ความยั่งยืน

การบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย

ความยั่งยืน

การบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และอาชีวอนามัย

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
  





โอกาสและความท้าทาย

ในช่วงปี 2563-2564 ปตท. ต้องเผชิญกับความท้าทายในด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยจากหลากหลายสถานการณ์และความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 กิจกรรมหรือการดำเนินการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มากระทบกับอุปกรณ์หรือพื้นที่ปฏิบัติการของ ปตท. จนเกิดอุบัติเหตุ อุปกรณ์ในกระบวนการผลิตที่มีอายุการใช้งานยาวนาน  เหล่านี้ล้วนมีโอกาสทำให้เกิดอุบัติการณ์ที่ไม่คาดคิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บ การเจ็บป่วย การเสียชีวิต หรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน การหยุดชะงักของกระบวนการทำงานที่สำคัญ จนส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจและการแข่งขัน รวมถึงอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประเทศ สังคม ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้ นับเป็นความท้าทายที่ช่วยสร้างโอกาสให้ ปตท. เร่งรัดยกระดับการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อพร้อมรับสถานการณ์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในทุกรูปแบบในอนาคตไม่ให้ส่งผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจรวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

การบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ของ ปตท. จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการด้าน SSHE มีการกำหนดนโยบาย มาตรฐานการจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท. ซึ่งอ้างอิงมาตรฐานและแนวปฏิบัติของประเทศไทยและระดับสากลที่เกี่ยวข้อง  เป้าหมายระยะยาวและประจำปี ตลอดจนติดตามตรวจวัดและกำกับดูแลผลการดำเนินงานตามกฎหมาย มาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล เพื่อทบทวนประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามโครงสร้างกำกับดูแลที่กำหนด  รวมทั้งจัดทำรายงานต่อหน่วยงานราชการ และเปิดเผยข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบอย่างโปร่งใสและต่อเนื่อง 

ปตท. กำหนดให้ทุกพื้นที่ปฏิบัติงานหลักไม่ว่าจะเป็นโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ สถานีหลัก/สถานีแม่ของระบบเครือข่ายก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ เป็นต้น ประยุกต์ใช้และขอการรับรองมาตรฐาน ISO45001 จากสถาบันการรับรองมาตรฐานสากล (สรอ.) หรือ Management System Certification Institute (Thailand) (MASCI)

การบริหารจัดการความปลอดภัยของ ปตท. ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยส่วนบุคคล ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต และความปลอดภัยในการขนส่ง โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม

ปตท. ให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้รับเหมาด้านความปลอดภัยด้วยการกระตุ้นให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยทั่วทั้งองค์กร ภายใต้ระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และเป้าหมายประจำปีสำหรับควบคุมและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของทั้งกลุ่ม ปตท. ยิ่งไปกว่านั้น ปตท. ยังมุ่งเน้นยกระดับการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย (Security) อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงของภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในรูปแบบที่หลากหลาย ความเสี่ยงเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจและความปลอดภัยของพนักงาน

ปตท. ได้พัฒนาและประยุกต์ใช้เครื่องมือร่วมกับมาตรฐานต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เน้นการสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยผ่านระบบรายงาน อุบัติการณ์ ซึ่งรวมถึงอุบัติเหตุ เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ (Near Miss) และการกระทำ/ สภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Sub-Standard Act/ Conditions) บนระบบ Intranet ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ วิเคราะห์และสอบสวนหาสาเหตุหลัก ปตท. ยังจัดทำมาตรการแก้ไขและป้องกัน แบบออนไลน์ รวมไปถึงการแบ่งปันข้อมูลภายในองค์กรเพื่อเป็นแนวทางป้องกันเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันในอนาคต นอกจากนี้ ปตท. ได้อนุญาตให้พนักงานและผู้รับเหมาสามารถหยุดปฏิบัติงานได้เมื่อพบว่างานที่กำลังปฏิบัติไม่ปลอดภัย (Refuse to Work) โดยไม่ได้ถือเป็นความผิด และให้สิทธิ์ในการแจ้งหยุดงานเมื่อพบว่ามีพนักงานหรือผู้รับเหมากำลังปฏิบัติงานที่อาจเป็นอันตราย (Stop work Authority)

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

ปตท. มีการเสริมสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังพฤติกรรมความปลอดภัย ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรตามกฎหมายให้แก่พนักงานและผู้รับเหมาทุกคน และปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยที่กำหนด รวมทั้งดำเนินโครงการ Incident Injury Free (IIF) ของโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยใช้กระบวนการบูรณาการแก้ไขปัญหาตามหลัก IIF ทั้ง 5 ขั้นตอน

  • การวางแผนงาน (Planning )
  • การประเมิน (Assessment)
  • การสร้างการมีส่วนร่วม (Engagement)
  • การสร้างทักษะ (Skills)
  • การดำเนินโครงการอย่างยั่งยืน (Sustaining)

รวมถึงการนำกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ปตท. (PTT Life Saving Rules) ไปใช้ในการปฏิบัติงานทุกช่วงเวลาการทำงาน โดยการสื่อความ เน้นย้ำ และนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับงาน นอกจากนี้ ปตท. ได้ส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ซึ่งได้ระบุกระบวนการและขั้นตอนในการพัฒนาวัฒนธรรมด้าน SSHE ภายในองค์กรอย่างชัดเจน และให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมดังกล่าวผ่านการประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เช่น การสังเกตการปฏิบัติงาน การสร้างการแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย เป็นต้น ตลอดจน ปตท. ยังคงได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบการจัดการอาชีวอนามัย กลุ่ม ปตท. (PTT Group Occupational Health Management System) อย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากล ใช้เป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัย และพัฒนาระบบการวัดผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยในเชิงรุกที่เรียกว่า Health Performance Indicators หรือ HPI เพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัย โดยมีการพัฒนายกระดับงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมความเข้าใจของพนักงานและผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งยังได้พัฒนาคู่มือ/แนวทางการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัย อาทิ แนวทางการบริหารจัดการด้านอาชีวอนามัยของกลุ่ม ปตท. (PTT Group Occupational Health Management System Guideline) เพื่อใช้เผยแพร่ให้ความรู้เรื่องสุขภาพอนามัย และปรับปรุงให้แนวทางในการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

การประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ (Health Risk Assessment) เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ได้นำมาใช้ในการประเมินผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานและผู้ปฏิบัติงานของ ปตท. อันเนื่องมาจากการสัมผัสหรือได้รับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จากการทำงาน รวมทั้งกำหนดมาตรการควบคุมและลดระดับของความเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมทั้งจัดให้มีการตรวจสุขภาพอาชีวอนามัยให้แก่พนักงานเป็นประจำทุกปี ร่วมกับมาตรการการให้ความรู้ โดยอบรมให้ความรู้พนักงานก่อนเข้าปฏิบัติงาน ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ที่มีโอกาสสัมผัสกับอันตราย ปตท. กำหนดให้มีการตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน กำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน และให้ผู้ปฏิบัติงานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีการจัดโครงการส่งเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานและผู้รับเหมามีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์

การจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต

อุบัติเหตุในกระบวนการผลิตสามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง รวมถึงส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตลอดห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น กลุ่ม ปตท. จึงมุ่งเน้นการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น ไฟไหม้ ระเบิด หรือสารเคมีอันตรายรั่วไหลสู่ภายนอก ด้วยการใช้ระบบ “การจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต” หรือ Process Safety Management (PSM) ที่มุ่งเน้นให้มีการออกแบบกระบวนการผลิตและก่อสร้างโรงงานอย่างถูกต้องตามหลักวิศวกรรมและมาตรฐานสากล พนักงานเดินเครื่องจักรอย่างปลอดภัยตามคู่มือปฏิบัติการ รวมถึงเครื่องจักรและอุปกรณ์ได้รับการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ ถูกต้องเหมาะสมตามมาตรฐานสากล

ระบบ PSM ถูกถ่ายทอดการดำเนินการผ่านระบบบริหารจัดการของ ปตท. หรือ PTT Integrated Management System (PIMS) และระบบปฏิบัติการสู่ความเป็นเลิศ หรือ Operational Excellence Management System (OEMS) ที่เชื่อมโยงไปสู่ผู้รับผิดชอบหลักที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต เช่น หน่วยงานวิศวกรรม (Engineering) หน่วยงานปฏิบัติการผลิต (Operation) หน่วยงานซ่อมบำรุง (Maintenance) และหน่วยงาน SSHE เป็นต้น ซึ่งแบ่งตามบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ให้สอดคล้องตามหัวข้อการจัดการที่เกี่ยวข้อง

กลุ่ม ปตท. บริหารจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิตอย่างเคร่งครัด โดยมีคณะทำงานความปลอดภัยกระบวนการผลิต กลุ่ม ปตท. (PTT Group Process Safety Management Task Force) เป็นเครือข่ายผู้บริหารและพนักงานของบริษัทในกลุ่ม ปตท. รวมกว่า 40 คน ประกอบด้วย ปตท., PTTEP, GC, IRPC, TOP, GPSC, OR, PTTTANK, PTTLNG, PTTAC และ TTM ที่ผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกัน ทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลการดำเนินงานด้านเทคนิคและแนวทางปฏิบัติที่ดี (Good Practices) ในการจัดการความปลอดภัยกระบวนการผลิต และการเรียนรู้จากบทเรียนและข้อผิดพลาดที่นำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง (Lesson Learned) ทั้งในกลุ่ม ปตท. และกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2564 กลุ่ม ปตท. ได้ดำเนินการพัฒนากระบวนการตรวจสอบมาตรการควบคุม (Barrier validation) เหตุการณ์อุบัติเหตุร้ายแรง (Major Accident Event: MAE) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการประยุกต์ใช้เทคนิค Bow Tie Analysis สำหรับการวิเคราะห์และจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยกระบวนการผลิตในพื้นที่ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องจากปี 2562 ถึงปัจจุบัน โดยกระบวนการตรวจสอบมาตรการควบคุมมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้มั่นใจว่ามาตรการควบคุม MAE ในระบบการจัดการความเสี่ยงของพื้นที่ปฏิบัติการมีประสิทธิภาพที่ดีและอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานตามฟังก์ชันที่กำหนด ทั้งมาตรการควบคุมประเภทอุปกรณ์ (Equipment barrier) และบุคคล (Human barrier) รวมถึงดำเนินการปรับปรุงมาตรการควบคุมกรณีพบข้อบกพร่อง ให้กลับมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามปกติ มาตรการควบคุม MAE ที่มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานจะสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ลดการหยุดชะงักในกระบวนการผลิต ทำให้มีการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้างพื้นที่ปฏิบัติการ โดยโครงการนี้ได้ดำเนินงานร่วมกับที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาคู่มือ PTT Group Barrier Validation Guideline เพื่อใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบมาตรการควบคุม MAE และจัดอบรมให้ความรู้กับพนักงาน ปตท. และกลุ่ม ปตท. ตลอดจนดำเนินการตรวจสอบมาตรการควบคุม MAE ในพื้นที่นำร่องจำนวน 2 พื้นที่ ซึ่งเป็นการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความปลอดภัยกระบวนการผลิตในพื้นที่ปฏิบัติการของ ปตท. และกลุ่ม ปตท. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลุ่ม ปตท. มีการกำหนดและเก็บข้อมูลตัวชี้วัดเชิงรุกและเชิงรับด้านความปลอดภัยกระบวนการผลิต (Process Safety Leading and Lagging Indicators)  โดยกำหนดวิธีการและแนวทางการเก็บข้อมูลตามมาตรฐานสากล API RP 754 และมีการถ่ายทอดตัวชี้วัดเชิงรับ (Process Safety Event Tier 1 และ 2) เป็นเป้าหมายประจำปีด้าน QSHE ของบริษัทในกลุ่ม ปตท. และติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อกำหนดมาตรการการแก้ไขและป้องกันการสูญเสียจากอุบัติเหตุกระบวนการผลิตได้อย่างทันท่วงที

ความมั่นคงปลอดภัย

ปตท. ได้กำหนดมาตรฐานการบริหารความมั่นคงปลอดภัยกลุ่ม ปตท. และแนวทางการประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยกลุ่ม ปตท. เพื่อเป็นกรอบการกำกับดูแลการดำเนินงานด้านความมั่นคงปลอดภัยให้สอดคล้องกันทั้งองค์กร ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการของ ปตท. และกลุ่ม ปตท. โดยมีการทบทวนแนวทางให้สอดคล้องกับบริบทของสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ปี 2554 พร้อมทั้งพัฒนาวิธีปฏิบัติงานเรื่องความมั่นคงปลอดภัยของบุคลากรและสินทรัพย์ เพื่อใช้เป็นขั้นตอนการดำเนินงานของทั้งกลุ่ม ปตท. โดยมีคณะผู้ตรวจประเมินความั่นคงปลอดภัย กลุ่ม ปตท. ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ และผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัย จาก กลุ่ม ปตท. มาสนับสนุนในการดำเนินการตรวจประเมินผลการดำเนินงานตามแนวทางการตรวจประเมินความมั่นคงปลอดภัยกลุ่ม ปตท. และนำผลจากการตรวจประเมินและข้อร้องเรียนการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวข้องมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปตท. ได้ประสานงานกับเครือข่ายหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และเอกชน เพื่อดำเนินงานด้านการข่าว และสามารถขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที โดยจัดให้มีการซ้อมแผนด้านความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ปฏิบัติงานต่าง ๆ ของกลุ่ม ปตท. ควบคู่ไปกับการซ้อมแผนฉุกเฉินเป็นระยะ เพื่อเตรียมความพร้อมและสามารถบริหารเหตุฉุกเฉินได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ปตท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ด้านหลัก ๆ ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การพัฒนาแนวทางปฏิบัติการ และการนำนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยเข้ามาประยุกต์ใช้ โดยมีตัวอย่างการดำเนินงานที่สำคัญ เช่น

  • การพัฒนาศักยภาพบุคลากร: การจัดประชุมวิชาการด้านความมั่นคงปลอดภัย การฝึกอบรมหลักสูตรด้านความมั่นคงปลอดภัย ร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ทั้งภายในและภายนอก จัดการซ้อมแผนฉุกเฉินด้านความมั่นคงปลอดภัยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และการเข้าร่วมการตรวจประเมินความมั่นคงปลอดภัย
  • การพัฒนาแนวทางการปฏิบัติการ: การจัดทำแนวทางการบริหารความมั่นคงปลอดภัยกลุ่ม ปตท. และวิธีการจัดการในกระบวนการต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในกรอบการบริหารความมั่นคงปลอดภัย กลุ่ม ปตท. เช่น
    การประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัย การตอบสนองของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลุ่มปตท. (Security Officer Response Options: SORO) ที่เป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชน เป็นต้น
  • การนำนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัย: การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารความมั่นคงปลอดภัย เช่น ระบบ Visitor Management, CCTV, Access Control เป็นต้น รวมทั้งยังได้มีการทดสอบการใช้งานระบบ Face Recognition การประยุกต์ใช้ Geological Information System เพื่อเป็นฐานข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัย ทั้งนี้เป็นการทดสอบเพื่อจะนำมาปรับใช้ภายในองค์กร เพื่อยกระดับความมั่นคงปลอดภัยภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ปตท. ตระหนักถึงประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินงานด้านความมั่นคง จึงกำหนดมาตรการด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจนในนโยบายคุณภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท. ซึ่งครอบคลุมถึงการปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และข้อมูลขององค์กร ตลอดจนจัดหลักสูตรอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผ่านข้อกำหนดงานจ้างเหมารักษาความปลอดภัย ปตท. เช่น ศิลปะการป้องกันตัว และการตรวจค้นบุคคล เป็นต้น และมีการตรวจสอบการดำเนินงานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผ่านการตรวจประเมินความมั่นคงปลอดภัยกลุ่ม ปตท. เพื่อยืนยันว่า
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทราบถึงสิทธิในหน้าที่และปฏิบัติงานโดยไม่ให้เกิดการละเมิดในสิทธิของบุคคลอื่นขึ้น

การจัดการความปลอดภัยการขนส่ง

การขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมนั้น สิ่งที่สำคัญคือการป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าผู้ประกอบการขนส่ง พนักงานทุกคน ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด และมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่ง อย่างเคร่งครัด เพื่อให้สถิติการเกิดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรงขึ้นไปและเสียชีวิตจากการขนส่งให้เป็นศูนย์

1) การขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางรถยนต์อย่างปลอดภัย ใช้หลัก 5 Pillars โดยเป็นหลักในการบริหารจัดการให้บริษัทผู้ขนส่งที่เป็นคู่สัญญาฯ ของกลุ่ม ปตท. ทุกรายยึดถือและนำไปปฏิบัติ ประกอบไปด้วย 

  • Pillar 1 SSHE Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เช่น นโยบายความปลอดภัยในการขนส่ง (ชั่วโมงการทำงาน, แอลกอฮอล์ และ
    สารเสพติด, การใช้โทรศัพท์มือถือ, การคาดเข็มขัดนิรภัย), การกำหนดเป้าหมายด้านการขนส่งปลอดภัย, การประเมินความเสี่ยง, การรายงานและการสอบสวนอุบัติเหตุ
  • Pillar 2 Organization Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีหน่วยงานที่ดูแลด้าน SSHE โดยเฉพาะ รวมทั้งบุคคลากรในหน่วยงานดังกล่าวต้องมีความรู้ความสามารถ เพื่อดำเนินงานให้สอดคล้องตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนดขึ้น
  • Pillar 3 Vehicle & Equipment Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีการจัดหารถขนส่งและอุปกรณ์ประกอบที่ได้มาตรฐาน, มีการตรวจสอบ ดูแลรักษา รวมทั้งซ่อมบำรุงรถและอุปกรณ์ประกอบให้มี
    ความปลอดภัยสำหรับการใช้งานในทุกวัน
  • Pillar 4 Driver Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งสรรหาและคัดเลือกพนักงานขับรถขนส่งตามคุณสมบัติที่กำหนด (เพศชาย อายุ 25-55 ปี, มีใบขับขี่ตรงกับประเภทรถขนส่ง และยังไม่หมดอายุ,
    สุขภาพดีไม่เป็นโรคต้องห้ามขับขี่ตามกฎหมายกำหนด, ไม่มีประวัติอาชญากรรม, ผ่านการอบรมหลักสูตร Defensive Driving), การตรวจสอบความพร้อมก่อนออกเดินทางในแต่ละเที่ยว รวมถึงให้สิทธิ
    Right to Refuse และ Stop Work Authority กับพนักงานขับรถทุกคน
  • Pillar 5 Journey Management กำหนดให้บริษัทผู้ขนส่งมีการประเมินความเสี่ยงเส้นทาง, การจัดทำเส้นทางการเดินทาง (Route Card) รวมถึงการติดตั้งระบบการติดตามพฤติกรรมการขับขี่ (IVMS)

2) การขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรืออย่างปลอดภัย ใช้หลัก 5 Elements เป็นหลักในการบริหารจัดการ ประกอบด้วย

  • การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง (Hazard Identification and Risk Assessment) กำหนดขอบข่าย ระบุขั้นตอนการดำเนินงานทั้งหมด ระบุผลกระทบด้าน SSHE ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อบุคคล ชุมชน
    สิ่งแวดล้อม ทรัพย์สิน และชื่อเสียงขององค์กร และประเมินความเสี่ยง พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสม โดยให้ระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ (As Low As Reasonably Practicable: ALARP)
  • การจัดทำข้อกำหนดการจัดจ้าง (TOR) ระบุข้อกำหนดด้าน SSHE ให้เป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดการจัดจ้าง เช่น การรายงานอุบัติการณ์ การสอบสวนอุบัติเหตุ และการรายงานผลการดำเนินงานด้าน SSHE เป็นต้น
  • การคัดเลือกและการว่าจ้าง (Selection and Chartering) จัดทำเกณฑ์การคัดเลือกและการว่าจ้างด้าน SSHE และกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์การคัดเลือกและการว่าจ้าง
  • การตรวจสอบการดำเนินงาน (Monitoring) มีกระบวนการตรวจสอบสภาพเรือ และการปฏิบัติงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง โดยครอบคลุมตั้งแต่ก่อนนำเรือมาใช้ขนส่งสินค้า
    ก่อนการเทียบท่าเทียบเรือ ระหว่างปฏิบัติงานในท่าเทียบเรือ ตลอดจนระหว่างการขนส่งสินค้า ทั้งเที่ยวรับและเที่ยวส่งให้เป็นไปตามข้อกำหนดการจัดจ้าง (TOR) และ/หรือสัญญาจ้าง
  • การประเมินผลการดำเนินงาน (Evaluation) มีกระบวนการประเมินผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้ขนส่ง ซึ่งอาจกำหนดให้มีผลต่อการว่าจ้างในครั้งต่อ ๆ ไป

3) การส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยสำหรับพนักงานภายในองค์กร โดยใช้หลัก 4E

  • Engineering ติดตั้งระบบการติดตามพฤติกรรมการขับขี่ ในรถยนต์ส่วนกลาง เพื่อประเมิน วิเคราะห์พฤติกรรมการขับขี่ของพนักงานที่ใช้รถยนต์ส่วนกลาง และนำมากำหนดเนื้อหาหลักสูตร Defensive Driving
    รวมถึงใช้เป็นข้อมูลการสอบสวนอุบัติเหตุ
  • Education กำหนดให้พนักงานที่จะใช้รถยนต์ส่วนกลาง ต้องผ่านการอบรมและประเมินตามหลักสูตร Defensive Driving และต้องต่ออายุทุก 5 ปี
  • Encouragement กำหนดให้พฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ส่วนกลาง มีผลต่อการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ส่วนกลาง
  • Enforcement กำหนดและบังคับใช้กฎความปลอดภัยในการใช้รถยนต์ส่วนกลาง (เช่น ปฏิบัติตามกฎจราจร, คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง, ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ หรือยาที่ทำให้ง่วง, หลีกเลี่ยงการขับขี่
    ช่วงเวลา 22.00-05.00 น. หรือระยะทางเกิน 100 กม., ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ)


ผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ผลการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมกลุ่ม ปตท. 
ตัวชี้วัดเป้าหมายปี 2564ผลการดำเนินงานปี 2564
อุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน
(Lost Time Accident: LTA) (คน)
พนักงานและผู้รับเหมา เท่ากับ 0 พนักงาน 1
ผู้รับเหมา 7
อัตราการบาดเจ็บรวมของพนักงาน (TRIR) ครั้งต่อสองแสนชั่วโมงทำงาน พนักงาน: ไม่เกิน  0.059 0.019
หรือคิดเป็น
0.095 ต่อ 1 ล้านชั่วโมงทำงาน
อัตราการบาดเจ็บของผู้รับเหมา (TRIR) ครั้งต่อสองแสนชั่วโมงทำงาน ผู้รับเหมา: ไม่เกิน 0.072 0.066
หรือคิดเป็น
0.33 ต่อ 1 ล้านชั่วโมงทำงาน
จำนวนอุบัติเหตุรถขนส่งผลิตภัณฑ์ขั้นร้ายแรง*
(Major Truck Accident Rate)
(ครั้งต่อ 1,000,000 กิโลเมตร)
ไม่เกิน 0.014 0.004
จำนวนและปริมาณการหกรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมีลดลงทุกปี  0 ครั้ง 0 ครั้ง
การควบคุม ติดตาม ตรวจสอบให้มีการปฏิบัติตามมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม


ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบให้มีการปฏิบัติ
ตามมาตรการฯ ระยะก่อสร้างครบถ้วนร้อยละ 100

ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบให้มีการปฏิบัติ
ตามมาตรการฯ ระยะก่อสร้างครบถ้วนร้อยละ 100


อัตราความถี่ของการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน Lost-time injuries frequency rate (LTIFR) ของ ปตท.
(คนต่อ 1,000,000 ชั่วโมงการทํางาน)

ปี

2561

2562

2563

2564

พนักงาน 0.13 0 0.15 0
ผู้รับเหมา 0.11 0.11 0.15 0


อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดแล้วต้องหยุดงาน หรือเปลี่ยนไปทำงานอื่น
หรือไม่สามารถทำงานเดิมได้ Days Away/Restricted or Transfer Rate (DART) ของ ปตท.
(คนต่อ 200,000 ชั่วโมงการทํางาน)

ปี

2561

2562

2563

2564

พนักงาน 0.02 0 0.03 0
ผู้รับเหมา 0.04 0.025 0.029 0


จำนวนอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน Lost Workday Case (LWC)
(คนต่อ 200,000 ชั่วโมงการทํางาน)

ปี

2561

2562

2563

2564

พนักงาน 0.02 0 0.03 0
ผู้รับเหมา 0.04 0.025 0.029 0


อัตราวันทำงานที่สูญเสีย Lost Workday Rate (LWD) ของ ปตท. 
(คนต่อ 200,000 ชั่วโมงการทํางาน)

ปี

2561

2562

2563

2564

พนักงาน 0.065 0 0.09 0
ผู้รับเหมา 0.59 0.11 0.537 0


ตราการบาดเจ็บทั้งหมด Total Recordable Injury Frequency Rate (TRIFR) ของ ปตท.
(คนต่อ 1,000,000 ชั่วโมงการทํางาน)

ปี

2561

2562

2563

2564

พนักงาน 0.215 0.305 0.445 0
ผู้รับเหมา 0.305 0.19 0.545 0.2

อุบัติเหตุกระบวนการของกลุ่ม ปตท. Tier 1 (คร้ัง)



อุบัติเหตุกระบวนการของกลุ่ม ปตท. Tier 2 (ครั้ง)

หมายเหตุ:

- ขอบเขตข้อมูลครอบคลุมบริษัท PTT, PTTEP, TOP, GPSC, IRPC, OR, GC
- การรายงานอุบัติเหตุในกระบวนการผลิตระดับ Tier 1 และ Tier 2 ของกลุ่ม ปตท. อ้างอิงตามมาตรฐานของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (American Petroleum Institute: API) API RP 754
- ปี 2564 กลุ่ม ปตท. เปลี่ยนตัวชี้วัดจาก Tier 2 เป็นจำนวนรวมของ Tier 1 กับ Tier 2



เป้าหมายระยะยาวด้านความปลอดภัยของกลุ่ม ปตท.
ตัวชี้วัดเป้าหมายปี 2567 


อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน (TRIR)
(ครั้ง/200,000 ชั่วโมงการทำงาน)

พนักงาน


 
0.040

ผู้รับเหมา


0.048

อัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน (TROIR)
(ครั้ง/200,000 ชั่วโมงการทำงาน)
พนักงาน


0.072



ตัวอย่างโครงการหรือกิจกรรมที่สำคัญ

การบริหารความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาSDGs 8.8

- โครงการ PTT Safety Campaign เพื่อรณรงค์เสริมสร้างความรู้และความตระหนักด้านความปลอดภัย ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบให้พนักงานมีส่วนร่วม เช่น Risk Seeker, Risk in Road Safety, Safety Clip Contest, Safety Task Observation, Safety Drive Challenge และการส่งเสริมสร้างพฤติกรรมด้านความปลอดภัยภายใต้หลักการ 5T (Think, Talk, Tour, Teach, Trust) โดยผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีส่วนร่วมในการค้นหาจุดเสี่ยง และรายงานผ่านระบบรายงานอุบัติการณ์ ซึ่งรวมถึงอุบัติเหตุ เหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ และการกระทำ/สภาพที่ต่ำกว่ามาตรฐานบนระบบอินทราเน็ต ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ การวิเคราะห์และสอบสวนหาสาเหตุหลัก นอกจากนี้ ปตท. ยังจัดทำมาตรการแก้ไขและป้องกันแบบออนไลน์ รวมไปถึงการแบ่งปันข้อมูลภายในองค์กรเพื่อเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกันขึ้นในอนาคต 

ในปี 2564
พนักงานส่วนใหญ่ปฏิบัติงานในที่พักอาศัย แต่ในพื้นที่ปฏิบัติการมีการรายงานความเสี่ยงในโครงการดังกล่าว เข้ามา 2,696 รายงาน ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2563 ทั้งนี้ ปตท. ยังคงดำเนินการโครงการนี้ต่อเนื่องในปีต่อไป หลังจากที่พนักงานกลับเข้ามาปฏิบัติงานที่สำนักงานเป็นปกติ จากการรณรงค์เสริมสร้างความรู้และความตระหนักด้านความปลอดภัยให้กับพนักงาน ทำให้ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นในปี 2564

การทบทวนและส่งเสริมการนำกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ปตท. (PTT Life Saving Rules) เพื่อให้ทุกพื้นที่นำไปปฏิบัติตลอดเวลาการทำงาน โดยการสื่อความ เน้นย้ำ และนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับงาน โดยมีการติดตามและสังเกตการปฏิบัติงาน รวมทั้ง ตรวจสอบการประเมินความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน ซึ่งผลที่ได้รับทำให้จำนวนอุบัติเหตุจากการทำงานลดลง และไม่มีอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงาน  นอกจากนี้ ภายใต้กฎความปลอดภัยดังกล่าว ปตท. อนุญาตให้พนักงานและผู้รับเหมาสามารถหยุดปฏิบัติงานได้เมื่อพบว่างานที่กำลังปฏิบัติไม่ปลอดภัยโดยไม่ได้ถือเป็นความผิดและให้สิทธิ์ในการแจ้งหยุดงานเมื่อพบว่ามีพนักงานหรือผู้รับเหมากำลังปฏิบัติงานที่อาจเป็นอันตราย จากการรณรงค์ให้ผู้ปฏิบัติงานปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ทำให้ไม่เกิดอุบัติการณ์ที่มีสาเหตุจากเป็นการไม่ปฏิบัติตามกฎความปลอดภัย และไม่เกิดอุบัติเหตุขั้นร้ายแรงในปี 2564 

การสร้างความตระหนักรู้ของพนักงานและผู้รับเหมา ผ่านการฝึกอบรมที่หลากหลายให้แก่พนักงาน และผู้รับเหมาทุกราย โดยปี 2564 มีการอบรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยพื้นฐานที่เป็นภาคบังคับให้กับพนักงานใหม่ ผู้บริหารและหัวหน้างาน ได้แก่ ความรู้เบื้องต้นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานสำหรับพนักงานใหม่ จำนวน 12 รุ่น (SSHE1 Training)  การอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน จำนวน  2 รุ่น การอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร จำนวน 1 รุ่น และการอบรมคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (คปอ.) จำนวน 3 รุ่นรวมถึงการอบรมด้านความปลอดภัยให้ผู้รับเหมาทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติงาน ในแต่ละพื้นที่

การพัฒนาระบบการวัดผลตัวชี้วัดสมรรถนะทางด้านสุขภาพในการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัย (Health Performance Indicators หรือ HPI) เพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยของกลุ่ม ปตท. ในเชิงรุก  โดยคณะทำงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยของกลุ่ม ปตท. ได้ร่วมกันพัฒนาแนวทางการตรวจประเมิน HPI เพื่อให้นำไปปฏิบัติใช้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันของกลุ่ม ปตท. และมีประสิทธิภาพ  นอกจากนี้ ยังมีการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานและผู้ปฏิบัติงานของ ปตท. อันเนื่องมาจากการสัมผัสหรือได้รับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จากการทำงาน และกำหนดมาตรการควบคุมและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพดังกล่าว  อาทิ การตรวจสุขภาพอาชีวอนามัยให้แก่พนักงานเป็นประจำทุกปี  การจัดอบรมความรู้ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงาน การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน การกำหนดระยะเวลาในการปฏิบัติงาน และการจัดอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลให้กับผู้ปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมกับอันตรายและความเสี่ยงที่อาจได้รับจากการปฏิบัติงาน รวมทั้งการจัดโครงการส่งเสริมสุขภาพของพนักงานและผู้รับเหมา เพื่อให้มีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง 

- การบริหารจัดการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19) มีการดำเนินการโดยศูนย์พลังใจของ ปตท. ซึ่งจะประกาศกำหนดมาตรการความปลอดภัยให้พนักงาน ลูกจ้าง และบุคคลภายนอก ที่เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ของ ปตท. ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ อาทิ 
  • การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่จากไวรัสและแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง
  • กรณีพนักงานต้องเดินทางไปปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีการระบาด ต้องปฏิบัติตามประกาศของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการไปในที่สาธารณะ การสวมใส่หน้ากากอนามัย การล้างและทำความสะอาดมือ การรักษาระยะห่างทางสังคม
  • กรณีพบพนักงานเข้าเกณฑ์กลุ่มเสี่ยงตามประกาศของหน่วยงานราชการ ให้รีบไปพบแพทย์และรายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาให้ Work@Home เป็นเวลา 14 วัน โดยให้สังเกตอาการ วัดอุณหภูมิของร่างกายทุกวัน และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
  • กรณีพบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ ต้องดำเนินการส่งผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด และพิจารณาประกาศเปิดศูนย์ EMC / CMC เพื่อดำเนินการตามแผนการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) ตามความจำเป็นและดำเนินการตามประกาศของหน่วยงานราชการ
  • การบริหารจัดการพื้นที่ปฏิบัติงาน ได้กำหนดให้มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในจุดที่มีการสัมผัส กำหนดจุดควบคุมและคัดกรองจุดเข้า – ออกอาคาร พร้อมติดตั้งจุดให้บริการแอลกอฮอล์ หรือเจลล้างมือ ติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหูมิในพื้นที่ที่กำหนด รวมทั้งจัดเตรียมหน้ากากอนามัย งดใช้สถานที่มีความเสี่ยงต่อการระบาด เมื่อพบผู้ติดเชื้อ จะมีการอบโอโซนทำความสะอาดพื้นที่เพิ่มเติม
  • การเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ มีการจำกัดจำนวนผู้เข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ การรักษาระยะห่างทางสังคม และต้องมีผลตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) หรือวิธี RT-PCR โดยมีผลเป็นลบ ก่อนได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ รวมถึงได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 2 โดส โดยต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเคร่งครัด


PTT Group Bow Tie Analysis and Barrier Validation
SDGs 8.8

ในปี 2564 กลุ่ม ปตท. ได้ร่วมกันพัฒนากระบวนการตรวจสอบมาตรการควบคุม เหตุการณ์อุบัติเหตุร้ายแรง (Major Accident Event: MAE) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการประยุกต์ใช้เทคนิค Bow Tie Analysis สำหรับการวิเคราะห์และจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยกระบวนการผลิตในพื้นที่ปฏิบัติการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 โดยกระบวนการตรวจสอบมาตรการควบคุมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการควบคุม MAE มีประสิทธิภาพที่ดีและอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานตามฟังก์ชันที่กำหนด ทั้งประเภทอุปกรณ์ และบุคคล รวมถึงการปรับปรุงมาตรการควบคุมกรณีพบข้อบกพร่อง ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ มาตรการควบคุม MAE ที่มีประสิทธิภาพและพร้อมใช้งานจะสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ลดการหยุดชะงักในกระบวนการผลิต ทำให้มีการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และยังช่วยลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบข้างพื้นที่ปฏิบัติการได้ด้วย โดยมีการพัฒนาเป็น “คู่มือ PTT Group Barrier Validation Guideline”  และอบรมให้ความรู้แก่พนักงาน ปตท. และกลุ่ม ปตท. รวมทั้งทดลองใช้ในพื้นที่นำร่องจำนวน 2 พื้นที่ ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) จำนวน 1 โรงงาน และบริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTT LNG) จำนวน 1 โรงงาน ทำให้ทราบสถานะและนำไปแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องที่ตรวจพบ ซึ่งเป็นการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความปลอดภัยกระบวนการผลิตในพื้นที่ปฏิบัติการของ ปตท. และกลุ่ม ปตท.


การบริหารความปลอดภัยในการขนส่งผลิตภัณฑ์SDGs 3.6

มีการติดตั้งอุปกรณ์และประยุกต์ใช้เทคโนโลยี เพื่อช่วยในการติดตามและเผ้าระวังพฤติกรรมการขับรถอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยศูนย์ควบคุมการขนส่งและมีการรณรงค์ส่งเสริมในรูปแบบของการให้รางวัลสำหรับบริษัทและพนักงานขับรถที่มีผลการประเมินพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีและไม่เคยเกิดอุบัติเหตุ ตามเกณฑ์ที่กำหนด

เพื่อให้มั่นใจในการนำไปปฏิบัติ ได้กำหนดให้มีการตรวจประเมินการบริหารจัดการบริษัทผู้ขนส่งตามมาตรฐานคู่มือการบริหารจัดการความปลอดภัยในการขนส่งทางรถยนต์ กลุ่ม ปตท. (PTT Group Road Safety Management Guideline: RSMG) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งจากบริษัทคู่สัญญา และในปี 2564 ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจประเมินของกลุ่ม ปตท. เพื่อเข้าร่วมสังเกตการณ์การตรวจประเมินการบริหารจัดการด้านขนส่งกับบริษัทผู้ขนส่งในกลุ่ม ปตท. จำนวน 6 บริษัท เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างมาตรฐานการตรวจประเมิน RSMG ของกลุ่ม ปตท. ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ในด้านการขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรืออย่างปลอดภัย ในปี 2564 ได้มีการจัดทำ คู่มือ แนวทางการบริหารจัดการความปลอดภัยในการขนส่งทางเรือ กลุ่ม ปตท. ขึ้น ให้ผู้ประกอบการนำไปประยุกต์ใช้

ปตท. ได้กำหนดให้การประยุกต์ใช้คู่มือฯ ทั้งทางรถและทางเรือ เป็นส่วนหนึ่งในสัญญาจ้าง  เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ประกอบการมีการนำคู่มือฯ ไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ได้กำหนดให้มีการตรวจประเมินผู้รับเหมา อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยในปี 2564 มีการตรวจประเมินผู้ประกอบการขนส่งทางรถและเรือ ครบทั้งหมดร้อยละ 100 และผลการประเมินเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด


การบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน ภาวะวิกฤต และความต่อเนื่องทางธุรกิจSDGs 8.8

ปตท. ปรับปรุงแผนการจัดการเหตุฉุกเฉินและภาวะวิกฤต ให้มีความสอดคล้องกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน หรือภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นร่วมกับภาครัฐได้อย่างไร้รอยต่อและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ปตท. ยังได้จัดให้มีการซ้อมการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน ภาวะวิกฤต และการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ และเชี่ยวชาญถึงกระบวนการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน และภาวะวิกฤต พร้อมทั้งสามารถบริหารความต่อเนื่องธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น ไม่หยุดชะงัก

ปี 2564 ได้ดำเนินการทบทวนและปรับปรุงระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ อีกทั้งดำเนินการซ้อมแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ กรณีเหตุการณ์เรือขนส่ง LPG ในประเทศชนสะพานและท่อขนส่งผลิตภัณฑ์คลังก๊าซเขาบ่อยา ส่งผลกระทบต่อการหยุดรับ-จ่ายผลิตภัณฑ์ (LPG, C3, C4, Crude Oil, HSD, NGL) ทางเรือทั้งหมด เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานการซ้อมฯ และมีผู้บริหารตามโครงสร้างศูนย์บริหารจัดการภาวะวิกฤตและบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Crisis Management Center: CMC) เข้าร่วมอย่างครบถ้วน มีการเชื่อมต่อศูนย์ CMC ไปยังศูนย์บริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน (Emergency Management Center: EMC) ของหน่วยธุรกิจผ่านระบบ VDO Conference ส่งผลให้ ปตท. ยังคงรักษาสถานะการรับรองระบบ BCMS-PTT ตามมาตรฐานสากล ISO22301 โดยสถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้มีการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานทั้งหมดเพื่อนำข้อสังเกตและโอกาสในการปรับปรุงเข้าสู่กระบวนการทบทวนให้มีการพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้นต่อไป


การดำเนินงานในอนาคต

ปตท. มุ่งมั่นในการบริหารจัดการความปลอดภัย ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยส่วนบุคคล ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต และความปลอดภัยในการขนส่ง โดยมีเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม อีกทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้รับเหมาด้านความปลอดภัย โดยมุ่งมั่นสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการดำเนินการปลูกฝังวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยให้เกิดขึ้นทั่วทั้งองค์กรผ่านโครงการ Incident and Injury Free (IIF) การดำเนินงานตามระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคง ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ และเป้าหมายประจำปีสำหรับควบคุมและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของทั้งกลุ่ม ปตท. อันเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติทั่งทั้งองค์กรและมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง