ความยั่งยืน

ความหลากหลายทางชีวภาพ

ความยั่งยืน

ความหลากหลายทางชีวภาพ

​การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ

การกำกับดูแลความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ ปตท. กำหนดไว้ในนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท. (PTT Group QSHE Policy) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องและบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นระบบ ปตท. ให้ความสำคัญกับการผนวกการพิจารณาผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในกระบวนการตัดสินใจและการดำเนินธุรกิจตลอดสายโซ่อุปทาน เพื่อหลีกเลี่ยงและลดความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อคุณค่าทางชีวภาพที่มีความอ่อนไหวสูง โดยดำเนินการตามแนวทาง ดังต่อไปนี้

  • บูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกระบวนการบริหารนโยบาย QSHE กลุ่ม ปตท.
  • จัดการความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวด้านความหลากหลายทางชีวภาพหรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่ยึดถือปฏิบัติ รวมทั้งขั้นตอนการดำเนินงานที่กำหนดไว้
  • แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะไม่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (No-Net-Loss) ภายใต้ขอบเขตที่สามารถจัดการได้
  • เสริมสร้างมูลค่าความหลากหลายทางชีวภาพ นอกเหนือจากพื้นที่ปฏิบัติการ ผ่านกิจกรรมการลงทุนเพื่อสังคมหรือการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก

แสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพกลุ่ม ปตท.

วัตถุประสงค์หลักของการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพคือการป้องกันความเสียหายและลดผลกระทบเชิงลบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ โดย ปตท. กำหนดคำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพกลุ่ม ปตท. ขึ้นเพื่อเป็นหลักการในการดำเนินงานขั้นพื้นฐานสำหรับกลุ่ม ปตท. ให้มีแนวทางการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพที่สอดคล้องกันทั่วทั้งองค์กร

เอกสารอ้างอิง : คำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพกลุ่ม ปตท.


มาตรฐานการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและบริการของระบบนิเวศ

ปตท. ได้จัดทำมาตรฐานการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและบริการของระบบนิเวศ เพื่อขยายความขั้นตอนการดำเนินงานจากคำแสดงเจตจำนงด้านการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพกลุ่ม ปตท. ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยมาตรฐานดังกล่าวมีความสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสากล เช่น International Finance Corporation Performance Standard 6 (IFC6), และ Business and Biodiversity Offset Program (BBOP)

นอกจากนี้ ปตท. ยังจัดทำแนวทางการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพและบริการของระบบนิเวศ ซึ่งครอบคลุมถึงวิธีการประเมินความเสี่ยง การพิจารณามูลค่าความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศบริการสำหรับโครงการใหม่ การจัดการความหลากหลายทางชีวภาพในการดำเนินกิจการในปัจจุบันของกลุ่ม ปตท. การพัฒนาแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพสำหรับกิจการของกลุ่ม ปตท. ที่มีความเสี่ยงและอาจมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสูง การติดตามตรวจสอบและการวัดผล และการทบทวนและตรวจสอบการดำเนินงานเป็นประจำทุกปีเทียบกับมาตรฐานการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและบริการของระบบนิเวศและเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้


การประเมินความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพของโครงการและการปฏิบัติการ

วัตถุประสงค์หลักของการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพคือการป้องกันความเสียหายและลดผลกระทบเชิงลบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ภายใต้มาตรฐานการจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและนิเวศบริการ ปตท. กำหนดให้มีการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ตั้งแต่การพัฒนาโครงการโดยผนวกไว้ในการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อสามารถจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขที่เหมาะสม โดยทำการประเมินความเสี่ยงของโครงการในทุกระยะของการดำเนินงานที่อาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพและบริการของระบบนิเวศอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังทำการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมดของ กลุ่ม ปตท. ในประเทศไทย เพื่อกำหนดแผนกลยุทธ์ในภาพรวมของกลุ่ม ปตท. ที่ชัดเจนและสอดคล้องกับเป้าหมายเชิงกลยุทธ์อย่างมีประสิทธิภาพปัจจัยในการประเมินความเสี่ยงที่มีต่อคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพ ครอบคลุมตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ สภาพสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ลักษณะและประเภทของกิจกรรม รวมทั้งบริบท ขอบเขต และความรุนแรงในแต่ละระยะของการดำเนินโครงการที่แตกต่างกัน โดย ปตท. กำหนดให้โครงการที่มีความเสี่ยงในระดับสูง จำเป็นต้องมีการพัฒนาแผนการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพืชพรรณ สัตว์ป่าและสิ่งเเวดล้อม


การประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในการพัฒนาโครงการ

ปตท. กำหนดให้ทุกโครงการที่ดำเนินการโดย ปตท. มีการประเมินผลกระทบด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบและกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ เพื่อชดเชยและสร้างความสมดุลต่อความหลากหลายทางชีวภาพที่อาจสูญเสียไป นอกจากนี้โครงการที่มีการเปลี่ยนแปลงในขอบเขต จำเป็นต้องมีการจัดทำการประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพเช่นเดียวกัน โดยนำข้อมูลจากการศึกษามาใช้ประกอบการพิจารณาและทบทวนผลกระทบที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของโครงการ ทั้งนี้ ปตท. สนับสนุนให้บริษัทในกลุ่มร่วมดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพเป็นมาตรฐานขั้นต่ำ

การประเมินผลกระทบของความหลากหลายทางชีวภาพเป็นส่วนหนึ่งของการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ครอบคลุมการประเมินผลกระทบ การกำหนดมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบ ตั้งแต่ระยะก่อนการก่อสร้าง ระหว่างการก่อสร้าง และระยะดำเนินการ โดยมีความตระหนักถึงผลกระทบของโครงการที่อาจเกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ดำเนินโครงการและนิเวศบริการ

นอกจากนี้ องค์กรยังสนับสนุนให้ชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เสนอข้อแนะนำ ข้อกังวล หรือมาตรการป้องกันและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กับองค์กรผ่านกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือผ่านการตอบแบบสอบถามในช่วงการจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม


มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม

มาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องมือที่ ปตท. ใช้เพื่อควบคุมและตรวจสอบการดำเนินงาน เพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมต่อสภาพพื้นที่และลักษณะของโครงการที่จะพัฒนาขึ้น เช่น การจำกัดพื้นที่แผ้วถางให้น้อยที่สุด การฟื้นฟูสภาพพื้นที่ให้เป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม การเลือกใช้เส้นทางคมนาคมที่ก่อให้เกิดการรบกวนต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด การประสานงานกับผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าในกรณีที่ต้องช่วยเหลือสัตว์ป่าออกจากพื้นที่โครงการ เป็นต้น

ปตท. มีการชี้แจงมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่างๆ และรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกขั้นตอนของการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่จัดทำรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพื่อเสนอต่อ สผ. ทุก 6 เดือน ในทุกระยะของโครงการ

นอกจากนี้ องค์กรยังเปิดเผยข้อมูลที่ได้จากการศึกษาด้านความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่โครงการ ผลการประเมินผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และมาตรการป้องกันแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมของทุกโครงการ และแจ้งให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่อยู่ในพื้นที่โครงการได้ทราบระหว่างกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย


การสร้างเครือข่ายกำหนดนโยบายภาครัฐและสร้างองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ปตท. ร่วมมือกับสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในการกำหนดกลยุทธ์การอนุรักษ์และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน รวมถึงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ตลอดจนจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักแก่สาธารณชนถึงคุณค่าและความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ

ปตท. สร้างเครือข่ายองค์ความรู้ด้านความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อเป็นแนวทางในการแบ่งปันข้อมูลและการบริหารจัดการด้านความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่บุคคลภายนอก เช่น ชุมชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันศึกษา และองค์กรเอกชน เป็นต้น โดยร่วมมือกับโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (Biodiversity Research and Training (BRT) Program)


การร่วมมือกับภาคีเครือข่ายด้านความหลากหลายทางชีวภาพ

ในการดำเนินการด้านความหลากหลายทางชีวภาพนั้น ปตท. ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนภายนอกองค์กร เช่น กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) Siamensis และ Save Wildlife Thailand เป็นต้น รวมถึง ชุมชนท้องถิ่น โดยที่ผ่านมา ปตท. ได้จัดทำโครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อศึกษาและรวบรวมความหลากหลายชนิดของสัตว์และพืชรอบพื้นที่สถานประกอบการของ ปตท. ในแต่ละฤดูกาล นอกจากนั้น ยังมีการจัดเสวนาโครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ รอบพื้นที่สถานประกอบการของ ปตท. เพื่อให้ตัวแทนชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น





ผลการดำเนินงาน

สรุปความก้าวหน้าในการดำเนินงาน


แผนงาน
การประเมินความเสี่ยงต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP)

แผนงานปี 2561ผลการดำเนินงานปี 2561แผนงานปี 2562
พัฒนาเครื่องมือการประเมินความเสี่ยงฯให้ครอบคลุมปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบมากขึ้น เช่น การเพิ่มปัจจัยตำแหน่งและขอบเขตของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) เครื่องมือการประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ฉบับปรับปรุงใหม่ จัดทำแนวทางการประเมินความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (No Net Loss) และนำแนวทางการประเมินดังกล่าวไปปฏิบัติในพื้นที่นำร่องภายใน กลุ่ม ปตท.

ปี 2562 ปตท. ได้ดำเนินการจัดทำแนวทางการประเมินความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมาย No Net Loss สำหรับโครงการใหม่ภายในปี 2563 โดยได้มีการพัฒนาเครื่องมือประเมิน No Net Loss ในการระบุ Baseline ของคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ อีกทั้งพัฒนาโมเดลที่แสดงผลกระทบต่อความสูญเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และคาดคะเนผลลัพธ์จากการบริหารจัดการชดเชย (Offset) ความสูญเสียที่เกิดขึ้นของสถานประกอบการ ซึ่งจะเริ่มนำไปปฏิบัติใช้กับพื้นที่นำร่องภายใน กลุ่ม ปตท. ต่อไป


​การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ​

การประเมินความเสี่ยงด้านความหลากหลายทางชีวภาพมีขอบเขตเฉพาะพื้นที่ของ ปตท. ภายในประเทศไทย เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพของแต่ละพื้นที่ โดยประเมินจากระยะทางที่ห่างจากเขตอนุรักษ์ หรือพื้นที่ที่มีคุณค่าด้านความหลากหลายทางชีวภาพสูง และชนิดและผลกระทบของความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ผลการประเมินความเสี่ยงในปี 2560 พบว่ามี 2 พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม และสถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ต ซึ่งได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Action Plan: BAP) เพื่อลดผลกระทบจากการดำเนินงานต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งนี้แผนปฏิบัติการฯประกอบด้วย รายละเอียดแผนการดำเนินงาน วัตถุประสงค์ ระยะเวลา และหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอน


การสำรวจเพื่อจัดทำฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพ

ปตท. ได้ดำเนินโครงการสำรวจความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อสำรวจความหลากชนิดและความชุกชุมของสัตว์และพืชรอบพื้นที่สถานประกอบการของ ปตท. เพื่อวิเคราะห์และรวบรวมข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อจัดทำชุดข้อมูลพื้นฐาน (Baseline Data) ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และจัดทำข้อเสนอแนะด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อฟื้นฟู พัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ และรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ โดยมีชนิดของสิ่งมีชีวิตที่สำรวจ ได้แก่ นก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินบกสะเทินน้ำ แมลง ปลา พืช และสัตว์ตระกูลครัสเตเชียน สำหรับการสำรวจที่ผ่านมา ได้คัดเลือกพื้นที่โดยใช้ข้อมูลการประเมินความเสี่ยงฯ และประเด็นของชุมชน ได้แก่ โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม สถานีเติมน้ำมันอากาศยานภูเก็ต คลังปิโตรเลียมสงขลา คลังปิโตรเลียมนครสวรรค์ คลังน้ำมันสระบุรี และคลังน้ำมันพิษณุโลก โดยมีที่ปรึกษาของโครงการ รวบรวมโดยสมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย (Bird Conservation Society of Thailand: BCST) ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยและ NGOs

จากการสำรวจพื้นที่โดยรอบโรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม ทำให้ค้นพบพืชล้มลุกที่เป็นพืชถิ่นเดียวของประเทศไทย ที่มีชื่อว่า ม่วงขนอม (Microchirita involucrate (Craib) Yin Z.Wang var.gigantiflora C.Puglisi) พบเฉพาะในพื้นที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราชเท่านั้น นอกจากนี้ยังค้นพบผีเสื้อกลางคืนชนิดใหม่ของโลกในบริเวณคลังน้ำมันสระบุรี โดยได้รับการตั้งชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Gatesclarkeana thailandica พบเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น