมันอากาศยาน น้ำมันเตา ก๊าซปิโตรเลียมเหลว และน้ำมันก๊าด) โดย ปตท. บริหารจัดการปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope3) ผ่านการตั้งเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม (Scope 1,2 และ 3) ของ ปตท. ต่อปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ของ ปตท. ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบการประเมินคุณภาพรัฐวิสาหกิจ
  3. ขอบเขตข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ครอบคลุม ปตท., ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก (มหราคม - มิถุนายน 2561) และ ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
    ขอบเขตข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (Scope 3) ครอบคลุม ปตท., ปตท. บริหารธุรกิจค้าปลีก (มหราคม - มิถุนายน 2561) และ ปตท. มันและการค้าปลีก (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)