ความยั่งยืน

การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย

ความยั่งยืน

การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการของเสีย

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
      


 


โอกาสและความท้าทายGRI 306-1(2020)

ในปี 2564 ประเทศไทยได้กำหนดให้ “โมเดลเศรษฐกิจ BCG” หรือการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy Model) เป็น “วาระแห่งชาติ” ที่จะนำประเทศไทยไปสู่เป้าหมายของการเป็นประเทศที่มีรายได้สูงและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและคุ้มค่าที่สุด ลดปริมาณของเสียให้น้อยลงหรือเท่ากับศูนย์ รวมทั้งใช้วัตถุดิบที่สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย 4 อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมพลังงาน วัสดุ และเคมีชีวภาพ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของ ปตท. และกลุ่ม ปตท. ด้วย ปตท. จึงนำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นปัจจัยในการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจส่งเสริมให้มีการพัฒนาและเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวภาพ (Biobased Products) ที่สกัดจากวัตถุดิบ ที่มาจากธรรมชาติ และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาบูรณาการไปในการดำเนินธุรกิจเพื่อลดใช้ทรัพยากร และลดปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยการขยายตัวของเมือง การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมทั้งการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและการทำงานที่บ้านจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ล้วนเป็นสาเหตุให้ขยะมูลฝอยมีปริมาณเพิ่มขึ้นในปี 2563 เป็น 25.37 ล้านตัน ซึ่งขยะในส่วนนี้ถูกกำจัดโดยวิธีการไม่ถูกต้องเป็นจำนวนถึงร้อยละ 24 ทำให้เกิดความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและส่งผลกระทบต่อ สิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่น การตายของสัตว์ป่าและสัตว์ทะเลจากการกินขยะมูลฝอย เกิดการปนเปื้อนในดินและน้ำใต้ดินจากน้ำเสีย ตลอดจนเกิดปัญหาด้านกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และมลพิษทางทัศนียภาพจากการกำจัดของเสียไม่ถูกต้อง นอกจากขยะมูลฝอยแล้ว ของเสียอุตสาหกรรมก็มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งหากกำจัดไม่ถูกต้องอาจก่อให้เกิดสารพิษตกค้างและการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม  ประกอบกับภาครัฐได้จัดทำแผนแม่บทด้านการป้องกันและการแก้ไขปัญหามลพิษจากขยะและของเสียอันตรายระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)  โดยมีเป้าหมายภายในปี 2563 และในปี 2569 กากอุตสาหกรรม และขยะมูลฝอยต้องได้รับการกำจัดอย่างถูกต้องทั้งหมดตามลำดับ ซึ่งหนึ่งในมาตรการตามแผนแม่บทนี้จะให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดมลพิษจากของเสีย โดยคาดหวังให้ผู้ประกอบการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและก่อให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด

ปตท. ตระหนักดีว่า หน้าที่ความรับผิดชอบต่อประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ที่ทุกฝ่ายต้องดำเนินการร่วมกัน ปตท. จึงเน้นพัฒนาและยกระดับการบริหารจัดการของเสีย ด้วยการลดปริมาณของเสียตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณของเสียที่ส่งกำจัด ผ่านการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด


แนวทางการบริหารจัดการGRI 306-2 (2020)

ปตท. บริหารจัดการของเสีย ภายใต้การบริหารจัดการด้าน SSHE โดยกำหนดนโยบาย เป้าหมายระยะยาวและประจำปี ตลอดจนติดตามตรวจวัดและกำกับดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐาน แนวปฏิบัติ นโยบาย เป้าหมายและขั้นตอนการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีการทบทวนประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามโครงสร้างกำกับดูแลด้าน SSHE ที่กำหนดเป็นรายไตรมาส  รวมทั้งจัดทำรายงานต่อหน่วยงานราชการ และเปิดเผยข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง 

จากเป้าหมายลดปริมาณของเสียอันตรายจากอุตสาหกรรมที่กำจัดโดยวิธีการฝังกลบเป็นศูนย์* ซึ่งกลุ่ม ปตท. ได้ร่วมกันดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 จนบรรลุเป้าหมายแล้วในปี 2563 ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ครอบคลุมตั้งแต่การนำกลับมาใช้ประโยชน์และยืดอายุการใช้งาน ผ่านการศึกษาค้นคว้าแนวทางจัดการใหม่ ๆ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทันสมัยตามมาตรฐานสากลอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน ได้ขยายผลการตั้งเป้าหมายไปยังปริมาณของเสียไม่อันตรายจากอุตสาหกรรมที่กำจัดโดยวิธีการฝังกลบต้องเป็นศูนย์ ภายในปี 2565 โดยกลุ่ม  ปตท. ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่ของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย รวมถึงการดำเนินงานภายในพื้นที่ปฏิบัติการต่าง ๆ จนถึงของเสียที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของ กลุ่ม ปตท

หมายเหตุ:

*ไม่รวมของเสียอุตสาหกรรมจากการดำเนินงาน ดังต่อไปนี้
1. กรณีกรมโรงงานอุตสาหกรรม หรือ หน่วยงานราชการไม่อนุญาตให้ส่งของเสียอุตสาหกรรมกำจัดด้วยวิธีอื่น
2. กรณีไม่สามารถนำของเสียอุตสาหกรรมกลับมาใช้ประโยชน์ได้เนื่องจากไม่มีเทคโนโลยีในประเทศรองรับ
ทั้งนี้สอดคล้องกับเกณฑ์รางวัลการใช้ประโยชน์ของเสียได้ทั้งหมด (Zero Waste to Landfill Achievement Award) โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ปตท. ได้นำข้อมูลการจัดการของเสียอันตรายและไม่อันตรายจากอุตสาหกรรมของบริษัทในกลุ่ม ปตท. มาวิเคราะห์แนวโน้มและจัดทำฐานข้อมูลวิธีการจัดการของเสีย เพื่อประเมินแนวทางการปรับปรุงวิธีส่งกำจัด รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจจากการรีไซเคิลและการจัดการของเสีย โดยจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการและแลกเปลี่ยนความรู้กันภายในกลุ่ม ปตท. เช่น การสกัดโลหะมีค่าด้วยสารเร่งปฏิกริยา เพื่อผลิตเป็นผงสีเซรามิก ก่อให้เกิดมูลค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นต้น ซึ่งการแบ่งปันความรู้ดังกล่าว สามารถนำมาใช้เป็นแนวทางให้แก่กลุ่ม ปตท. เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ภายในบริษัทของตนเองต่อไป ทั้งนี้ สำหรับของเสียที่จำเป็นต้องส่งกำจัดนั้น ปตท. ได้ดำเนินการส่งกำจัดของเสียตามมาตรฐานและกฎหมายที่กำหนด

การจัดการของเสียที่เกิดจากการดำเนินงานในธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น

กลุ่ม ปตท. ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม เพื่อนำเป็นวัตถุดิบป้อนเข้าให้กับธุรกิจอื่น ๆ ในกลุ่ม ปตท. โดยของเสียที่เกิดขึ้นจากการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียม ของเสียจากการขุดเจาะ (Drilling cutting waste) จะถูกกำจัดโดยวิธีการที่เป็นไปตามที่กฎหมายและมาตรฐานระดับสากลยอมรับ อย่างไรก็ดี กลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะนำของเสียจากการขุดเจาะไปผลิตเป็นวัสดุทางเลือกในการก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามหลักการใช้ประโยชน์จากของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย

การจัดการของเสียไม่อันตราย

ปตท. ให้ความสำคัญกับกระบวนการคัดแยกของเสียในสำนักงาน โดยมีการเตรียมถังขยะรองรับการแยกของเสียแต่ละประเภท ได้แก่ ถังขยะอินทรีย์ ถังขยะทั่วไป ถังรีไซเคิล เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการสื่อความและแบ่งปันความรู้ เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจให้แก่พนักงานในการลดของเสีย รวมไปถึงการคัดแยกผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งเว็บไซต์และสิ่งพิมพ์ ตลอดจนการจัดกิจกรรมรณรงค์ ในทุกพื้นที่ปฏิบัติการทั่วประเทศ โดยในปี 2564 ได้ให้ความสำคัญกับการคัดแยกหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นขยะติดเชื้อ เพื่อใช้สำหรับป้องกันโรคโควิด 19 จากพนักงานในสถานประกอบการ นอกจากนี้ ปตท. ยังเข้าร่วมโครงการวิภาวดีฯ ไม่มีขยะ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือกันของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Responsible Business Network: TRBN) โดยมีวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อให้องค์กรภาคเอกชนที่มีสำนักงานตั้งอยู่บนถนนวิภาวดีรังสิต ร่วมมือกันในการบริหารจัดการของเสียอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเพิ่มอัตราการนำกลับมาใช้ใหม่ และลดปริมาณของเสียที่จะนำไปสู่หลุมฝังกลบ

การจัดการของเสียที่เกิดจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. 

กลุ่ม ปตท. มีความมุ่งมั่นที่จะรวบรวมขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด โดย ปตท. และบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)  ได้ร่วมกันลงนามใน “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาการนำขยะพลาสติกจากร้านคาเฟ่ อเมซอน ไปใช้ประโยชน์ในโครงการนำร่อง” ผ่านการคิดค้น วิจัย พัฒนา และจัดทำเครื่องต้นแบบรับแก้วพลาสติกคาเฟ่ อเมซอน (แก้วแลกยิ้ม) ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี QR CODE สำหรับคัดแยกแก้วพลาสติกของร้านคาเฟ่ อเมซอน เพื่อรวบรวมและนำกลับไปใช้ประโยชน์ ผลิตเป็นแก้ว Tumbler Upcycling โดยได้ติดตั้งเครื่องต้นแบบแก้วแลกยิ้มที่อาคารสำนักงานในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ โดยในปี 2564 สามารถรวบรวมแก้ว PET พลาสติกได้กว่า 3,250 ใบ หากนำไปผลิตเป็นแก้ว Tumbler Upcycling จะสามารถผลิตได้กว่า 601 ใบ สามารถลดปริมาณขยะพลาสติก โดยนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้กว่า 51.1 กิโลกรัม คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ 52.7 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ผลการดำเนินงานที่สำคัญGRI 306-3 (2020), GRI 306-4 (2020), GRI306-5 (2020)

ผลการดำเนินงานที่สำคัญของ ปตท.

ปริมาณของเสียไม่อันตรายจากการดำเนินงานประจำวันของกลุ่ม ปตท. ที่นำไปกำจัด (ตัน)


ปริมาณของเสียจากการดำเนินงานประจำวันของ ปตท.

ปริมาณของเสียอันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)


ปริมาณของเสียที่ไม่ได้มาจากการดำเนินงานประจำวันของ ปตท.

ของเสียอันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)
ของเสียไม่อันตรายทั้งหมดที่ส่งกำจัด (ตัน)



ผลการดำเนินงานที่สำคัญของกลุ่ม ปตท.

ปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบ และร้อยละของปริมาณของเสียอันตรายจากการดำเนินงานประจำวันที่นำไปฝังกลบต่อของเสียอันตรายทั้งหมดจากการดำเนินงานประจำวันที่ส่งกำจัด ของ กลุ่ม ปตท.

หัวข้อหน่วย​2561​256225632564
ปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบอย่างปลอดภัยของกลุ่ม ปตท. ตัน 119.04 211.75 0 0
ปริมาณของเสียอันตรายทั้งหมดของกลุ่ม ปตท. ตัน 58,632.53 80,933.10 94,775.12 36,310.67
เป้าหมายของปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบอย่างปลอดภัยของกลุ่ม ปตท.
ต่อปริมาณของเสียอันตรายทั้งหมดของกลุ่ม ปตท.
ร้อยละ 2 1.15 0 0
ปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบอย่างปลอดภัยของกลุ่ม ปตท.
ต่อปริมาณของเสียอันตรายทั้งหมดของกลุ่ม ปตท.
ร้อยละ 0.22 0.26 0 0

หมายเหตุ:

ปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบ ครอบคลุมบริษัทในกลุ่ม ปตท. 7 บริษัท ประกอบด้วย PTT, PTTEP, IRPC, GC, TOP, GPSC และ OR


ปริมาณของเสียของกลุ่ม ปตท. จากการดำเนินงานประจำวัน

ปริมาณของเสียอันตรายที่ส่งกำจัด (ตัน)
ปริมาณของเสียอันตรายที่ส่งกำจัด
โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ/การนำกลับมาใช้ใหม่  (ตัน)


ปริมาณของเสียอันตรายที่นำไปฝังกลบอย่างปลอดภัย (ตัน)
ปริมาณของเสียอันตรายที่กำจัดด้วยวิธีการเผา (ตัน)
ปริมาณของเสียอันตรายที่ส่งกำจัดโดยวิธีการอื่น ๆ
(การนำไปอัดกลับลงหลุมผลิตและการกำจัดด้วยวิธีอื่นๆ) (ตัน)
ปริมาณของเสียอันตรายที่ส่งกำจัด 
ด้วยวิธีการที่ไม่สามารถระบุได้
(Unknown Waste Disposal Method) (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่ส่งไปกำจัด (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่ส่งกำจัด
โดยการนำกลับมาใช้ซ้ำ/การนำกลับมาใช้ใหม่/ขาย  (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่นำไปฝังกลบ (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่กำจัดด้วยวิธีการเผา (ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่ส่งกำจัดโดยวิธีการอื่น ๆ
ที่ไม่ใช่การนำกลับมาใช้ซ้ำ / การนำกลับมาใช้ใหม่ / ขาย 
(ตัน)
ปริมาณของเสียไม่อันตรายที่ส่งกำจัด 
ด้วยวิธีการที่ไม่สามารถระบุได้
(Unknown Waste Disposal Method(ตัน)

หมายเหตุ:

ขอบเขตข้อมูลครอบคลุมบริษัทในกลุ่ม ปตท. 7 บริษัท ประกอบด้วย PTT, PTTEP, IRPC, GC, TOP, GPSC และ OR

ตัวอย่างโครงการหรือกิจกรรมที่สำคัญ

โครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ปตท. (Turning potential project to Business Model)SDGs 12.2, 12.4, 12.5

จากเป้าหมายการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของกลุ่ม ปตท. เพื่อมุ่งสู่ระดับการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจหมุนเวียน (Maturity Level) อ้างอิงตาม British Standards Institution: Framework for implementing the principles of the circular economy in organizations – Guide (BS 8001 : 2017) ในระดับที่ 3 กลุ่ม ปตท.  ได้ศึกษาและวิเคราะห์แนวทางและโอกาสในการดำเนินงานเพื่อยกระดับร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยในแต่ละปี จะคัดเลือกแนวทางมาศึกษาและทดลองปฏิบัติร่วมกัน ภายใต้ “โครงการนำร่องด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ปตท. (Turning potential project to Business Model)” สำหรับในปี 2564 ปตท. ได้ร่วมกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ศึกษาและพัฒนานวัตกรรมต้นแบบการทำ Lube Container Upcycling เป็นกรวยจราจร ซึ่งจากการ Upcycling กระป๋องน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้ว จำนวนประมาณ 150 กระป๋อง คิดเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 50 กิโลกรัม สามารถผลิตกรวยจราจร จำนวน 70 ชิ้น และนำมาใช้งานจริงทดแทนกรวยจราจรเดิมทั้งหมดที่ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง อาคารสำนักงานใหญ่ ปตท.


การดำเนินงานในอนาคต

ปตท. ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงวิธีการจัดการของเสีย โดยควบคู่ไปกับการดูแลสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น เพื่อควบคุมปริมาณของเสียอันตรายและไม่อันตรายจากอุตสาหกรรมที่กำจัดโดยวิธีการฝังกลบให้เป็นศูนย์อย่างต่อเนื่องให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนด นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นค้นคว้าวิจัย แสวงหาและต่อยอดโครงการนำร่องการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้เป็นผลิตภัณฑ์หรือโมเดลธุรกิจใหม่ในเชิงพาณิชย์ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของกลุ่ม ปตท. เพื่อช่วยลดปริมาณของเสียส่งกำจัดและมีการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดในระยะยาว เป็นการสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และประเทศชาติอย่างยั่งยืน

ข้อมูลที่เปิดเผยในหน้านี้ได้รับการทวนสอบโดยหน่วยงานอิสระภายนอก สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่