ความยั่งยืน

การบริหารจัดการของเสีย

ความยั่งยืน

การบริหารจัดการของเสีย

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
 





โอกาสและความท้าทาย

จากการขยายตัวของเมือง การเพิ่มขึ้นของประชากร รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคทำให้ขยะมูลฝอยมีปริมาณเพิ่มขึ้นในปี 2562 เป็น 28.71 ล้านตัน ซึ่งขยะในส่วนนี้ถูกกำจัดโดยวิธีการไม่ถูกต้องเป็นจำนวนถึงร้อยละ 22 ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อการตายของสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลจากการกินขยะมูลฝอย เกิดการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินจากน้ำของเสีย ตลอดจนเกิดปัญหาด้านกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และทัศนียภาพจากการกำจัดของเสียไม่ถูกต้อง นอกจากขยะมูลฝอยแล้ว ของเสียอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเติบโตในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหากกำจัดไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดสารพิษตกค้างและการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

ประกอบกับภาครัฐได้ออกแผนแม่บทด้านการป้องกันและการแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะและของเสียอันตรายระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)  โดยมีเป้าหมายภายในปี 2563 และในปี 2569 กากอุตสาหกรรม และขยะมูลฝอยต้องได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องทั้งหมดตามลำดับ โดยหนึ่งในมาตรการตามแผนแม่บทนี้จะให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดมลพิษจากของเสีย โดยคาดหวังให้ผู้ประกอบการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและก่อให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด

ปตท. จึงตระหนักดีว่า หน้าที่ความรับผิดชอบต่อประเด็นดังกล่าวไม่ใช่แค่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ที่ทุกฝ่ายต้องดำเนินการร่วมกัน ปตท. จึงเน้นพัฒนาและยกระดับการดำเนินงานด้วยการลดปริมาณของเสียตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณของเสียที่ส่งกำจัด ผ่านการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด


แนวทางการจัดการGRI 306-1, GRI 306-2

การจัดการของเสีย

กลุ่ม ปตท. กำหนดเป้าหมายให้ปริมาณของเสียอุตสาหกรรมที่กำจัดโดยวิธีการฝังกลบเป็นศูนย์* ภายในปี 2563 ที่มาจากผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2558 พบว่ามีแนวโน้มลงลดอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ครอบคุลมตั้งแต่การนำกลับมาใช้ประโยชน์และยืดอายุการใช้งาน ผ่านการศึกษาค้นคว้าแนวทางจัดการใหม่ ๆ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัยตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่ม  ปตท. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย รวมถึงการดำเนินงานภายในพื้นที่ปฏิบัติการต่าง ๆ จนถึงของเสียที่เกิดจาการใช้ผลิตภัณฑ์ของ กลุ่ม ปตท.

*หมายเหตุ:

ไม่รวมของเสียอุตสาหกรรมจากการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้
1. กรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ หน่วยงานราชการไม่อนุญาตให้ส่งของเสียอุตสาหกรรมกำจัดด้วยวิธีอื่น
2. กรณีไม่สามารถนำของเสียอุตสาหกรรมกลับมาใช้ประโยชน์ได้เนื่องจากไม่มีเทคโนโลยีในประเทศรองรับ
ทั้งนี้สอดคล้องกับเกณฑ์รางวัลการใช้ประโยชน์ของเสียได้ทั้งหมด (Zero Waste to Landfill Achievement Award) โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม

การจัดการของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น

กลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม เพื่อนำเป็นวัตถุดิบป้อนเข้าให้กับธุรกิจอื่น ๆ ในกลุ่ม ปตท. โดยของเสียที่เกิดขึ้นจากการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม ของเสียจากการขุดเจาะ (Drilling cutting waste) จะถูกกำจัดโดยวิธีการที่เป็นไปตามกฎหมาย และมาตรฐานที่ระดับสากลยอมรับ นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท. ยังอยู่ระหว่างการศึกษานำของเสียจากการขุดเจาะไปผลิตเป็นวัสดุทางเลือกในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามหลักการใช้ประโยชน์จากของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

การจัดการของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลายและพื้นที่ปฏิบัติการ

ศึกษาแนวทางการนำถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) ที่หมดอายุการใช้งานแล้วจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้ใหม่ในกระบวนการอื่นๆ โดยการคืนสภาพด้วยความร้อนเพื่อบำบัดสารคงค้างและเพิ่มพื้นที่ผิวและรูพรุนให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง และได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ลดปริมาณถ่านกัมมันต์ที่ส่งกำจัดในปี 2563 ได้กว่า 179,000 กิโลกรัม

ปตท. ได้นำข้อมูลการจัดการของเสียอุตสาหกรรมของบริษัทในกลุ่ม ปตท. มาวิเคราะห์และจัดทำฐานข้อมูลวิธีการจัดการของเสีย เพื่อประเมินแนวทางการเปลี่ยนแปลงวิธีส่งกำจัด รวมถึงจัดการสัมมนาแบ่งปันความรู้ภายในกลุ่ม ปตท. เช่น การสกัดโลหะมีค่าด้วยสารเร่งปฏิกริยา เพื่อผลิตเป็นผงสีเซรามิก ก่อให้เกิดมูลค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น ซึ่งการแบ่งปันความรู้ดังกล่าว สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางให้แก่กลุ่ม ปตท. เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ภายในบริษัทของตนเองต่อไป และสำหรับของเสียที่จำเป็นต้องส่งกำจัดนั้น ปตท. ได้ดำเนินการส่งกำจัดของเสียตามมาตรฐานและกฎหมายที่กำหนด โดยในปี 2563 ได้ดำเนินการโครงการ PTT Group Waste Processor Audit Pooling เพื่อตรวจประเมินบริษัทรับกำจัดของเสียที่ ปตท. และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ใช้บริการ โดยเป็นการรวมกลุ่มผู้ตรวจประเมิน จากบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการตรวจประเมิน และระยะเวลาที่แต่ละบริษัทในกลุ่ม ปตท. ต้องเข้าตรวจประเมินแยกรายบริษัทเองอีกด้วย

ตลอดจน ปตท. ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ในการสนับสนุนการบริหารจัดการของเสียไม่อันตรายของประเทศไทย จึงให้ความสำคัญกับกระบวนการคัดแยกของเสียในสำนักงาน โดยมีการเตรียมถังขยะรองรับการแยกของเสียแต่ละประเภท ได้แก่ ถังขยะอินทรีย์ ถังขยะทั่วไป ถังรีไซเคิล เป็นต้น นอกจากนี้ ปตท. ได้มีกระบวนการสื่อความและแบ่งปันความรู้ เน้นการสร้างความตระหนักและความเข้าใจให้แก่พนักงานในการลดของเสีย รวมไปถึงการคัดแยก โดยจัดการสื่อความผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเว็บไซต์และสิ่งพิมพ์ มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ ในทุกพื้นที่ปฏิบัติการทั่วประเทศไทย โดยในปี 2563 ได้ให้ความสำคัญกับการคัดแยกหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นขยะติดเชื้อ เพื่อใช้สำหรับป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)จากพนักงานในสถานประกอบการ อีกทั้งในปี 2562 -2563 ปตท. ได้เข้าร่วมโครงการวิภาวดีฯ ไม่มีขยะ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Responsible Business Network: TRBN) โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้องค์กรภาคเอกชนบนถนนวิภาวดีฯ ร่วมมือกันในการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มอัตราการนำกลับมาใช้ใหม่ และลดปริมาณของเสียที่จะนำไปสู่หลุมฝังกลบ

การจัดการของเสียที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท.

ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. ประกอบด้วย น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และผลผลิตจากปิโตรเคมี เช่น พลาสติก เป็นต้น โดยกลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะรวบรวมขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ ดังเห็นได้จากการที่ ปตท. และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)  ได้ร่วมกันลงนามใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาการนำขยะพลาสติกจากร้านคาเฟ่ อเมซอน ไปใช้ประโยชน์ในโครงการนำร่อง” ผ่านการคิดค้น วิจัย พัฒนา และจัดทำเครื่องต้นแบบรับแก้วพลาสติกคาเฟ่ อเมซอน (แก้วแลกยิ้ม) ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี QR CODE สำหรับคัดแยกแก้วพลาสติกของร้านคาเฟ่ อเมซอน เพื่อรวบรวมและนำกลับไปใช้ประโยชน์ ผลิตเป็นแก้ว Tumbler Upcycling โดยได้ติดตั้งเครื่องต้นแบบแก้วแลกยิ้มที่อาคารสำนักงานในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนธันวาคม 2563 สามารถรวบรวมแก้ว PET พลาสติกได้กว่า 2,800 ใบ หากนำไปผลิตเป็นแก้ว Tumbler Upcycling จะสามารถผลิตได้กว่า 460 ใบ สามารถลดปริมาณขยะพลาสติก โดยนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้กว่า 45 กิโลกรัม คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 39 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า


ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

การบริหารจัดการของเสีย

หัวข้อหน่วย​2560​256125622563
ผลปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบอย่างปลอดภัยของกลุ่ม ปตท. ร้อยละ 0.55 0.20 0.26 0
เป้าหมายร้อยละปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบอย่างปลอดภัย
ต่อปริมาณของเสียอันตรายทั้งหมดของกลุ่ม ปตท.
ร้อยละ 2 2 1.5 0
ปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบอย่างปลอดภัยของกลุ่ม ปตท. ตัน 346.73 119.04 211.75 0
ปริมาณของเสียอันตรายทั้งหมดของกลุ่ม ปตท. ตัน 63,132.61 58,632.53 80,933.10 94,771.36

หมายเหตุ:

ปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบ ครอบคลุมบริษัทในกลุ่ม ปตท. 7 บริษัท ประกอบด้วย PTT, PTTEP, IRPC, GC, TOP, GPSC และ OR

ปริมาณของเสียที่นำไปฝังกลบ (ตัน)



ปริมาณของเสียจากการดำเนินงานประจำวันของ ปตท.
GRI 306-3


ของเสียอันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)
ของเสียไม่อันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)



ปริมาณของเสียที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงานประจำวันของ ปตท.
GRI 306-3


ของเสียอันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)
ของเสียไม่อันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)



ปริมาณของเสียของกลุ่ม ปตท. จากการดำเนินงานประจำวัน


ปริมาณของเสียอันตรายที่ส่งกำจัด (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่ส่งกำจัด  (ตัน)





ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่ส่งกำจัด
โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ / การนำกลับมาใช้ใหม่ / ขาย (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่ส่งกำจัดโดยวิธีการอื่น ๆ
ที่ไม่ใช่การนำกลับมาใช้ซ้ำ / การนำกลับมาใช้ใหม่ / ขาย (ตัน)







หมายเหตุ:

ขอบเขตข้อมูลครอบคลุมบริษัทในกลุ่ม ปตท. 7 บริษัท ประกอบด้วย PTT, PTTEP, IRPC, GC, TOP, GPSC และ OR


ข้อมูลที่เปิดเผยในหน้านี้ได้รับการทวนสอบโดยหน่วยงานอิสระภายนอก สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่