ความยั่งยืน

กลยุทธ์บริหารจัดการความยั่งยืน

ความยั่งยืน

กลยุทธ์บริหารจัดการความยั่งยืน

การสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
  




กลยุทธ์องค์กร

ทิศทางกลยุทธ์ กลุ่ม ปตท.

ปตท. ได้ทบทวนวิสัยทัศน์ขององค์กรใหม่ คือ “Powering Life with Future Energy and Beyondโดยยังคงยึดมั่นต่อพันธกิจเดิมในการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างสมดุล ภายใต้ค่านิยม “SPIRIT” ทั้งนี้ ปตท. ได้ประกาศปณิธานในการดำเนินงานของ ปตท. (PTT Aspiration) โดยมีเป้าหมายให้กลุ่ม ปตท. เป็นองค์กรด้านพลังงานของประเทศไทยและเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลง ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่ทุกภาคส่วน มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พัฒนาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิต (Powering Thailands Transformation: PTT) และได้กำหนดทิศทางกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. (PTT by PTT) ประกอบด้วยทิศทางการดำเนินธุรกิจ 3 ส่วน ได้แก่ Partnership & Platform, Technology for All และ Transparency & Sustainability ที่มุ่งเน้นการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนของทุกภาคส่วน โดยมีรายละเอียดดังนี้

Partnership & Platform การดำเนินธุรกิจด้วยการสร้างพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจของ ปตท. ให้มีลักษณะเป็นแพลตฟอร์มมากกว่าเป็นผู้ผลิตสินค้าและจำหน่าย โดยจะดึงดูดพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ จากต่างประเทศ ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับทั้งรัฐวิสาหกิจ เอกชน ผู้ประกอบการไทย และ SMEs ในการขับเคลื่อนคุณค่าจากพันธมิตรสู่ผู้บริโภค เป็นการร่วมกันสร้าง New business model และ New ecosystem

Technology for All ใช้เทคโนโลยีเพื่อทุกภาคส่วน เทคโนโลยีที่เกิดจากการผสมผสานความรู้ ความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และดิจิทัล โดยจะใช้ในทุกมิติของกระบวนการดำเนินงาน ทั้งการสร้างรูปแบบธุรกิจใหม่และการใช้บริหารจัดการภายในองค์กร รวมทั้งการขับเคลื่อนสู่ภายนอก เป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม

Transparency & Sustainability การสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน เน้นให้พนักงานผู้ปฏิบัติมีความเข้าใจเรื่องการดำเนินงานที่สอดคล้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี การประเมินความเสี่ยงอย่างเหมาะสม (Governance, Risk และ Compliance หรือ GRC) พร้อมกับพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืนทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล

กลยุทธ์บริหารจัดการความยั่งยืนGRI102-20

ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาการดำเนินการ และปรับตัวให้ทันต่อความท้าทายต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดย ปตท. มุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที พร้อมดำเนินการโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ส่งเสริมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และสนับสนุนการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) เพื่อประโยชน์ขององค์กรและสังคมทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับชุมชน สังคม และประเทศ

ภายใต้ทิศทางกลยุทธ์กลุ่ม ปตท. (PTT by PTT) ในส่วนของ Transparency & Sustainability การสร้างความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจพร้อมกับการพัฒนาธุรกิจให้เกิดความยั่งยืน ได้มีการกำหนด “ทิศทางกลยุทธ์ความยั่งยืนของ ปตท. (PTT Sustainability Strategic Direction)” ซึ่งประกอบด้วยทิศทางกลยุทธ์ 3 ด้าน (Environmental, Social and Governance: ESG) ประกอบด้วย

ทิศทางกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental): โลกเราต้องรักษ์ (Sustainable Production and Consumption) ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ คือ

  • พัฒนาธุรกิจสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Low Carbon Society)
  • ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าโดยยึดหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านสังคม (Social) สังคมไทยเราต้องอุ้มชู (People Well-being) ประกอบด้วย 3 กลุยทธ์ คือ
  • สร้างคุณค่าร่วมกัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม (Create Social Shared Value)
  • สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน (Safe and Respect)
  • การเตรียมความพร้อมของบุคลากร เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต (Powering the Workforce of the Future)
    ยุทธศาสตร์การดำเนินงานด้านการกำกับดูแลและเศรษฐกิจ (Governance and Economic) Performance เราต้องเลิศ (Good Governance and Performance Excellence) ประกอบด้วย 2 กลยุทธ์ คือ
  • ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีจริยธรรม (Operate with integrity (GRC))
  • ปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เร่งสร้างการเติบโต ผลักดันเศรษฐกิจ (Economic Drive by creating ‘Next Growth’)

ในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ได้มีการพิจารณาถึงปัจจัยภายใน ภายนอก ประเด็นความท้าทายและแนวโน้มต่าง ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ตลอดจนการรวบรวมและรับฟังความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม เพื่อนำมาประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน (Material Issues) ขององค์กร ซึ่งปัจจัยนำเข้าในการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ซึ่งจะถูกถ่ายทอดมาเป็นแผนวิสาหกิจและแผนธุรกิจของกลุ่มธุรกิจ/ หน่วยธุรกิจ และบริษัทในกลุ่ม ปตท. ที่ชัดเจน และสามารถตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในอนาคตได้อย่างครบถ้วนต่อไป สำหรับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนที่มีความเสี่ยงต่อการบรรลุซึ่งวิสัยทัศน์ ทิศทางและวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ขององค์กร จะถูกบริหารจัดการผ่านกระบวนการบริหารความเสี่ยง (Enterprise Risk Management: ERM) เพื่อกำหนดแผน/ มาตรการควบคุมและลดความเสี่ยง (Existing control and mitigation plan) ต่อไป


โดยประเด็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืนทุกประเด็นจะนำสู่ระบบการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีหน่วยงานรับผิดชอบ มีการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมาย และมีแผนปฏิบัติการรองรับที่ชัดเจน อีกทั้งมีการติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการบริหารความยั่งยืน กลุ่ม ปตท. (PTT Group Sustainability Management Committee: GSMC) คณะกรรมการจัดการการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบองค์กร ปตท. (Governance, Risk and Compliance Management Committee: GRCMC) และคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี ปตท. (Corporate Governance Committee: CGC) เป็นต้น ตลอดจนมีการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินงานให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรับทราบอย่างโปร่งใส โดยผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/ รายงานประจำปี 2563 (แบบ 56-1 One Report) และเว็บไซต์บริษัท เป็นต้น

นอกจากนี้ การบริหารจัดการประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท. ต้องสอดคล้องและมีส่วนสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติของประเทศ ซึ่งปัจจุบัน ปตท. ได้กำหนดไว้ที่ 7 เป้าหมายหลัก ได้แก่ เป้าหมายที่ 7, 8, 12, 13, 14, 15 และ 16 โดยมีเป้าประสงค์ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  • เป้าหมายที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้7.2 เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลก ภายในปี 2573 
    • 7.2 สร้างหลักประกันว่ามีการเข้าถึงการบริการพลังงานสมัยใหม่ในราคาที่สามารถซื้อหาได้และเชื่อถือได้ ภายในปี 2573
    • 7.2 เพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนในการผสมผสานการใช้พลังงานของโลก ภายในปี 2573
    • 7.3 เพิ่มอัตราการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโลกให้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ภายในปี 2573
  • เป้าหมายที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ 
    • 8.2 บรรลุการมีผลิตภาพทางเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้นผ่านการทำให้หลากหลาย การยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการมุ่งเน้นในภาคส่วนที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและใช้แรงงานเข้มข้น
    • 8.5 บรรลุการจ้างงานเต็มที่และมีผลิตภาพ และการมีงานที่สมควรสำหรับหญิงและชายทุกคน รวมถึงเยาวชนและผู้มีภาวะทุพพลภาพ และให้มีการจ่ายที่เท่าเทียมสำหรับงานที่มีคุณค่าเท่าเทียมกัน ภายในปี 2573
    • 8.7 ดำเนินมาตรการโดยทันทีและมีประสิทธิภาพเพื่อขจัดแรงงานบังคับ ยุติความเป็นทาสสมัยใหม่และการค้ามนุษย์ และยับยั้งและกำจัดการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งรวมถึงการเกณฑ์และการใช้ทหารเด็ก และยุติการใช้แรงงานเด็กในทุกรูปแบบในปี 2568
    • 8.8 ปกป้องสิทธิแรงงานและส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมั่นคงสำหรับผู้ทำงานทุกคนรวมถึงผู้ทำงานต่างด้าว โดยเฉพาะหญิงต่างด้าว และผู้ที่ทำงานเสี่ยงอันตราย
  • เป้าหมายที่ 12 การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน 
    • 12.2 บรรลุการจัดการที่ยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ภายในปี 2573
    • 12.4 บรรลุการจัดการสารเคมีและของเสียทุกชนิดในวิธีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งวงจรชีวิตของสิ่ง เหล่านั้น ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตกลงกันแล้ว และลดการปลดปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่ อากาศ น้ำ และดินอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อที่จะลดผลกระทบทางลบที่จะมีต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ให้มากที่สุด ภายในปี 2563
    • 12.5 ลดการผลิตของเสียโดยการป้องกัน การลด การแปรรูป เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ และการนำมาใช้ซ้ำภายในปี 2573
  • เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 
    • 13.1 เสริมภูมิต้านทานและขีดความสามารถในการปรับตัวต่ออันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุกประเทศ
    • 13.2 บูรณาการมาตรการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการวางแผนระดับชาติ
    • 13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า
  • เป้าหมายที่ 14 การใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรและทรัพยากรทางทะเล 
    • 14.1 ป้องกันและลดมลพิษทางทะเลทุกประเภท โดยเฉพาะจากกิจกรรม บนแผ่นดิน รวมถึงซากปรักหักพังทางทะเลและมลพิษของสารอาหาร (nutrient pollution) ภายในปี 2568
    • 14.2 บริหารจัดการและปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งเพื่อ หลีกเลี่ยงผลกระทบทางลบที่มีนัยสำคัญ รวมถึงโดยการเสริมภูมิต้านทาน และปฏิบัติการเพื่อฟื้นฟู เพื่อบรรลุการมีมหาสมุทรที่มีสุขภาพดีและมี ผลิตภาพ ภายในปี 2563
  • เป้าหมายที่ 15 การใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางบก 
    • 15.2 ส่งเสริมการดำเนินการด้านการบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภทอย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าทั่วโลก ภายในปี 2563
  • เป้าหมายที่ 16 สังคมสงบสุข ยุติธรรมไม่แบ่งแยก 
    • 16.1 ลดความรุนแรงทุกรูปแบบและอัตราการตายที่เกี่ยวข้องในทุกแห่งให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
    • 16.2 ยุติการข่มเหง การใช้หาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง การค้ามนุษย์ และความรุนแรงและการทรมานทุกรูปแบบที่มีต่อเด็ก
    • 16.3 ส่งเสริมนิติธรรมทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศ และสร้างหลักประกันว่าจะมีการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียมแก่ทุกคน
    • 16.5 ลดการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่และการรับสินบนทุกรูปแบบ
    • 16.7 สร้างหลักประกันว่าจะมีกระบวนการตัดสินใจที่มีความรับผิดชอบ ครอบคลุม มีส่วนร่วม และมีความ เป็นตัวแทนที่ดี ในทุกระดับการตัดสินใจ
    • 16.10 สร้างหลักประกันว่าสาธารณชนสามารถเขาถึงข้อมูลและมีการปกป้องเสรีภาพขั้นพื้นฐาน โดยเป็นไปตามกฎหมายภายในประเทศและความตกลงระหว่างประเทศ

ผลการดำเนินงาน

การประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน

ปตท. กำหนดกระบวนการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนตาม Sustainability Reporting Guidelines ของ Global Reporting Initiative (GRI) Standards และกรอบการรายงานแบบบูรณาการของ International Integrated Reporting Council (IIRC) เพื่อสะท้อนปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล รวมถึงประเด็นต่าง ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการสร้างคุณค่าขององค์กรตลอดห่วงโซ่คุณค่า ประเด็นความสนใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ปตท. ดำเนินการประเมินสาระสำคัญเป็นประจำทุกปี เพื่อทบทวนการเปลี่ยนแปลงของประเด็นที่มีความสำคัญต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และนำประเด็นสาระสำคัญไปบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพและสมดุล โดยมีการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน 3 ขั้นตอน ดังนี้

    • การระบุประเด็นสำคัญขององค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย:

      คัดเลือกประเด็นด้านความยั่งยืนร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยพิจารณาจากมาตรฐาน ข้อกำหนด และแนวปฏิบัติในระดับสากลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความสอดคล้องกับบริบท ความเสี่ยง กลยุทธ์ และการบริหารจัดการความยั่งยืนขององค์กร อีกทั้งยังคำนึงถึงความต้องการ คาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดย ปตท. กำหนดขอบเขตของประเด็นด้านความยั่งยืนตามผลกระทบจากการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่คุณค่าที่เกิดขึ้น ครอบคลุมทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กร 

    • การประเมินระดับความสำคัญ:

      พิจารณาโอกาสและผลกระทบต่อการสร้างคุณค่าของ ปตท. ครอบคลุมด้านการเงิน กระบวนการทางธุรกิจและการปฏิบัติการชื่อเสียงองค์กร ผลกระทบต่อลูกค้า คู่ค้า และพนักงาน รวมถึงระดับความสนใจ ผลกระทบ และความสำคัญต่อการสร้างคุณค่าแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากนั้นนำประเด็นสำคัญเข้าสู่กระบวนการกำหนดกลยุทธ์และบริหารจัดการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

    • การทวนสอบและรับรองผลการประเมิน:GR102-32

      คณะกรรมการจัดการการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบองค์กร มีหน้าที่ในการกำกับดูแลการบริหารจัดการความยั่งยืน ติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงาน ตลอดจนให้ข้อคิดเห็น คำแนะนำ และให้คำปรึกษา รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ทบทวนและให้ความเห็นชอบต่อผลการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนขององค์กร นอกจากนี้ ได้จัดให้มีหน่วยงานภายนอกทวนสอบกระบวนการและผลการประเมินประเด็นสำคัญ การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กระบวนการรวบรวมและประมวลผลข้อมูล และผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด เพื่อความครบถ้วน ถูกต้อง เชื่อถือได้ และความโปร่งใส โดย ปตท. ได้พิจารณานำข้อสังเกตและข้อแนะนำจากหน่วยงานภายนอกมาพัฒนาปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานและการเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง

ผลการประเมินประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนปี 2563

ปตท. ทบทวนหัวข้อประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนเพื่อให้ครอบคลุมบริบทที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กร โดยปรับชื่อประเด็นการดำเนินธุรกิจที่เป็นธรรมและการกำกับดูแลความยั่งยืนเป็นการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน และการกำกับการปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการขององค์กร ในส่วนของประเด็นความรับผิดชอบต่อผลิตภัณฑ์ปรับเป็นการบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นด้านการมุ่งเน้นลูกค้ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ จึงปรับหัวข้อ การวิจัย พัฒนาและการส่งเสริมนวัตกรรมเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยี

ในส่วนของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ได้แบ่งประเด็นการบริหารจัดการของเสียให้มีความชัดเจนเพื่อบูรณาการไปสู่การนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในองค์กรและนำการบริหารจัดการนำทิ้งรวมอยู่ในการบริหารจัดการน้ำเชิงบูรณาการ รวมทั้งเพิ่มเติมประเด็นการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อให้สะท้อนถึงการบริการจัดการและดูแลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจของ ปตท. ทั้งนี้ ปตท. ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างองค์กร  สังคม และชุมชนให้มีความยั่งยืนจึงได้ปรับชื่อองค์กรที่ดีของสังคมเป็นการสร้างคุณค่าทางสังคม









สรุปประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืนปี 2563

ปตท. ได้มีการบริหารจัดการประเด็นที่มีความสำคัญผ่านกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2563 พบว่า ประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียน และการสร้างคุณค่าทางสังคม