ความยั่งยืน

การจัดการการหกล้นรั่วไหล

ความยั่งยืน

การจัดการการหกล้นรั่วไหล

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
    





โอกาสและความท้าทาย

จากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติในข้อ 14.1 ซึ่งมุ่งเน้นการป้องกันและลดมลพิษทางทะเลทุกประเภทโดยเฉพาะจากกิจกรรมบนแผ่นดิน ประกอบกับรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมของประเทศ พบว่าคุณภาพน้ำของแหล่งน้ำผิวดินและน้ำทะเลชายฝั่งของประเทศไทยบางส่วนอยู่ในขั้นเสื่อมโทรมถึงเสื่อมโทรมมาก ซึ่งอาจเกิดจากหลากหลายสาเหตุ เช่น การปล่อยน้ำเสียจากบ้านเรือน อุตสาหกรรม การเกษตร การเกิดน้ำมันรั่วไหลในทะเลจากกิจกรรมการขุดเจาะ การขนส่งน้ำมัน การเดินเรือ หรือเกิดจากการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอนพืชที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสี เป็นต้น  ปตท. ซึ่งดำเนินธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่มีการปฏิบัติการ และกิจกรรมเกี่ยวเนื่องที่มีความเสี่ยงทำให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันหรือสารเคมีลงสู่สิ่งแวดล้อมได้ จึงมีการกำหนดมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยง รวมทั้งจัดทำแผนฉุกเฉินกรณีเกิดการหกล้นรั่วไหลของน้ำมันหรือสารเคมี เพื่อเตรียมความพร้อมไว้อย่างเป็นระบบ

แนวทางการจัดการ

ปตท. บริหารจัดการความเสี่ยงของการหกล้นรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี ภายใต้การบริหารจัดการด้าน SSHE โดยกำหนดนโยบาย เป้าหมายระยะยาวและประจำปี ตลอดจนติดตามตรวจวัดและกำกับดูแลผลการดำเนินงานตามกฎหมาย มาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล เพื่อทบทวนประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามโครงสร้างการกำกับดูแลที่กำหนด  รวมทั้งจัดทำรายงานต่อหน่วยงานราชการ และเปิดเผยข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง 

การรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี

สำหรับกรณีที่อาจเกิดการหกล้นรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมีลงสู่สิ่งแวดล้อม ปตท. ได้เตรียมความพร้อมตอบสนองและรับมืออย่างเป็นระบบตามที่กฎหมาย มาตรฐานและแนวปฏิบัติสากลกำหนด  โดยมีขั้นตอน ตลอดจนมาตรการทั้งด้านบุคลากรและมาตรฐานอุปกรณ์ที่ชัดเจน มีการจัดอบรมให้ความรู้แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที ดังนี้

  • วิเคราะห์ขั้นตอนการดำเนินงานและความเสี่ยงที่จะเกิดการหกล้นรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี ในทุกพื้นที่ปฏิบัติการของ ปตท.
  • จัดทำขั้นตอนการดำเนินงาน/ มาตรการป้องกัน ซึ่งต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัด เช่น การติดตั้งทุ่นล้อมกักน้ำมันทุกพื้นที่ปฏิบัติการ โดยจะมีการติดตั้งทุ่นล้อมกักน้ำมันดังกล่าวทุกครั้งที่มีการ Loading น้ำมัน เพื่อไม่ให้น้ำมันหลุดรอดออกนอกทุ่นล้อมกักน้ำมันหากเกิดการรั่วไหล ซึ่งจะมีการสังเกตการณ์การปฏิบัติ รวมทั้งตรวจประเมินการดำเนินงานเป็นระยะ
  • จัดทำแผนเตรียมความพร้อมและตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินกรณีการหกล้นรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี เพื่อให้สอดคล้องตามแนวทางการตอบสนองกรณีน้ำมันรั่วไหล ของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Oil Spill Response Guideline)
  • วิเคราะห์ จัดเตรียมและติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับ และอุปกรณ์ป้องกันและขจัดคราบน้ำมันที่เหมาะสมอย่างเพียงพอ เช่น เครื่องตรวจจับการรั่วของก๊าซ การติดตั้งระบบสั่งปิดวาล์วผ่านดาวเทียมในระบบขนส่งก๊าซธรรมชาติ
  • จัดอบรมหลักสูตรป้องกันและขจัดคราบน้ำมันให้แก่บุคลากรในพื้นที่ปฏิบัติการ และหน่วยงานสนับสนุน
  • จัดให้มีการซ้อมแผนฉุกเฉินกรณีการหกล้นรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี ทั้งบนดินและในน้ำ ทุกพื้นที่ปฏิบัติการเป็นประจำทุกปี โดยมีการซ้อมร่วมกับหน่วยงานราชการทั้งในระดับพื้นที่ ภูมิภาค และประเทศ รวมทั้งเครือข่ายพันธมิตรที่ ปตท. เป็นสมาชิก
  • เป็นสมาชิกองค์กรที่ให้บริการขจัดคราบน้ำมันระดับสากล ได้แก่ Oil Spill Response Limited (OSRL) และเครือข่ายในระดับประเทศกับสมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (Oil Industry Environmental Safety Group (IESG)) เพื่อให้การช่วยเหลือในการขจัดคราบน้ำมันกรณีรั่วไหล ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการของกลุ่ม ปตท. ที่มีอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก และยังเข้าร่วมกับ The International Oil Pollution Compensation Funds (IOPC Fund) เพื่อเป็นกองทุนสำรองชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำมัน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถระงับเหตุที่เกิดขึ้นจากน้ำมันหกล้นรั่วไหล และชดเชยให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างครอบคลุม
ปตท. ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการจัดการสภาพแวดล้อมภายหลังการเกิดน้ำมันรั่วไหลเพื่อป้องกัน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ดำเนินการจัดทำแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม กรณีเกิดการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่สิ่งแวดล้อม กลุ่ม ปตท. (PTT Group Oil Spill Remediation Guideline) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากสำนักเทคโนโลยีน้ำและสิ่งแวดล้อม กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ภาควิชาเทคโนโลยีและการจัดการสิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้กำหนดแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเหตุน้ำมันรั่วไหลเพื่อนำมากำหนดเป็นมาตรการในการลดและควบคุมผลกระทบให้ครอบคลุมในทุกมิติด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

สำหรับการรั่วไหลลงสู่ดิน กลุ่ม ปตท. ได้ขยายขอบเขตการศึกษาแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาแนวทางการบำบัดฟื้นฟูดินจากการปนเปื้อนของโลหะหนักเพิ่มเติม นอกจากนี้ ในการควบคุม ป้องกันและลดความเสี่ยงของการหกล้นรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี จากการขนส่งผลิตภัณฑ์ทางรถยนต์และทางเรือซึ่งดำเนินการโดยผู้รับเหมาขนส่ง ปตท. ได้กำหนดวิธีการควบคุมและกำกับดูแลไว้อย่างเป็นระบบ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ การจัดการความปลอดภัยในการขนส่ง

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

การหกรั่วไหลของน้ำมันเเละสารเคมีGRI306-3(2016)
การหกรั่วไหลของน้ำมันเเละสารเคมี (ลูกบากศ์เมตร)หน่วย​2561​256225632564
การรั่วไหลอย่างมีนัยสำคัญ (ปริมาณ ≥ 100 บาร์เรล)
จากการดำเนินงานของ ปตท.
  • จำนวนการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอน
จำนวนครั้ง​ 0 0 0 0
  • ปริมาณการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอน​
ลูกบาศก์เมตร​ ​0.00 ​0.00 0.00 0.00
​จากหน่วยงานภายนอก (การขนส่ง): การขนส่งโดยรถบรรทุก
  • จำนวนการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอน
จำนวนครั้ง​ 2 0 0 0
  • ปริมาณการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอน​
ลูกบาศก์เมตร​ ​59.00 0.00 0.00 0
​จากหน่วยงานภายนอก (การขนส่ง): การขนส่งโดยเรือเเละเรือบรรทุก
  • จำนวนการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอน
จำนวนครั้ง​ 0 0 0 0
  • ปริมาณการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอน​
ลูกบาศก์เมตร​ ​0.00 ​0.00 0.00 0.00
ปริมาณการรั่วไหลของไฮโดรคาร์บอนจากกลุ่ม ปตท. บาร์เรล 0 0 0 0

ตัวอย่างโครงการหรือกิจกรรมที่สำคัญ
การพัฒนาข้อมูลและส่วนแสดงผลการศึกษาผลกระทบเชิงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมชายฝั่งบริเวณพื้นที่จังหวัดระยอง ในรูปแบบที่สามารถให้การตอบสนองโดยทันทีSDGs 3.9, 6.3, 6.6, 12.4, 14.1, 15.1 

ในปี 2564 ปตท. ได้ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) พัฒนาข้อมูลและส่วนแสดงผลการศึกษาผลกระทบเชิงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง บริเวณพื้นที่จังหวัดระยอง ในรูปแบบที่สามารถให้การตอบสนองโดยทันที เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดการสถานการณ์กรณีเกิดการรั่วไหลของน้ำมันลงสู่สิ่งแวดล้อม โดยสามารถคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนที่ของน้ำมัน และแสดงผลแผนที่พื้นที่อ่อนไหวของทรัพยากรธรรมชาติต่อมลพิษน้ำมันบริเวณจังหวัดระยอง ครอบคลุมทั้งพื้นที่บนบกและพื้นที่ในทะเล ที่สอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการวางแผนขจัดคราบน้ำมัน อีกทั้งเป็นแนวทางในการจัดลำดับความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ควรได้รับการปกป้องหรือฟื้นฟู ตลอดจนใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนาและจัดการพื้นที่ชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป เพื่อมั่นใจได้ว่าระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพได้รับการฟื้นฟูให้กลับสู่สมดุลโดยเร็ว

การดำเนินงานในอนาคต

ปตท. มีแผนในการพัฒนาข้อมูลและส่วนแสดงผลการศึกษาผลกระทบเชิงพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง ไปในพื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจากบริเวณชายฝั่งระยอง พร้อมทั้งจัดทำแนวทางการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศทางทะเล เช่น ทรัพยากรชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน รวมถึงแผนการศึกษาผลกระทบที่มีต่อสิ่งมีชีวิต หากเกิดกรณีหกล้นรั่วไหลของน้ำมัน ต่อไป