การจัดหาและจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ
ปตท. ดำเนินธุรกิจจัดหา ค้าส่ง และค้าปลีกก๊าซธรรมชาติ จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจที่ใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับก๊าซธรรมชาติผ่านบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดย
การจัดหาก๊าซธรรมชาติครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาจากแหล่งในประเทศ การนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ไปจนถึงการนำเข้าในรูปของก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ Liquefied Natural Gas (LNG) เพื่อให้เพียงพอ
กับความต้องการของผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ ลูกค้าอุตสาหกรรมผ่านการลงทุนระบบท่อจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ และภาคขนส่งผ่านการลงทุนในสถานีบริการ NGV และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ
ผ่านการลงทุนในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย เพื่อใช้เป็น
วัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และการจำหน่ายเป็นก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือ LPG เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง
ในภาคครัวเรือน อุตสาหกรรมและขนส่ง
นอกจากนี้ ยังได้มีการลงทุนสถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Receiving Terminal) ผ่าน บริษัท พีทีทีแอลเอ็นจี จำกัด ที่ ปตท. ถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อให้บริการในการรับเรือจัดเก็บ LNG และแปลงสภาพ LNG เป็นก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับการนำเข้า LNG ของ ปตท. โดยในปี 2561 มีการขยายกำลังการผลิต
โครงการ LNG Receiving Terminal แห่งที่ 1 จาก 10 ล้านตัน เป็น 11.5 ล้านตัน และอยู่ระหว่างก่อสร้าง LNG Receiving Terminal แห่งที่ 2 ซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 19 ล้านตัน จาก 11.5 ล้านตัน โดยคาดว่า
จะแล้วเสร็จในปี 2565
การกำหนดโครงสร้างราคาจำหน่ายของธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกก๊าซธรรมชาติ อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติ
การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติจะกำหนดโครงสร้างราคา
จำหน่ายให้กับลูกค้ากลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า รวมถึงการบริหารการขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อจะมีอัตราผลตอบแทน
ตามที่ภาครัฐกำหนด สำหรับธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมนั้น โครงสร้างราคา
จำหน่ายจะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเตาในตลาดโลก เพื่อให้สามารถแข่งขันกับเชื้อเพลิงทางเลือกได้ และสำหรับ
ราคาที่โรงแยกก๊าซธรรมชาติจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและปิโตรเลียม ให้แก่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีนั้น เป็นไปตามกลไกตลาดโลก



