ความยั่งยืน

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

ความยั่งยืน

การกำกับดูแลกิจการที่ดี

ปตท. มุ่งมั่นประกอบธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน ด้วยระบบบริหารจัดการภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจกรรมอย่างมีจริยธรรม มีคุณธรรม มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ปตท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากลไกการบริหารจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โดยกำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ข้อบังคับและระเบียบของบริษัท อย่างชัดเจนในคู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาตรฐานทางจริยธรรม และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ คู่มือการกำกับดูแลกิจการฯ นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนยึดถือเป็นแนวทางในการทำงานและปฏิบัติหน้าที่ ครอบคลุมแนวทางการทำงานที่ดี ทั้งภายในกลุ่ม ปตท. และภายนอกกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ โดยมีการทวนสอบและปรับปรุงเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอ ให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก มีการปรับแก้เนื้อหาของคู่มือการกำกับกิจการฯ 

คู่มือการกำกับดูแลกิจการที่ดี มาตรฐานทางจริยธรรม และจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ


คณะกรรมการ ปตท.

คณะกรรมการ ปตท. มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแผนกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ แผนการดำเนินงานและงบประมาณประจำปี การกำหนดค่าตอบแทน การบริหารความเสี่ยง ตลอดจนติดตามการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและผ่านการกลั่นกรองอย่างครบถ้วน โดยกำหนดโครงสร้างของคณะกรรมการ ปตท. ให้มีกรรมการทั้งหมดไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 15 คน และต้องผ่านกระบวนการสรรหาโดยคณะกรรมการสรรหา มีคุณสมบัติเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพที่จำเป็นต่อการบริหารกิจการของ ปตท. ได้อย่างสมดุล เช่น ผู้ที่มีความรู้ด้านธุรกิจพลังงาน/ปิโตรเลียม ด้านกฎหมาย/นิติศาสตร์ ด้านบัญชี/การเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ ปตท. ได้กำหนดให้ประธานกรรมการ ไม่มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารของ ปตท. และเป็นคนละบุคคลกับประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ อันเป็นแนวปฏิบัติต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2544 เพื่อให้การดำเนินงานมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ รวมถึงมีการเปิดเผยประวัติและรายละเอียดการดำรงตำแหน่งของกรรมการทุกรายในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) รายงานประจำปี (แบบ 56-2) และเว็บไซต์ของ ปตท.

เพื่อให้มั่นใจว่าการกำกับดูแลกิจการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย คณะกรรมการ ปตท. ต้องประเมินผลการปฏิบัติงานเป็นประจำทุกปี ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ ปตท. โดยในปี 2562 ได้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมแบบประเมินคณะกรรมการทั้งคณะ ในหัวข้อนโยบายคณะกรรมการ (Board Policy) เพื่อให้ครอบคลุมเรื่องการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ใน การผลักดันการดำเนินธุรกิจขององค์กร และปรับเนื้อความในส่วนของแนวปฏิบัติของคณะกรรมการ (Board Practices) ในหัวข้อการประเมินผลงานให้ชัดเจนและครบถ้วนในเรื่องการนำผลการประเมินกรรมการไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งแบบประเมินคณะกรรมการบริษัท จะมี 5 แบบ ประกอบด้วย แบบประเมินผลคณะกรรมการทั้งคณะ แบบประเมินผลคณะกรรมการรายบุคคล (กรรมการประเมินตนเอง) แบบประเมินผลคณะกรรมการรายบุคคล (ประเมินโดยกรรมการท่านอื่น) แบบประเมินผลคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง (กรรมการเฉพาะเรื่องประเมินการทำงานของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องที่ตนเองดำรงตำแหน่ง) และแบบประเมินบทบาทหน้าที่และผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการความพึงพอใจการทำงานของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง และประธานกรรมการเฉพาะเรื่องในแต่ละคณะ (ประเมินโดยกรรมการทุกท่าน)

คณะกรรมการสามารถใช้ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมินนี้ในการพิจารณาทบทวนผลงาน ปัญหาและอุปสรรคในปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ปตท. ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ มีการเปิดเผยผลการประเมินไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2) นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2560 คณะกรรมการได้นำตัวชี้วัดการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ (KPI) มาวัดผลการดำเนินงาน เพื่อประกอบการพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการด้วย

คณะกรรมการ ปตท. ยังได้รับการประเมินการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการ โดยผู้ประเมินอิสระ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง เป็นประจำทุกปี และสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เป็นประจำทุก 2 ปี (หรือตามระยะเวลาที่ IOD กำหนด) ซึ่ง ปตท. ได้กำหนดนโยบายค่าตอบแทนกรรมการที่เป็นธรรมและสมเหตุสมผล และมีคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้ทบทวน โดยพิจารณาถึงความเหมาะสม และสอดคล้องกับภาระความรับผิดชอบของกรรมการ สถานะการเงินของบริษัท ผลการดำเนินงานของ ปตท. ตามระบบประเมินผลรัฐวิสาหกิจ (Performance Agreement: PA) และเปรียบเทียบกับบริษัทในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน

การพิจารณาค่าตอบแทนของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ประจำปี 2562 จะพิจารณาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ ผลการดำเนินงานของ ปตท. ตามระบบประเมินผลรัฐวิสาหกิจในปีงบประมาณนั้น ความสามารถในการบริหารจัดการและสภาวะผู้นำ และ ผลดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ ซึ่ง ปตท. กำหนดให้มีการเปิดเผยหลักเกณฑ์การพิจารณาค่าตอบแทนและค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารไว้ในรายงานประจำปี โดยผู้บริหารระดับสูงสุด หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีการเปิดเผยค่าตอบแทนไว้ชัดเจน ส่วนค่าตอบแทนกรรมการมีการเปิดเผยเป็นรายบุคคล และค่าตอบแทนผู้บริหารมีการเปิดเผยเป็นยอดรวม และมีการทวนสอบข้อมูลโดยผู้สอบบัญชีและกรรมการตรวจสอบของบริษัท เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

คณะกรรมการ ปตท.



ฝ่ายจัดการ (Management)

ฝ่ายจัดการมีหน้าที่ในการดำเนินกิจการและบริหารงานของบริษัทโดยรวม มีประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่เป็นผู้บริหารสูงสุด มีอำนาจและหน้าที่ในการบริหารบริษัทตามแผนงานหรืองบประมาณตามที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ปตท. อย่างเคร่งครัด ซื่อสัตย์ สุจริต รักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด ฝ่ายจัดการใช้อำนาจในการบริหารจัดการผ่านคณะกรรมการจัดการของ ปตท. (PTT Management Committee: PTTMC) และมีคณะกรรมการระดับจัดการชุดอื่นๆ อีก 24 คณะ ซึ่งทำหน้าที่พิจารณาและจัดการเรื่องภายในบริษัทให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

การพิจารณาค่าตอบแทนฝ่ายจัดการเป็นไปตามนโยบายและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ปตท. กำหนด ประกอบด้วยการพิจารณาผลการดำเนินงานของ ปตท. ตามระบบประเมินผลรัฐวิสาหกิจ กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง (สคร.) ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน โดยฝ่ายจัดการทุกระดับจะกำหนดตัวชี้วัดและตั้งเป้าหมายระดับกลุ่ม ปตท. ร่วมกันในแต่ละปี เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจและนำไปใช้ประเมินผลการปฏิบัติงาน

ผู้บริหาร ปตท.
รายงานการประเมินผลการดำเนินงานตามเเผนปฏิบัติราชการประจำปี


ค่าตอบแทนรวมของผู้บริหาร ปตท. ปี 2562

ค่าตอบแทนปี 2562 (บาท)ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ผู้บริหาร ปตท. ตามนิยาม ก.ล.ต. จำนวน 4 ราย
ค่าตอบแทนรวม 31,199,880 29,236,280
โบนัสรวม 9,855,938 14,618,140
รวม 41,055,818 43,854,420

หมายเหตุ: สัดส่วนค่าตอบแทนรวมของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ต่อค่ากึ่งกลาง (Median) ของค่าตอบแทนพนักงานเท่ากับ 35.5 : 1